เจาะประเด็น
Chips / Supply Chain
Intel กับ SK hynix คุยกันลับๆ เรื่องปั้นโรงงาน DRAM บนแผ่นดินอเมริกา
ถ้าดีลนี้เกิดขึ้นจริง มันไม่ใช่แค่ข่าวโรงงานใหม่ แต่คือการเขย่าวงการหน่วยความจำโลกครั้งใหญ่
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ Intel จะได้เพื่อนร่วมทุน แต่เป็นสัญญาณว่าใครก็ตามที่คุมห่วงโซ่ DRAM ได้ในยุค AI กำลังได้เปรียบแบบขาดลอย
มีข่าวหลุดออกมาจากสำนักข่าว Reuters ที่อ้างแหล่งข่าวนิรนามว่า Intel กับ SK hynix กำลังนั่งคุยกันเรื่องตั้งสายการผลิต DRAM บนแผ่นดินสหรัฐฯ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ถ้าฟังดูเหมือนข่าวโรงงานทั่วไป บอกเลยว่าคุณคิดผิด เพราะนี่คือสัญญาณว่าเกมหน่วยความจำโลกกำลังจะเปลี่ยน
ก่อนอื่นเลย หลายคนอาจสงสัยว่า DRAM มันสำคัญยังไง ก็ต้องบอกว่า DRAM คือหน่วยความจำหลักที่ทุกอย่างตั้งแต่เซิร์ฟเวอร์ AI ไปจนถึงมือถือต้องใช้ แล้วตอนนี้ดีมานด์มันพุ่งจนน่ากลัว เพราะพวก hyperscaler ยักษ์ใหญ่กับบริษัทออกแบบชิปแบบ fabless ต้องการ DRAM เพิ่มแบบไม่ลืมหูลืมตา ชนิดที่ว่าผลผลิตทั้งหมดในอีกไม่กี่ปีข้างหน้ามีคนจองคิวจองคิวจนเกลี้ยงอยู่แล้ว
แนวทางแรกคือ Intel กับ SK hynix จับมือตั้ง joint venture ร่วมกัน ซึ่งในกรณีนี้ Intel จะได้เทคโนโลยี memory IP จากฝั่งเกาหลี ส่วน SK hynix ก็จะได้ฐานการผลิตในอเมริกา ข้อดีคือช่วยคลายความกดดันในห่วงโซ่อุปทานได้เยอะ และทั้งสองบริษัทก็มีเหตุผลทางการเงินที่แข็งแรงมากในการทำแบบนี้ เพราะลูกค้าอย่าง hyperscaler กับ fabless นี่พร้อมกลืน DRAM ที่ผลิตได้ทั้งหมดอยู่แล้ว
แนวทางที่สองคือ SK hynix เช่าพื้นที่โรงงานของ Intel ในรัฐโอไฮโอไปเลย ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้ SK hynix ต้องจ่ายค่าเช่าแพงกว่าปกติ แต่ก็ได้กำไรจากการผลิตทั้งหมดไปเต็มๆ ไม่ต้องแบ่งกับใคร เรียกว่าเป็นดีลที่แลกเงินกับอิสระในการควบคุม
Joint Venture
Intel ร่วมทุนกับ SK hynix แลกเทคโนโลยี memory IP กับฐานการผลิตในสหรัฐฯ ช่วยลดแรงกดดันห่วงโซ่อุปทาน
เช่าโรงงาน
SK hynix เช่าพื้นที่โรงงาน Intel ในโอไฮโอ จ่ายค่าเช่าแพงแต่ได้กำไรจากการผลิตไปเต็มๆ
Reuters บอกว่ายังระบุไม่ได้ชัดๆ ว่าโรงงานนี้จะเน้นเทคโนโลยีอะไร แต่เป้าหมายหลักคือผลิต DRAM แบบ planar ทั่วไป, HBM และพวกโซลูชันจัดเก็บข้อมูลที่ใช้ NAND Flash ด้วย ซึ่งถ้าใครตามวงการชิปอยู่จะรู้ว่า HBM นี่คือพระเอกของยุค AI เลย เพราะชิปอย่าง GPU ต้องพึ่ง HBM ในการประมวลผลโมเดลใหญ่ๆ
ด้าน Intel ปฏิเสธที่จะคอมเมนต์เรื่องข่าวลือนี้ แต่ย้ำว่าการลงทุนในโอไฮโอยังเดินหน้าต่อไม่หยุด ส่วน SK hynix บอกว่ายังไม่ได้ตัดสินใจอะไรเป็นทางการ และยังไม่ได้สรุปเรื่องความร่วมมือ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธโอกาสที่จะจับมือกันในอนาคตด้วย ซึ่งภาษาการตอบแบบนี้ในวงการธุรกิจแปลว่า "เราคุยกันอยู่ แต่ยังไม่พร้อมประกาศ" นั่นแหละ
มุมของผมคือ ข่าวนี้สะท้อนความจริงที่ว่าสหรัฐฯ กำลังพยายามดึงการผลิตชิปกลับบ้านแบบจริงจัง ไม่ใช่แค่ชิป logic อย่างที่ผ่านมา แต่รวมถึงหน่วยความจำด้วย และการที่ SK hynix ซึ่งเป็นผู้เล่นรายใหญ่จากเกาหลีใต้ยอมมาคุยเรื่องตั้งโรงงานในอเมริกา มันบอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับแรงกดดันด้านภูมิรัฐศาสตร์และความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
อีกมุมที่น่าสนใจคือ ถ้าดีลนี้เกิดขึ้นจริง Intel จะได้ประโยชน์แบบทบต้น เพราะนอกจากจะได้เงินจากการร่วมทุนหรือค่าเช่าแล้ว ยังได้ technology transfer ที่อาจช่วยเสริมธุรกิจอื่นของตัวเองด้วย ส่วน SK hynix ก็จะได้แตะตลาดอเมริกาตรงๆ ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาฐานผลิตในเกาหลีและจีนเพียงอย่างเดียว
เรื่องนี้ยังไม่จบ เพราะทั้งสองฝ่ายบอกเองว่ายังไม่ตัดสินใจ แต่ทิศทางมันชัดแล้วว่ากำลังไปทางนั้น ใครที่คิดว่าห่วงโซ่ DRAM จะนิ่งๆ ต่อไปอีกสิบปี คงต้องคิดใหม่ เพราะเกมนี้กำลังถูกเขย่าจากทั้งแรงกดดันด้าน AI และภูมิรัฐศาสตร์พร้อมกัน
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 3
กำลังโหลดความคิดเห็น...