เจาะประเด็น
AI / Big Tech
แอปเปิลยอมก้มหัวให้อลีบาบา? จับมือเทรนโมเดล AI จีนโดยเฉพาะ ครั้งแรกในประวัติศาสตร์
เมื่อตลาดใหญ่ที่สุดในโลกบังคับให้คู่อริต้องเป็นคู่หู — นี่คือเกมหมากที่คูเปอร์ติโน่ไม่มีทางเลือก
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที
เช้านี่มันเรื่องใหญ่จริงๆ นะ อย่าคิดว่าเป็นแค่ข่าวอัปเดตเล็กๆ ของวงการเทคฯ เพราะสิ่งที่ Reuters รายงานโดยอ้างแหล่งข่าววงในสามคนคือ — แอปเปิลเทรนโมเดล AI เฉพาะสำหรับตลาดจีน โดยมีอลีบาบาเป็นพาร์ทเนอร์ช่วยเทรน นี่ไม่ใช่การซื้อบริการคลาวด์หรือจ้างบริษัทท้องถิ่นมาทำระบบให้ แต่คือการที่สองยักษ์ใหญ่ซึ่งปกติแทบไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับกัน ต้องมาจับมือกันแบบข้ามเส้นแบ่งความขัดแย้งระหว่างปักกิ่งกับวอชิงตันที่กำลังร้อนระอุ
ฟังดูอาจไม่ช็อกสำหรับคนนอกวงการ แต่ถ้าใครตามเกม AI ในจีนมาสักระยะ จะรู้ว่ามันแทบเป็นไปไม่ได้ที่แอปเปิลจะยอมพึ่งพาใครในเรื่องนี้ โดยเฉพาะกับบริษัทจีนอย่างอลีบาบา จำไว้เสมอว่าแอปเปิลคือแบรนด์ที่คลั่งไคล้การควบคุมทุกอย่างตั้งแต่ชิปจนถึงซอฟต์แวร์ การที่พวกเขายอมให้บริษัทจีนมาแตะต้องโมเดล AI ของตัวเอง มันเท่ากับยอมรับความจริงข้อหนึ่งว่า "เราสู้คนเดียวในจีนไม่ได้อีกต่อไป"
แล้วทำไมต้องอลีบาบา? คำตอบง่ายๆ คือระบบนิเวศของจีนมันปิดตายสำหรับโมเดลต่างชาติ โมเดลอย่าง GPT-4 หรือ Gemini ของกูเกิลเข้าไปไม่ได้อยู่แล้ว กฎระเบียบไซเบอร์ซีเคียวริตี้ของจีนบังคับให้ทุกโมเดลที่ให้บริการในประเทศต้องผ่านการตรวจสอบและเทรนบนข้อมูลที่สอดคล้องกับนโยบายรัฐ อลีบาบามีทั้งคลาวด์อินฟราสตรัคเจอร์ระดับประเทศ มีทีมวิจัย AI ระดับแนวหน้า และที่สำคัญที่สุด — มี "ใบอนุญาต" ทางกฎหมายที่จะทำให้แอปเปิลไม่โดนแบนแบบที่เมตาถูกแบนไปแล้ว
ถ้าย้อนไปเมื่อปีที่แล้ว แอปเปิลยังคุยกับทั้งเทนเซนต์และไบต์แดนซ์ (บริษัทแม่ของติ๊กต็อก) อยู่ แต่สุดท้ายดันเลือกอลีบาบา เหตุผลน่าจะเป็นเพราะอลีบาบามีความ "เป็นกลาง" ทางการเมืองมากที่สุดในบรรดาบริษัทเทคจีนด้วยกัน และมีประสบการณ์รองรับองค์กรต่างชาติในจีนมานาน แต่อย่าลืมว่าแอปเปิลไม่ได้มีแค่ปัญหาเรื่องโมเดลภาษา แต่ยังมีปัญหาเรื่อง Apple Intelligence ทั้งระบบที่ต้องปรับให้เข้ากับกฎหมายจีน ซึ่งรวมถึงการเซ็นเซอร์เนื้อหาและการไม่ให้ใช้บริการต่างชาติ
นี่คือเกมที่แอปเปิลกำลังเดิมพันครั้งใหญ่ที่สุดในตลาดจีน — ตลาดที่คิดเป็นสัดส่วนรายได้ราว 18% ของบริษัท ถ้าทำพลาดคือสูญเสียผู้ใช้หลายร้อยล้านคนให้กับหัวเว่ยที่กำลังกลับมาฮอตด้วยชิปของตัวเองและ HarmonyOS ส่วนถ้าทำสำเร็จ ก็เท่ากับว่าพวกเขายอมลดมาตรฐานเรื่องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยลง เพื่อแลกกับการอยู่รอดในตลาดที่รัฐบาลจีนเป็นผู้ชนะเสมอ
สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือรายละเอียดว่าโมเดลที่เทรนร่วมกันนี้จะถูกใช้กับฟีเจอร์อะไรบ้าง และจะเปิดตัวเมื่อไหร่กับ iPhone รุ่นไหน บางกระแสว่าอาจมาพร้อม iOS 26 ที่จะเปิดตัวใน WWDC เดือนมิถุนายนนี้ แต่ถ้าถามผม — อย่าเพิ่งคาดหวังว่าจะเห็นอะไรชัดเจนในเร็วๆ นี้ เพราะการเทรนโมเดลภาษาให้ได้คุณภาพระดับที่แอปเปิลยอมรับได้ต้องใช้เวลา และการผ่านการตรวจสอบของรัฐบาลจีนก็ไม่ใช่เรื่องที่จะเสร็จในข้ามคืน
อีกมุมที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือเรื่องของ "หน้าตา" ของแอปเปิลในตลาดโลก ถ้าคนอเมริกันรู้ว่า iPhone ที่ขายในจีนใช้โมเดล AI ที่เทรนร่วมกับบริษัทจีน จะยิ่งตอกย้ำภาพว่าแอปเปิลกำลังแยกผลิตภัณฑ์ออกเป็นสองซีกโลก — ซีกโลกที่ใช้ AI แบบเสรี (OpenAI) กับซีกโลกที่ใช้ AI แบบมีรัฐควบคุม (Alibaba) ซึ่งมันจะยิ่งเร่งให้เกิดการแตกตัวของเทคโนโลยีระหว่างสองระบบมากขึ้นไปอีก
สุดท้ายนี้ อย่าลืมมองในมุมของอลีบาบาด้วย พวกเขาไม่ได้โง่ที่รับงานนี้ฟรีๆ การได้เป็นพาร์ทเนอร์ของแอปเปิลคือใบเบิกทางระดับพรีเมียมที่สุดที่จะพิสูจน์ให้ตลาดโลกเห็นว่า โมเดล Qwen ของพวกเขาสู้ชาติตะวันตกได้จริงๆ นี่คือการตลาดที่ซื้อด้วยเงินเท่าไหร่ก็ซื้อไม่ได้ เพราะมันคือการ "การันตีคุณภาพ" จากแบรนด์ที่โหดร้ายที่สุดในโลก
สรุปสั้นๆ ให้ฟังแบบไม่ต้องคิดตาม — แอปเปิลยอมแพ้แล้วในจีน พวกเขาจะไม่มีวันชนะเกม AI ในตลาดนี้ด้วยตัวเอง ดังนั้นจับมืออลีบาบาไว้ดีกว่าตาย ทั้งนี้ทั้งนั้น ใครที่คิดว่า Apple Intelligence จะเวิร์กเหมือนในอเมริกา ขอบอกเลยว่าลืมได้เลย นี่คือ AI เวอร์ชัน "จีน" ที่ถูกหล่อหลอมด้วยกฎหมายและวัฒนธรรมการเมืองของจีนล้วนๆ
ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 3
กำลังโหลดความคิดเห็น...