ข่าวเด่น
Hardware
Framework ประกาศยุบโปรเจกต์ One Key Module หลังต้นทุนต่อปุ่มสูงจนขายจริงไม่ได้
ความฝันอยากให้คนแต่งคีย์บอร์ดแล็ปท็อปเองได้ จบลงด้วยตัวเลขที่ไม่มีใครแบกไหว
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
ไอเดียดีกับเศรษฐกิจการผลิตมันคนละเรื่องกัน และ Framework เพิ่งพิสูจน์ให้เห็นแบบเจ็บๆ
คนที่ตามวงการแล็ปท็อปโมดูลาร์น่าจะจำได้ว่า Framework เปิดตัวโปรเจกต์ One Key Module มาพร้อมกับ Laptop 16 เจนสอง ด้วยความหวังว่าจะสร้างระบบนิเวศให้ดีเวลอปเปอร์ออกแบบเลย์เอาต์คีย์บอร์ดของตัวเองได้ ไม่ว่าจะประกอบเองจากชิ้นส่วนและ schematics ที่ Framework แจก หรือจะต่อยอดเป็นสินค้าเชิงพาณิชย์ก็ได้ ฟังดูเหมือนฝันของสายโมดิฟายเลยใช่ไหม
แต่วันนี้ Framework ออกมาประกาศเองว่าโปรเจกต์นี้ต้องจบลงแล้ว เหตุผลไม่ได้มาจากความไม่สนใจของชุมชนหรือปัญหาทางเทคนิคแบบที่แก้ไม่ได้ แต่มันมาจากเรื่องที่หลายคนมักมองข้าม นั่นคือ "เศรษฐศาสตร์ของการผลิต"
Framework อธิบายตรงๆ ว่าทีมวิศวกรรมและซัพพลายเชน รวมถึงพันธมิตรอย่าง Lite-On ทุ่มเทกันเต็มที่แล้ว แต่ก็ยังพาต้นทุนวัสดุ ต้นทุนการประกอบ และอัตราผลผลิต (yield) ไปไม่ถึงจุดที่ตัวเลขทางเศรษฐกิจมันจะเวิร์ก
ปัญหาคือต้นทุนต่อปุ่มมันสูงเกินไป จนราคาขายจุดคุ้มทุนสูงตามไปด้วย ซึ่งสูงพอที่จะทำให้ไม่สามารถขายในปริมาณมากได้ และทั้ง Framework เองกับซัพพลายเออร์ก็ไม่มีใครรับภาระ overhead ของการผลิตสินค้าที่ซับซ้อนขนาดนี้ในปริมาณน้อยๆ ไหว
ถ้ามองในมุมของคนที่ชื่นชอบฮาร์ดแวร์แบบเปิด เรื่องนี้เจ็บพอสมควร เพราะ One Key Module ไม่ใช่แค่สินค้าธรรมดา แต่เป็นความพยายามจะสร้าง "แพลตฟอร์ม" ให้คนอื่นมาต่อยอด ซึ่งเป็นสิ่งที่วงการแล็ปท็อปแทบไม่เคยมี แบรนด์ส่วนใหญ่ปิดระบบจนผู้ใช้แทบไม่มีทางเลือกนอกจากซื้อตามที่เขาขาย
แต่ในอีกมุมหนึ่ง มันก็สะท้อนความจริงที่โหดร้ายของอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์ การทำสินค้าที่ customizable สูงในปริมาณน้อย มักเจอกำแพงต้นทุนที่มองไม่เห็นจากภายนอกเสมอ ยิ่งจำนวนปุ่มต่อคีย์บอร์ดหนึ่งตัวมันเยอะ และแต่ละปุ่มต้องผลิตให้พอดีกันทุกจุด คุณภาพต้องสม่ำเสมอ นั่นแหละคือจุดที่ต้นทุนต่อหน่วยมันพุ่งขึ้นแบบที่Framework อธิบายไว้ว่าทำให้ราคาจุดคุ้มทุนสูงเกินกว่าจะขายได้ในปริมาณมาก
พูดง่ายๆ คือมันไม่ใช่ปัญหาที่ว่า "ของดีแต่ขายไม่ออก" แต่มันคือ "ของดีเกินกว่าที่โครงสร้างต้นทุนจะรองรับได้" ซึ่งเป็นปัญหาที่แก้ด้วยความตั้งใจหรือแพสชันอย่างเดียวไม่ได้
สำหรับ Framework เอง การตัดสินใจแบบนี้ก็ถือว่าเป็นท่าทีที่ตรงไปตรงมา ไม่ยื้อโปรเจกต์ที่ไม่มีทางไปต่อให้เสียเวลาและเงินไปมากกว่านี้ แต่มันก็ทำให้คำถามใหญ่ยังค้างอยู่ นั่นคือถ้าแม้แต่ Framework ที่ขึ้นชื่อเรื่องความมุ่งมั่นกับฮาร์ดแวร์โมดูลาร์ยังทำโปรเจกต์แบบนี้ไม่ไหว แล้วใครจะทำได้
Framework เลือกพูดความจริงเรื่องต้นทุนแทนที่จะปล่อยโปรเจกต์ตายช้า ซึ่งนับว่าซื่อสัตย์ต่อชุมชน แต่มันก็เตือนว่าไอเดียฮาร์ดแวร์แบบเปิดจะอยู่รอดได้จริง มันต้องมีตัวเลขที่ทั้งบริษัทและซัพพลายเออร์แบกไหวด้วย ไม่ใช่แค่ความตั้งใจดี
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 3
กำลังโหลดความคิดเห็น...