The Verge 63 วันที่แล้ว general AI Generated

Waymo lifts the lid on the ‘brain’ powering its robotaxis

เกี่ยวกับ NVIDIA
The Verge 20 Aug 2026
66
0
100
รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบกระทู้
18 13m



เจาะประเด็น
AI / Automotive


Waymo เปิดใจครั้งแรก: สมองรถไร้คนขับคือซูเปอร์คอมพิวเตอร์ 1 ควอดริลเลียนโอเปอเรชันต่อวินาที



ท้ายรถแท็กซี่ไร้คนขับไม่ได้ใส่ยางอะไหล่หรือเชือกพ่วงแบตเตอรี่ แต่คือเครื่องคอมพิวเตอร์ที่แรงจนน่าขำ




ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที



เราเห็นรถไร้คนขับวิ่งอยู่ทุกวัน แต่รู้ไหมว่าข้างในมันไม่ได้มีแค่เซนเซอร์ แต่มันคือดาต้าเซ็นเตอร์เคลื่อนที่ที่ต้องทำงานแบบเรียลไทม์ตลอดเวลา — แล้วใครล่ะที่จะรับมือกับความร้อนระดับนั้นได้?




เราคุ้นเคยกับภาพรถยนต์คันหนึ่งวิ่งไปมาบนถนนโดยไม่มีคนขับ จนบางทีลืมคิดไปว่ามันทำงานยังไง มันไม่ใช่แค่กล้องสองสามตัวกับเรดาร์แล้วประมวลผลบนคลาวด์แบบดีเลย์ๆ ไม่ได้ เพราะบนถนนจริงมีตัวแปรเป็นล้านๆ จุดต่อวินาที และความผิดพลาดแม้เสี้ยววินาทีก็หมายถึงอุบัติเหตุ



ล่าสุด Waymo ตัดสินใจเปิดม่านความลับครั้งใหญ่ เปิดเผยรายละเอียดของ "สมอง" ที่อยู่ในท้ายรถแท็กซี่ไร้คนขับของพวกเขาเป็นครั้งแรก และมันไม่ใช่คอมพิวเตอร์ธรรมดาแน่นอน มันคือเครื่องที่ทรงพลังพอจะประมวลผลได้ถึง 1 ควอดริลเลียนโอเปอเรชันต่อวินาที หรือพูดง่ายๆ คือ หนึ่งล้านล้านล้านครั้งต่อวินาที ตัวเลขที่ฟังแล้วสมองคนอย่างเราแทบระเบิด



ที่มา


เรื่องนี้มาจากการเปิดเผยของ Waymo ผ่านบล็อกโพสต์อย่างเป็นทางการ โดยพวกเขาอธิบายถึงฮาร์ดแวร์ที่อยู่ใต้ฝากระโปรงหลัง (จริงๆ คือใต้พื้นท้ายรถ) ว่ามันเป็นโมดูลคอมพิวเตอร์ที่ออกแบบมาเฉพาะ ประกอบด้วยชิปหลายตัวที่ทำงานร่วมกัน เพื่อประมวลผลข้อมูลจากเซนเซอร์ทุกตัวบนรถ ทั้งกล้อง LiDAR เรดาร์ และเซนเซอร์เสียง ข้อมูลเหล่านี้ถูกหลอมรวมเป็นภาพ 3 มิติแบบเรียลไทม์ เพื่อให้รถตัดสินใจได้ว่า "ตอนนี้ควรเบรกหรือควรเลี่ยง"



ก่อนหน้านี้ Waymo ปฏิเสธที่จะพูดถึงรายละเอียดฮาร์ดแวร์ของตัวเองแทบทั้งหมด เพราะมองว่าเป็นความลับทางการค้า แต่การเปิดเผยครั้งนี้มันบอกอะไรหลายอย่าง อย่างแรกคือ พวกเขามั่นใจในเทคโนโลยีของตัวเองมากพอแล้ว และอย่างที่สองคือ พวกเขาอยากส่งสัญญาณไปยังคู่แข่งว่า "สมอง" ของพวกเขาไม่ได้ธรรมดา



ทำไมถึงสำคัญ


หลายคนอาจคิดว่าเรื่องชิปหรือคอมพิวเตอร์มันไกลตัว แต่จริงๆ แล้วมันคือหัวใจของธุรกิจรถไร้คนขับเลย นึกภาพตามง่ายๆ ถ้ารถยนต์ทั่วไปคือ "ร่างกาย" ที่มีเครื่องยนต์เป็นหัวใจ รถไร้คนขับคือ "หุ่นยนต์" ที่สมองเป็นตัวกำหนดทุกอย่าง ยิ่งสมองฉลาดและเร็วนานเท่าไหร่ รถก็ยิ่งปลอดภัยและรับมือสถานการณ์บนถนนได้ดีขึ้นเท่านั้น



การที่ Waymo เลือกใช้ชิปแบบเฉพาะ (custom silicon) แทนการซื้อชิปสำเร็จรูปจาก NVIDIA หรือ Intel มันคือการ์ดที่กล้าเสี่ยง แต่ก็แลกมาด้วยประสิทธิภาพที่เหนือกว่าและต้นทุนต่อหน่วยที่ต่ำลงในระยะยาว นี่คือเกมที่ต้องลงทุนหนักมาก และไม่ใช่ทุกบริษัทจะเล่นได้



“
สมองของรถไร้คนขับไม่ได้แค่ฉลาด แต่มันต้องทำงานได้เร็วพอที่จะเอาชนะความไม่แน่นอนของถนนจริง ซึ่งมนุษย์เรายังทำพลาดกันทุกวัน


สิ่งที่ Waymo ทำสำเร็จคือการยกระดับมาตรฐานของวงการ พวกเขาไม่ได้แค่ใส่คอมพิวเตอร์ลงไปในรถ แต่พวกเขาออกแบบสถาปัตยกรรมทั้งหมดขึ้นมาใหม่ เพื่อให้แน่ใจว่าทุกระบบสื่อสารกันได้อย่างไม่มีดีเลย์ มันคือวิศวกรรมระดับสุดขั้วที่ต้องแลกมาด้วยการทดสอบ การจำลองสถานการณ์นับล้านครั้ง และการลงทุนมหาศาลที่คู่แข่งรายเล็กๆ อย่าง Cruise หรือ Zoox ต้องคิดหนัก



อีกมุมที่น่าสนใจคือเรื่องการจัดการความร้อน เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำงานหนักระดับนี้มันร้อนสุดๆ การวางไว้ในท้ายรถที่ไม่มีช่องระบายอากาศแบบรถทั่วไป หมายความว่า Waymo ต้องออกแบบระบบระบายความร้อนเฉพาะขึ้นมาเองด้วย นี่คือรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่คนทั่วไปไม่เห็น แต่คือสิ่งที่ทำให้รถวิ่งได้ทั้งวันทั้งคืนโดยไม่โอเวอร์ฮีต



การเปิดเผยครั้งนี้ยังสะท้อนกลยุทธ์ทางธุรกิจของ Waymo ด้วย พวกเขากำลังจะขยายบริการไปยังเมืองใหม่ๆ และการทำให้สาธารณชนเข้าใจว่าเทคโนโลยีนี้จริงจังและปลอดภัยแค่ไหน คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้คนยอมนั่งรถที่ไม่มีคนขับ ถ้าคนรู้ว่าข้างในมันคือซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ประมวลผลเร็วกว่าสมองมนุษย์หลายล้านเท่า ความเชื่อมั่นก็จะเพิ่มขึ้นเอง




ชิปเฉพาะทาง (Custom Silicon)

ออกแบบมาเพื่องานประมวลผล AI โดยเฉพาะ ไม่ใช่ชิปคอมพิวเตอร์ทั่วไป เร็วและประหยัดพลังงานกว่า



ระบบระบายความร้อนเฉพาะ

ต้องออกแบบใหม่ทั้งระบบ เพราะคอมพิวเตอร์ในท้ายรถร้อนจัด แต่ไม่สามารถใช้ช่องระบายอากาศแบบรถยนต์ทั่วไปได้



การประมวลผลแบบรวมศูนย์

ข้อมูลจากเซนเซอร์ทุกตัวถูกส่งมาหลอมรวมที่จุดเดียว เพื่อให้รถเห็นภาพรวม 360 องศาแบบเรียลไทม์


💡

ความจริงที่ Waymo เพิ่งเปิดเผยนี้ไม่ได้ทำให้เรารู้แค่ว่า "รถมันมีคอมพิวเตอร์" แต่มันคือการประกาศศักดาว่าเกมรถไร้คนขับไม่ได้แข่งกันที่จำนวนเซนเซอร์หรือระยะทางทดสอบ แต่แข่งกันที่ "สมอง" และใครที่ตามหลังในเรื่องนี้ ก็ไม่ต้องฝันที่จะไล่ทันในอีก 5 ปีข้างหน้าแน่นอน



ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ


#Waymo #SelfDriving #AIHardware

🔗 อ่านต่อ · สินค้าและคำถามที่เกี่ยวข้อง

สินค้ามาแรงตอนนี้

คนขายของถามบ่อย

ความคิดเห็น 5

กำลังโหลดความคิดเห็น...