อัปเดต
Gaming
Assassin's Creed Black Flag Resynced กำลังจะได้โหมด New Game+ มาให้เล่นกันแล้ว
หลังจากแฟนเกมรอคอยมานาน ในที่สุด Ubisoft ก็พร้อมปล่อยโหมด New Game+ ให้ชาวโจรสลัดได้กลับไปออกทะเลกันอีกรอบสัปดาห์หน้า
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 2 นาที
ความสำเร็จถล่มทลายของเกมนี้คือเครื่องพิสูจน์ว่าคนยังโหยหาความคลาสสิก แต่การดึงคนให้อยู่กับเกมนานๆ ด้วยโหมด New Game+ คือก้าวสำคัญที่ Ubisoft ต้องทำให้ได้
ใครที่กำลังคิดถึงกลิ่นอายทะเลแคริบเบียนเตรียมตัวให้พร้อมเลยครับ เพราะ Ubisoft เพิ่งออกมาคอนเฟิร์มผ่านบัญชี X ทางการของ Assassin's Creed ว่าโหมด New Game+ ที่หลายคนตั้งตารอจะอัปเดตเข้ามาให้เล่นกันในสัปดาห์หน้าแล้ว
แม้ทางค่ายจะยังไม่ได้บอกรายละเอียดชัดเจนว่าในโหมดนี้เราจะขนอะไรติดตัวไปได้บ้าง หรือจะมีเงื่อนไขอะไรพิเศษไหม แต่ก็นั่นแหละครับ ตามมาตรฐานของ New Game+ ทั่วไป เราก็น่าจะพอคาดหวังเรื่องการเก็บพวกอาวุธหรืออัปเกรดต่างๆ ไปลุยรอบใหม่ได้อยู่แล้ว
เรื่องนี้จริงๆ คือคำสัญญาที่ให้ไว้ตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคมโน่น ตอนที่ยอดขายเกมทะลุ 3 ล้านชุด Richard Knight ผู้กำกับเกมเคยแง้มกับ YouTuber สายเกมอย่าง JorRaptor ไว้ว่า ทีมงานให้ความสำคัญกับโหมดนี้เป็นลำดับต้นๆ เลย แถมยังบอกด้วยว่ามันเป็นงานที่ความเสี่ยงต่ำ เพราะตัวเกม Assassin's Creed Shadows ก็มีระบบนี้อยู่แล้ว เลยเหมือนเป็นการหยิบเทคโนโลยีมาปรับใช้ให้เข้ากับ Black Flag Resynced มากกว่า
ถ้ามองย้อนกลับไป Black Flag Resynced นี่ถือเป็นม้ามืดที่ทำผลงานโคตรดี เปิดตัววันที่ 9 กรกฎาคม ก็ฟาดไป 2 ล้านชุดใน 24 ชั่วโมงแรก และพอผ่านไปสองสัปดาห์ก็ปาเข้าไป 3.5 ล้านชุดแล้ว ซึ่งยอดนี้มันเกินเป้าที่ Ubisoft วางไว้ทั้งปีไปไกลมาก
ความสำเร็จตรงนี้แหละที่หลายคนมองว่ามันมีผลต่ออนาคตของโปรเจกต์ Remake เกมอื่นๆ ของค่าย โดยเฉพาะข่าวลือที่ว่า Assassin's Creed ภาคแรกกำลังรอคิวอยู่ ถ้า Black Flag ทำผลงานได้ดีแบบนี้เรื่อยๆ โอกาสที่เราจะได้เห็นโปรเจกต์รีเมคภาคต่อๆ ไปก็น่าจะสดใสขึ้นเยอะ
สำหรับใครที่เล่นจบไปตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์แล้วโหมดนี้อาจจะเป็นเหตุผลชั้นดีที่ทำให้กลับมาหยิบจอยลุยทะเลแคริบเบียนกันอีกรอบ ส่วนตัวผมว่านี่คือการรักษาฐานแฟนคลับที่ฉลาดมาก เพราะแทนที่จะปล่อยให้เกมเงียบหายไป ก็เลือกเติมคอนเทนต์ที่คนโหยหาเข้ามาเสริมให้เกมยังอยู่ในกระแสได้ยาวๆ
การมาของ New Game+ คือจังหวะที่ลงตัวที่สุดในการดึงคนเล่นกลับมา และถ้า Ubisoft ยังรักษามาตรฐานความสนุกแบบนี้ได้ เชื่อเถอะว่าโปรเจกต์รีเมคในอนาคตมีลุ้นไปได้ไกลกว่านี้แน่นอน
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 0
กำลังโหลดความคิดเห็น...