เจาะประเด็น
Semiconductors
วงการ DRAM โกยรายได้ทะลุ 154 ล้านล้าน ว้าวหรือวิกฤต? ปริมาณไม่ทันความต้องการแน่นอน
ตัวเลขรายได้พุ่งกระฉูดเกือบ 60% ในไตรมาสเดียว แต่ฟันเฟืองสำคัญคือ AI ที่กำลังเขมือบแรมจนแทบไม่เหลือให้ตลาดอื่น
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
คนส่วนใหญ่มองว่านี่คือข่าวดีของวงการชิป แต่คำถามที่ต้องตั้งไว้คือเมื่อ AI กินแรมหมดแบบนี้ อีกไม่กี่ปีอุปกรณ์ทั่วไปจะต้องจ่ายค่าแรมแพงขึ้นขนาดไหน?
เราคุยกันตรงๆ ตัวเลขจาก TrendForce รอบนี้มันโหดมาก รายได้รวมของอุตสาหกรรม DRAM ในไตรมาส 2 ของปี 2026 (พวกเขาใช้ปีการเงินแบบนี้จริงๆ นะ) พุ่งขึ้น 59.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ทะลุไปเกือบ 154.73 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แปลเป็นเงินไทยง่ายๆ ก็คือหลักล้านล้านบาท ตัวเลขขนาดนี้เมื่อก่อนเราคุยกันทีละ 2-3% แต่ตอนนี้มันคือการ์ดจอราคาพุ่งในแนวดิ่งที่ไม่มีใครหยุดได้
สาเหตุมันไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลยแม้แต่น้อย นั่นคือราคาสัญญา DRAM แบบดั้งเดิม (traditional DRAM) ปรับตัวสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด และที่สำคัญไปกว่านั้นคือดีมานด์จากฝั่ง AI Server มันมาแรงจนซัพพลายตามไม่ทัน ฟังดูเหมือนข่าวดีสำหรับผู้ผลิตใช่ไหม? แต่ถ้ามองอีกมุม นี่คือสัญญาณเตือนว่าตลาดแรมกำลังเข้าสู่ยุคที่ "ใครมีของใครได้ไป" และคนที่เดือดร้อนที่สุดก็คือผู้บริโภคทั่วไปนี่แหละ
อะไรคือตัวขับเคลื่อนหลัก? ไม่พ้นกระแส Agentic AI ที่กำลังมาแรงแซงทางโค้ง การเทรนโมเดล LLM ขนาดยักษ์และการทำ AI Inference (การให้ AI ตอบคำถามหรือทำงานจริง) กำลังผลักดันให้ความต้องการ HBM3e, LPDDR5X และ RDIMM ความจุสูงเพิ่มขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ยิ่งระบบ AI ฉลาดขึ้นเท่าไหร่ มันยิ่งต้องการหน่วยความจำมากขึ้นเท่านั้น เพราะฉะนั้นการที่รายได้อุตสาหกรรมพุ่งขนาดนี้ มันคือภาพสะท้อนว่า AI กำลังกินแรมเป็นอาหารหลักจริงๆ
ประเด็นที่น่าสนใจไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขรายได้ แต่อยู่ที่โครงสร้างตลาดที่กำลังบิดเบี้ยว ในขณะที่ AI Server กำลังแย่งชิงแรมความจุสูงไปหมด อุปกรณ์อย่างสมาร์ตโฟนหรือแล็ปท็อปทั่วไปอาจต้องเผชิญกับปัญหาราคาแรมที่สูงขึ้นหรือสต็อกไม่เพียงพอตามไปด้วย นี่คือเกมที่ผู้เล่นรายเล็กกำลังจะตกขบวนรถไฟความเร็วสูง
ต้องยอมรับว่า TrendForce เองก็ยังคงพูดถึงภาพรวมว่าการขยายกำลังการผลิตยังตามดีมานด์ไม่ทัน (Supply Expansion Continues to Lag Demand Growth) ซึ่งผมมองว่านี่คือประโยคที่ทั้งให้ความหวังและน่ากลัวในเวลาเดียวกัน ให้ความหวังเพราะผู้ผลิตยังมีพื้นที่ในการทำกำไรอีกมาก แต่น่ากลัวเพราะถ้ายังควบคุมสมดุลไม่ได้ ราคา DRAM จะยิ่งผันผวนหนักขึ้นไปอีก
ที่สำคัญไปกว่านั้นคือถ้าดีมานด์จาก AI ยังโตแบบก้าวกระโดดแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ คำถามคือผู้ผลิตจะกล้าทุ่มเงินสร้างโรงงานใหม่เพื่อรองรับดีมานด์ในระยะยาวหรือไม่ เพราะการลงทุนในอุตสาหกรรมนี้ใช้เงินมหาศาลและใช้เวลาหลายปีกว่าจะผลิตจริง ถ้าตัดสินใจผิดจังหวะอาจเจ็บตัวหนักได้เหมือนรอบที่แล้ว
ผมมองว่าสิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือว่า ผู้ผลิต DRAM รายใหญ่อย่าง Samsung, SK Hynix และ Micron จะบริหารจัดการกำลังการผลิตอย่างไร เพื่อไม่ให้ราคาพุ่งสูงจนเกินไปจนภาคอุปสงค์อื่นๆ ชะลอตัว เพราะถ้าปล่อยให้ราคาแพงเกินเหตุในระยะยาว มันจะกลายเป็นปัญหาต้นทุนที่กระทบต่อการเติบโตของตลาดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์โดยรวมในที่สุด
อีกมุมหนึ่งที่ผมมองว่าสำคัญไม่แพ้กันคือ การที่ราคาแรมแพงขึ้นในรอบนี้จะยิ่งเร่งให้ผู้ผลิตพยายามพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อลดต้นทุนการผลิตต่อหน่วยให้ได้มากที่สุด ซึ่งอาจเป็นผลดีต่อวงการในระยะยาว แต่ระหว่างทางเราอาจต้องเจอกับความเจ็บปวดจากราคาที่สูงขึ้นก่อน
AI Server คือตัวเร่งปฏิกิริยา
ความต้องการ HBM3e และ RDIMM ความจุสูงเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากการเทรนโมเดล AI ขนาดใหญ่ ทำให้ผู้ผลิตต้องจัดสรรกำลังการผลิตให้กับสินค้ากลุ่มนี้เป็นอันดับแรก
ราคาสัญญาพุ่งไม่หยุด
ราคา DRAM แบบดั้งเดิมปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนของผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกประเภท ตั้งแต่สมาร์ตโฟนไปจนถึงคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล
ซัพพลายยังตามไม่ทัน
การขยายกำลังการผลิตใหม่ต้องใช้เวลาและเงินลงทุนมหาศาล ทำให้ในระยะสั้นนี้ อุตสาหกรรมยังเผชิญกับภาวะขาดแคลนและราคาที่สูงต่อไปอีกระยะ
สรุปง่ายๆ คืออุตสาหกรรม DRAM รอบนี้กำลังรวยเพราะ AI จริง แต่คนที่แบกต้นทุนไว้คือผู้บริโภคและผู้ผลิตอุปกรณ์ทั่วไป มองไปข้างหน้าผมว่าตลาดจะยังร้อนแรงไปอีกหลายไตรมาส แต่ถ้าใครรอซื้อคอมฯ หรืออัปเกรดแรมอยู่ ผมแนะนำให้รอดูจังหวะที่ AI ตลาดเริ่มชะลอตัวก่อน เพราะตอนนี้ราคามันแพงเกินเหตุจริงๆ
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 3
กำลังโหลดความคิดเห็น...