เจาะประเด็น
Display Tech
การมาของ MacBook Pro จอ OLED สะเทือนตลาดแล็ปท็อป
แอปเปิ้ลกระโดดลงสนาม OLED ดันยอดส่งมอบทั่วโลกโตทะลุเป้า แต่ป้ายยารุ่นเริ่มต้นเกือบสามพันเหรียญอาจทำให้คนต้องคิดหนัก
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
เมื่อยักษ์ใหญ่อย่างแอปเปิ้ลขยับตัว ตลาดจอภาพทั้งระบบก็ต้องวิ่งตามแรงกระเพื่อมนี้ทันที
รอคอยกันมานานจนหลายคนเกือบถอดใจกับข่าวลือเรื่องจอทัชสกรีนบนแม็คบุ๊ก จนกระทั่งการเปิดตัว MacBook Pro พร้อมหน้าจอ PROLED XDR Display ตัวใหม่ล่าสุดนี้ได้พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์อุปกรณ์พกพาของค่ายนี้ไปเลย เพราะนี่คือครั้งแรกที่ซีรีส์โปรยอมใส่จอสัมผัสแบบ tandem OLED มาให้ใช้งานจริงจัง
สำนักวิเคราะห์ตลาดอย่าง TrendForce เค้าประเมินเอาไว้ค่อนข้างชัดเจนว่า เฉพาะแค่รุ่นใหม่ตัวนี้ตัวเดียว น่าจะทำยอดส่งมอบแตะระดับ 1.2 ถึง 1.5 ล้านเครื่องได้ในปี 2027 ส(2027) ซึ่งตัวเลขนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของยอดขายฝั่งแอปเปิ้ลอย่างเดียว แต่มันคือตัวจุดชนวนให้ค่ายผู้ผลิตพาเนลหน้าจอทั่วโลกต้องรีบเร่งเครื่องพัฒนาเทคโนโลยีจอภาพขั้นสูงกันแบบฝุ่นตลบ
ก็จริงอยู่ที่การเข้ามาเล่นในตลาดโน้ตบุ๊ก OLED ของแอปเปิ้ลจะช่วยปลุกชีพวงการฮาร์ดแวร์ให้คึกคักขึ้นเป็นกอง แต่ถ้าเรามองดูกลุ่มเป้าหมายจริงๆ เรื่องราวมันอาจจะไม่ได้ราบรื่นขนาดนั้น เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าป้ายราคาเริ่มต้นของรุ่น 14 นิ้วที่เปิดมาถึง 2,899 ดอลลาร์สหรัฐ มันเป็นตัวเลขที่หนักหนาสาหัสเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน
อีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจคือ ในช่วงแรกของการวางขาย เจ้าตัวจอ OLED ตัวใหม่นี้จะยังต้องวางขายควบคู่ไปกับรุ่นเดิมที่เป็นเทคโนโลยี Mini-LED อยู่ ซึ่งตรงนี้แหละที่ TrendForce มองว่ามันอาจจะไปเบรกความต้องการเปลี่ยนเครื่องใหม่ในระยะสั้นเอาไว้ได้ เพราะคนที่มีงบจำกัดหรือยังลังเล อาจจะเลือกซื้อมินิแอลอีดีรุ่นเก่าที่ราคาเป็นมิตรมากกว่าแทนที่จะรีบกระโดดมาซื้อของใหม่ป้ายแดงราคาแพงลิบ
แต่ไม่ว่าจะมองมุมไหน การตัดสินใจเปลี่ยนผ่านของแอปเปิ้ลครั้งนี้ก็ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่บอกเราว่า ยุคสมัยของจอ OLED บนแล็ปท็อประดับโปรได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว และต่อจากนี้เราจะได้เห็นเทคโนโลยีจอภาพแบบใหม่ๆ ไหลทะลักเข้าสู่ตลาดคอมพิวเตอร์พกพาเร็วกว่าที่เราคิดไว้อย่างแน่นอน
แม้ราคาเปิดตัวจะแรงจนสะดุ้ง แต่การที่แอปเปิ้ลกระโดดลงมาเล่นตลาด OLED เอง ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ซัพพลายเชนจอภาพทั้งโลกต้องตื่นตัวและเร่งพัฒนาเทคโนโลยีตามให้ทัน
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 1
กำลังโหลดความคิดเห็น...