เจาะประเด็น
Gaming / Indie
KO_OP ประกาศเลย์ออฟ 13 คน แต่ให้ทีมโหวตกันเองว่าจะตัดใคร
สตูดิโออินดี้เล็กๆ เลือกวิธีเลิกจ้างที่ฟังดูเป็นประชาธิปไตยที่สุดเท่าที่วงการเกมเคยเห็น แต่คำถามคือ "ประชาธิปไตย" ในวันที่บริษัทกำลังจะจม มันช่วยอะไรได้จริงแค่ไหน
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที
ถ้าการเลย์ออฟเป็นเรื่องเลี่ยงไม่ได้ คำถามจริงๆ ไม่ใช่ "จะเลย์ยังไงให้ดูดี" แต่คือ "ใครกันแน่ที่ต้องรับผิดชอบเกมที่ขายไม่ออก"
ถ้าพูดกันตรงๆ วงการเกมทุกวันนี้เลย์ออฟกันจนกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ทั้งสตูดิโอใหญ่ระดับ AAA ที่ปลดคนเป็นพัน ไปจนถึงทีมอินดี้เล็กๆ ที่พนักงานนับสิบก็ยังต้องตัดใจส่งคนออก คราวนี้มาถึงคิวของ KO_OP สตูดิโออินดี้ที่หลายคนอาจรู้จักจากเกมปริศนา 3D อย่าง GNOG หรือเกมแนว cozy เกี่ยวกับการเดินทางในอวกาศแบบ co-op อย่าง Young Suns ที่เพิ่งประกาศว่าจะปลดพนักงาน 13 คน
แต่สิ่งที่ทำให้ข่าวนี้ไม่เหมือนข่าวเลย์ออฟทั่วไป คือคำว่า "ประชาธิปไตย" ที่ KO_OP ใช้เรียกกระบวนการของตัวเอง ไม่ใช่การเรียกประชุมตอนเช้าแล้วประกาศรายชื่อคนที่ต้องออกในบ่ายวันเดียวกันแบบที่เราเห็นกันบ่อยๆ
KO_OP ออกแถลงการณ์ผ่านบัญชี Bluesky อย่างเป็นทางการของสตูดิโอ ระบุว่าการเลย์ออฟครั้งนี้จำเป็นเพื่อให้สตูดิโอ "อยู่รอด" ไม่ใช่เพื่อ "ทำกำไรให้ได้มากที่สุด" ซึ่งเป็นถ้อยคำที่ฟังแล้วเจ็บแปลบอยู่เหมือนกัน เพราะมันยอมรับตรงๆ ว่าบริษัทไม่ได้อยู่ในโหมดเติบโต แต่กำลังอยู่ในโหมดเอาตัวรอด
กระบวนการที่ KO_OP เล่าไว้คือ สมาชิกในทีมเป็นคนเลือกตัวแทนกลุ่มหนึ่งขึ้นมาวางแผนรับมือกับความเป็นไปได้ที่จะต้องเลย์ออฟ จากนั้นการตัดสินใจของกลุ่มที่ได้รับเลือกก็ถูกนำมาให้ทีมลงมติรับรองอีกชั้นหนึ่ง และที่สำคัญ การเลย์ออฟครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่พนักงานทั่วไป แต่ลามไปถึงหัวหน้าทีมและผู้บริหารระดับสูงด้วย
KO_OP บอกด้วยว่าทั้งทีมรับรู้สถานะทางการเงินของสตูดิโอ และรู้ล่วงหน้า "พอสมควร" ว่าการเลย์ออฟกำลังจะมาถึง ซึ่งตรงนี้แหละคือจุดที่ต่างจากการเลย์ออฟแบบเดิมๆ ที่พนักงานมักรู้ตัวตอนเปิดอีเมลเช้าวันจันทร์
การเลย์ออฟจะเกิดขึ้นในระยะเวลา "สองสามเดือนข้างหน้า" ไม่ใช่ตัดจบในวันเดียว และที่สำคัญ KO_OP ยังมีพันธะทางกฎหมายที่ต้องจ่ายส่วนแบ่งกำไรจาก Young Suns ให้สมาชิกทีมที่ได้รับผลกระทบตามที่ตกลงไว้ เกมนี้ตอนนี้ยังเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะ Xbox Game Pass อยู่
ตรงนี้ต้องชมว่าอย่างน้อย KO_OP ก็ไม่ได้ตัดหางปล่อยวัดกันแบบเงียบๆ แต่การที่สตูดิโอเล็กๆ ต้องเลือกว่าจะจ่ายส่วนแบ่งกำไรให้คนที่กำลังจะออก หรือเก็บเงินไว้ประคองบริษัทต่อ มันก็สะท้อนภาพรวมของวงการ indie ที่เงินทุนไม่หนาพอจะรับมือกับความผิดพลาดได้เหมือนค่ายใหญ่
มุมมองของผมคือ การทำเลย์ออฟให้เป็น "ประชาธิปไตย" มันดีกว่าการที่ CEO คนเดียวนั่งไล่ชื่อคนออกจากห้องประชุมก็จริง แต่ในทางปฏิบัติ มันก็ยังเป็นการตัดสินใจที่ทุกคนในทีมต้องแบกร่วมกัน รวมถึงคนที่อาจจะไม่ได้มีส่วนผิดอะไรกับสถานการณ์การเงินของบริษัทเลยด้วยซ้ำ และการให้ทีมโหวตกันเองว่าควรจะตัดใคร มันก็มีคำถามทางจริยธรรมที่ตามมาเหมือนกัน — เพื่อนร่วมงานที่ต้องเลือกว่าเพื่อนคนไหนจะได้อยู่ต่อ
แต่ถ้ามองในแง่ดี KO_OP อย่างน้อยก็เปิดเผยทุกอย่างกับทีมตั้งแต่เนิ่นๆ ให้คนได้เตรียมตัว และรวมตัวเองเข้าไปในความเสี่ยงด้วย ไม่ใช่ให้แค่พนักงานระดับล่างรับกรรมคนเดียว ซึ่งในวงการที่เต็มไปด้วยการเลย์ออฟแบบไร้หัวใจ นี่ก็ถือเป็นตัวอย่างที่สตูดิโออื่นควรดูไว้บ้าง
ไม่ว่าจะเรียกมันว่าประชาธิปไตยหรืออะไรก็ตาม ความจริงคือวงการเกมยังไม่มีโมเดลที่ยั่งยืนจริงๆ สำหรับสตูดิโอเล็กที่ต้องพึ่งพาเกมไม่กี่เกมในการอยู่รอด และเมื่อไหร่ที่เกมหนึ่งไม่ทำเงินอย่างที่หวัง คนที่จ่ายราคาก็ยังเป็นพนักงานอยู่ดี ไม่ว่ากระบวนการจะโปร่งใสแค่ไหนก็ตาม
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 5
กำลังโหลดความคิดเห็น...