เจาะเครื่องมือ
AI / Tools
GitHub Copilot เปิดทางให้เราสร้างหน้าจอการทำงานเองได้ด้วยการพิมพ์บอกเป็นภาษาอังกฤษ
แนวคิด canvases พลิกวิธีที่เราคุยกับเครื่องมือทำงาน จากนั่งปรับตัวเข้ากับหน้าจอคนอื่น มาเป็นบอกสิ่งที่อยากได้แล้วให้เอเจนต์สร้างให้เลย
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที
ถ้าเราบอกเครื่องมือทำงานด้วยภาษาคนธรรมดาได้ ทำไมเรายังต้องมานั่งจำว่าปุ่มไหนอยู่ตรงไหน
มีอยู่อย่างนึงที่คนใช้เครื่องมือทำงานทุกวันเจอเหมือนกันหมด นั่นคือความรู้สึกว่าเราต้องเป็นฝ่ายปรับตัวเข้ากับหน้าจอของโปรแกรม ไม่ใช่โปรแกรมปรับเข้าหาเรา อยากได้ข้อมูลแบบนี้ก็ต้องไปหาว่ามันซ่อนอยู่เมนูไหน อยากได้ปุ่มลัดสำหรับงานที่ทำซ้ำๆ ก็ต้องรอให้ทีมพัฒนาทำมาให้ หรือไม่ก็ยอมนั่งทำมือไปวันๆ ฟังดูคุ้นๆ ใช่ไหม
GitHub Blog เพิ่งออกโพสต์ที่พูดถึงฟีเจอร์หนึ่งของแอป GitHub Copilot ที่ชื่อว่า canvases ซึ่งเป็นแนวคิดที่ตรงๆ เลยคือ คุณแค่พิมพ์อธิบายหน้าจอที่อยากได้ออกมาเป็นภาษาอังกฤษธรรมดา จากนั้นปล่อยให้เอเจนต์สร้าง surface แบบ live ขึ้นมาให้ใช้จริง แล้วทั้งคุณและเอเจนต์ก็ช่วยกันอัปเดตมันได้ด้วย
ถ้าอ่านผ่านๆ อาจดูเหมือนเป็นแค่ฟีเจอร์เล็กๆ ของแอปหนึ่ง แต่ถ้ามองดีๆ มันคือการย้ายอำนาจการออกแบบหน้าจอจากมือนักพัฒนา มาเป็นมือคนใช้งานตรงๆ เลยนะ คิดดูว่าเดิมที ถ้าอยากได้ dashboard ที่โชว์ข้อมูลเฉพาะแบบที่ตัวเองสนใจ อยากได้หน้าจอที่รวม workflow เฉพาะของทีมตัวเอง คุณต้องไปขอทีม dev ซึ่งก็ต้องรอคิว รอ prioritization รอกันไป บางทีงานที่อยากได้ก็ไม่สำคัญพอจะได้ทำสักที
แต่พอเราพิมพ์บอกเป็นภาษาคนได้ว่า "อยากได้หน้าจอที่โชว์ X Y Z แล้วมีปุ่มสำหรับทำ A" แล้วเอเจนต์สร้างให้เลยทันที มันเปลี่ยนสมการทั้งหมด นี่ไม่ใช่เรื่องของการเขียนโค้ดเป็นหรือไม่เป็นอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของการอธิบายสิ่งที่ตัวเองต้องการให้ชัดเจนต่างหาก
คำว่า "live surface" ในที่นี้หมายความว่ามันไม่ใช่แค่หน้าจอ static ที่สร้างเสร็จแล้วจบ แต่มันเป็นพื้นที่ทำงานที่ทั้งคนและเอเจนต์ช่วยกันอัปเดตได้ อันนี้คือหัวใจเลย เพราะปกติเวลาเราสร้างเครื่องมืออะไรเสร็จ มันจะกลายเป็นของแข็งทันที อยากแก้ก็ต้องไปแก้โค้ดใหม่ แต่ถ้ามันเป็น surface ที่ปรับได้ตลอดเวลา มันก็จะโตไปพร้อมกับงานที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ
โพสต์ต้นฉบับสรุปเจตนาของฟีเจอร์นี้ไว้ว่า จุดมุ่งหมายคือให้เราใช้เวลากับการปรับตัวเข้ากับเครื่องมือน้อยลง และเอาเวลาไปทำงานจริงให้มากขึ้น ซึ่งผมว่าฟังดูดี แต่ก็ต้องบอกตรงๆ ว่ามันจะดีจริงก็ต่อเมื่อเอเจนต์เข้าใจสิ่งที่เราสื่อได้แม่นพอ ถ้าพิมพ์บอกแล้วได้หน้าจอที่ไม่ตรงกับที่คิด ก็จะกลายเป็นว่าเสียเวลามากกว่าเดิม
กลุ่มที่ได้ประโยชน์ชัดสุดคือคนที่ทำงานกับข้อมูลหรือ workflow เฉพาะทาง แต่ไม่ใช่สายเขียนโค้ด เช่น ทีม operation ที่ต้องเฝ้าดูตัวเลขหลายตัวพร้อมกัน หรือคนที่ต้องทำงานซ้ำๆ ทุกวันและอยากได้หน้าจอที่ย่นขั้นตอนให้สั้นลง สำหรับคนกลุ่มนี้ canvases อาจเป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อตัวเองจริงๆ โดยไม่ต้องพึ่งทีมเทคนิค
ส่วนคนที่เป็นนักพัฒนาเองก็ได้เหมือนกัน อย่างน้อยก็ประหยัดเวลาไม่ต้องมานั่งทำ internal tool เล็กๆ ที่ไม่มีใครอยากทำ แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันมีเส้นบางๆ ระหว่าง "เครื่องมือที่ปรับได้เอง" กับ "เครื่องมือที่พังไม่รู้ตัว" เพราะถ้าเอเจนต์สร้างอะไรขึ้นมาแล้วเราไม่ได้เข้าใจว่ามันทำงานยังไง วันนึงที่มันพังก็จะแก้ไม่เป็นเอา
ภาพรวมแล้ว โพสต์นี้เป็นคอนเทนต์แนว beginner คือสอนวิธีใช้ฟีเจอร์นี้สำหรับคนเริ่มต้น ไม่ได้ประกาศอะไรใหญ่โต แต่ผมมองว่าทิศทางมันชัดเจนว่า GitHub กำลังดันไอเดียที่ว่า "การสั่งงานด้วยภาษาธรรมชาติ" จะกลายเป็นวิธีหลักในการสร้างเครื่องมือทำงาน ไม่ใช่แค่ของเล่นสำหรับเดโม
canvases ของ GitHub Copilot ไม่ใช่แค่ฟีเจอร์ใหม่ แต่เป็นสัญญาณว่ากำแพงระหว่าง "คนใช้" กับ "คนสร้างเครื่องมือ" กำลังบางลงเรื่อยๆ ใครที่ยังรอให้คนอื่นทำหน้าจอให้ใช้ คงได้เวลาลองพิมพ์บอกเอเจนต์ดูสักครั้งแล้ว
ที่มา: GitHub Blog — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 5
กำลังโหลดความคิดเห็น...