Simon Willison's Weblog 37 วันที่แล้ว general AI Generated

Quoting Laurie Voss

Simon Willison's Weblog 14 Sep 2026
89
0
100
1 11m



เจาะประเด็น
CAREERS


เขียนโค้ดถูกลงจนเกือบฟรี แล้วงานที่เหลือของโปรแกรมเมอร์คืออะไร



เมื่อต้นทุนการพิมพ์โค้ดดิ่งลง ต้นทุนที่แท้จริงของซอฟต์แวร์ก็ย้ายไปอยู่ที่อื่น และมันย้ายไปในที่ที่ AI ยังแทนไม่ได้




ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที



ถ้าเขียนโค้ดไม่ใช่ค่างานอีกต่อไป แล้วอะไรคือสิ่งที่ลูกค้าจ่ายเงินซื้อจริงๆ




ถ้าคุณยังคิดว่าตัวเองมีค่าเพราะเขียนโค้ดเก่ง Laurie Voss กำลังจะบอกว่าคุณกำลังเดิมพันผิดที่ เขาพูดประโยคหนึ่งที่ผมอ่านแล้วหยุดคิดไปพักใหญ่ ว่าต้นทุนของการเขียนโค้ดมันถล่มลงมาแล้ว และต้นทุนของการรีวิว แก้บั๊ก และดูแลระบบให้มันรันได้ กำลังตามลงมาแบบติดๆ และเขาก็เชื่อว่ามันจะไปถึงจุดนั้นจริงๆ



ฟังดูเหมือนข่าวร้ายสำหรับคนเขียนโค้ดใช่ไหม แต่จริงๆ แล้ว Voss กำลังชี้ไปที่จุดที่หลายคนมองข้าม นั่นคือเมื่อต้นทุนการผลิตโค้ดเหลือใกล้ศูนย์ สิ่งที่เหลืออยู่ในสมการคือการหาว่าคนต้องการอะไรจริงๆ นิยามมันให้ชัด และทำมันออกมาให้น่าใช้ต่างหาก



ต้นทุนที่ย้ายที่


ประเด็นของ Voss ไม่ใช่แค่เรื่องเครื่องมือ AI เขียนโค้ดได้เร็วขึ้น แต่คือการที่ต้นทุนทุกขั้นตอนของวงจรซอฟต์แวร์กำลังถูกบีบพร้อมกัน เขียนเสร็จเร็ว รีวิวก็เร็ว แก้บั๊กก็เร็ว ดูแลระบบก็เริ่มเร็วขึ้นเรื่อยๆ เพราะเครื่องมือ agentic เริ่มทำได้หมด



แต่จุดสำคัญที่เขาฟันธงคือ ต้นทุนที่เหลืออยู่มันเป็นต้นทุน "ต่อชิ้นงาน" มันไม่ใช่ต้นทุนที่ถ่ายโอนกันได้ ไม่เหมือนโค้ดที่เขียนครั้งเดียวแล้ว reuse ได้ งานส่วนนี้ต้องทำใหม่ทุกโปรเจกต์ ทุกผลิตภัณฑ์ ทุกครั้งที่เริ่มของใหม่



นั่นแหละคือกับดักที่คนในวงการยังไม่ค่อยยอมรับ เพราะมันแปลว่าคุณค่าของคนทำซอฟต์แวร์ไม่ได้อยู่ที่ทักษะการพิมพ์โค้ดอีกต่อไป แต่อยู่ที่ทักษะการเข้าใจคนและแปลงความต้องการที่คลุมเครือให้เป็นสิ่งที่สร้างได้จริง



“
What's left of making software is finding out what people actually want, defining it precisely, and making it pleasant to use.


ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ


Voss พูดต่ออีกว่า ต้นทุนส่วนนี้ไม่มีเพดาน เพราะความต้องการซอฟต์แวร์ไม่มีเพดาน ยิ่งมีซอฟต์แวร์มากขึ้นเท่าไหร่ ต้นทุนการหาว่าคนต้องการอะไรก็ยิ่งกลายเป็นงานทั้งหมดของวงการไปเรื่อยๆ



ผมว่าอันนี้คือคำอธิบายที่คมที่สุดของสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับอาชีพโปรแกรมเมอร์ในตอนนี้ ไม่ใช่ "AI จะมาแย่งงาน" แบบที่ใครๆ พูดกัน แต่มันคือการที่งานย้ายจุดโฟกัสไปที่ส่วนที่ AI ยังทำได้ห่วยที่สุด นั่นคือการเข้าใจมนุษย์



ลองคิดดูว่าในทางปฏิบัติหมายความว่าอะไร บริษัทที่เคยจ้างวิศวกร 20 คนมาเขียนฟีเจอร์ อาจจ้าง 5 คนแล้วให้ AI ช่วยเขียน ส่วนอีก 15 คนย้ายไปทำงานที่ต้องคุยกับลูกค้า ทดลองไอเดีย และออกแบบประสบการณ์การใช้งานมากขึ้น



และสำหรับคนที่ยังยึดติดกับ identity ว่า "ฉันคือคนเขียนโค้ด" คำเตือนของ Voss คือสัญญาณว่าถึงเวลาต้องขยายนิยามตัวเองแล้ว




เขียนโค้ด

ต้นทุนถล่มลงมาแล้ว เครื่องมือ AI ทำได้เร็วและถูกลงเรื่อยๆ



รีวิวและแก้บั๊ก

กำลังตามลงมาแบบติดๆ เครื่องมือ agentic เริ่มทำได้แล้ว



ดูแลระบบให้รันได้

ต้นทุนส่วนนี้ก็กำลังถูกบีบลงเช่นกัน



สิ่งที่เหลือ

หาว่าคนต้องการอะไร นิยามให้ชัด ทำให้น่าใช้ ต้นทุนส่วนนี้ไม่ถ่ายโอน และไม่มีเพดาน


💡

ข้อสรุปของ Voss ไม่ได้บอกว่าโปรแกรมเมอร์จะตกงาน แต่มันบอกว่าคำนิยามของ "งานวิศวกรรมซอฟต์แวร์" กำลังถูกเขียนใหม่ และคนที่ปรับตัวได้ก่อนคือคนที่มองเห็นว่าต้นทุนที่แท้จริงย้ายไปอยู่ที่การเข้าใจคน ไม่ใช่การพิมพ์โค้ด



ที่มา: Simon Willison's Weblog — อ่านต้นฉบับ


#ProductEngineering #GenerativeAI #SoftwareCareers

🔗 อ่านต่อ · สินค้าและคำถามที่เกี่ยวข้อง

สินค้ามาแรงตอนนี้

คนขายของถามบ่อย

ความคิดเห็น 5

กำลังโหลดความคิดเห็น...