The Verge 66 วันที่แล้ว general AI Generated

ChatGPT’s Computer History tracks your clicks and keystrokes

เกี่ยวกับ OpenAI
The Verge 16 Aug 2026
76
0
100
รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบกระทู้
29 15m



เจาะประเด็น
AI / Privacy


OpenAI เปิดโหมดสอดแนม แอป ChatGPT แอบจดทุกคลิกและทุกคีย์สโตรกบน Mac



ฟีเจอร์ใหม่ Computer History ทำให้ AI รู้จักนิสัยการทำงานของคุณแบบทะลุปรุโปร่ง — คำถามคือ คุณยอมจ่ายด้วยความเป็นส่วนตัวเพื่อความสะดวกขนาดไหน?




ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที



ถ้า AI รู้ว่าคุณทำงานยังไง มันจะช่วยคุณได้จริงไหม หรือแค่รู้ว่าคุณขี้เกียจแค่ไหน?




เพื่อนๆ ที่ใช้ ChatGPT เวอร์ชันเดสก์ท็อปบน macOS เตรียมตัวรับรู้ข่าวนี้ได้เลย — OpenAI เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ที่ชื่อว่า Computer History ซึ่งไม่ใช่แค่บันทึกว่าคุณพิมพ์อะไรลงไปในแชท แต่มันจดหมดทุกอย่างที่คุณทำบนเครื่อง ตั้งแต่การคลิกเมาส์ การพิมพ์คีย์บอร์ด ไปจนถึงการเปิดปิดแอปพลิเคชันต่างๆ แล้วมันเอาไปทำอะไร? คำตอบสั้นๆ คือ มันเอาไปสร้าง "ไทม์ไลน์" ของชีวิตการทำงานดิจิทัลของคุณทั้งวัน



ฟังแล้วอาจจะรู้สึกเหมือนมีคนมายืนมองเวลาทำงานอยู่ข้างหลังจริงไหมครับ? เพราะเจ้าฟีเจอร์นี้มันจะเก็บข้อมูลการใช้งานของคุณเป็นเส้นเวลา (timeline) ที่ ChatGPT และ Codex เพื่อนร่วมทีม AI อีกตัวของ OpenAI สามารถดึงไปใช้อ้างอิงได้เวลาคุณสั่งงานอะไรสักอย่าง ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเคยเปิดเว็บไซต์เดิมๆ ทุกเช้าเพื่อเช็คอีเมล หรือมีไฟล์ที่ต้องแก้เป็นประจำ ChatGPT จะเรียนรู้พฤติกรรมพวกนี้แล้วเสนอระบบอัตโนมัติ (automation) ให้คุณเอง โดยไม่ต้องรอให้คุณสั่ง



เรื่องนี้มันน่าสนใจและน่ากลัวในเวลาเดียวกันนะครับ เพราะการที่ AI เรียนรู้ "วิธีทำงาน" ของคุณ มันไม่ใช่แค่การอ่านข้อความที่คุณพิมพ์คุยกับมัน แต่มันคือการเฝ้าดูพฤติกรรมจริงๆ ของคุณบนเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนตัว ฟังดูเหมือนสปายแวร์ชั้นดีที่หลายคนพยายามหลบเลี่ยงมานาน แต่ตอนนี้ OpenAI ทำให้มันเป็นฟีเจอร์ทางการเสียเลย



ที่มา / ฟีเจอร์นี้คืออะไรกันแน่


จากรายงานของ The Verge ฟีเจอร์ Computer History นี้ทำงานโดยการบันทึกกิจกรรมของคุณบนแอปเดสก์ท็อป ChatGPT บน macOS แล้วแปลงเป็นข้อมูลสำหรับฝึกโมเดล (training data) — ใช่แล้วครับ คุณอ่านไม่ผิด มันเอาพฤติกรรมการใช้งานจริงของคุณไปเป็นข้อมูลฝึก AI ด้วย ซึ่งหมายความว่ายิ่งคุณใช้เยอะ มันยิ่งรู้จักคุณมาก และยิ่งรู้จักคุณมาก มันก็ยิ่งแนะนำอะไรได้ตรงใจ แต่แลกมากับอะไรบ้างคงต้องคิดหนัก



“
It uses your activity to build a timeline that ChatGPT and Codex can reference when you make a request.


จุดที่เด่นที่สุดของฟีเจอร์นี้คือความสามารถในการ "เก็บงานที่คุณทำค้างไว้" ครับ ลองนึกภาพว่าคุณกำลังเขียนรายงานแล้วต้องออกไปประชุมด่วน พอกลับมานั่งหน้าจอ คุณก็แค่บอก ChatGPT ว่า "ช่วยต่อยอดจากที่ฉันค้างไว้หน่อย" — มันจะรู้ทันทีว่าคุณค้างอยู่ตรงไหน เพราะมันเห็นคุณพิมพ์มาแล้วทั้งบรรทัด เห็นคุณเปิดไฟล์ไหนมาแล้ว เห็นแม้กระทั่งว่าคุณลบประโยคไหนทิ้งไปก่อนหน้านี้ นี่ไม่ใช่แค่ AI แชทบอททั่วไป แต่มันคือผู้ช่วยส่วนตัวที่ "จำได้ทุกอย่าง"



แน่นอนว่าความสามารถระดับนี้ย่อมมาพร้อมคำถามเรื่องความเป็นส่วนตัวที่หลายคนจับตามอง — แม้แต่ในหมู่คนที่ใช้งาน ChatGPT เป็นประจำทุกวันก็อดคิดไม่ได้ว่า "เรากำลังยอมแลกอะไรกับความสะดวกตรงนี้?" เพราะข้อมูลการคลิกและการพิมพ์ของคุณบนเครื่อง มันคือร่องรอยดิจิทัลที่ละเอียดที่สุดเท่าที่เคยมีบริษัทไหนขอเก็บจากคุณ



ผลกระทบ / ใครได้ใครเสีย


ฝั่งคนที่ได้ประโยชน์ชัดเจนคือสายทำงานที่ต้องจัดการเอกสารเยอะๆ หรือคนที่ทำงานกับ Codex ซึ่งเป็นเครื่องมือเขียนโค้ดของ OpenAI — เพราะการที่ AI เห็นคุณเขียนโค้ดทั้งวันแล้วมันเรียนรู้สไตล์การเขียนของคุณ มันจะช่วยแนะนำโค้ดหรือแก้บั๊กให้ตรงสไตล์มากขึ้น แต่ในทางกลับกัน คนที่กังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวหรือทำงานกับข้อมูลลับของบริษัทคงต้องคิดหนักพอสมควร เพราะข้อมูลทุกอย่างที่คุณทำบน Mac ที่เปิดแอป ChatGPT เอาไว้ มันจะถูกบันทึกและส่งไปประมวลผลที่เซิร์ฟเวอร์ของ OpenAI



อีกมุมที่ต้องพูดถึงคือเรื่อง "ความยินยอม" ครับ — ผู้ใช้หลายคนอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าฟีเจอร์นี้เปิดอยู่หรือปิดอยู่ ตอนที่อัปเดตแอปใหม่ๆ หรือถ้าเปิดไว้แล้วจะปิดยังไง? ตรงนี้ OpenAI ควรจะทำให้ชัดเจนและเข้าถึงง่าย ไม่ใช่ซ่อนอยู่ในเมนูการตั้งค่าลึกๆ เพราะเรื่องแบบนี้ถ้าคนไม่รู้ตัว มันจะกลายเป็นวิกฤตความเชื่อมั่นในภายหลังได้




บันทึกอัตโนมัติ

จดทุกคลิก ทุกคีย์สโตรก และทุกแอปที่เปิดบน Mac ของคุณ



สร้างไทม์ไลน์

เรียงลำดับกิจกรรมเป็นเส้นเวลาให้ ChatGPT และ Codex ดึงไปใช้อ้างอิง



แนะนำระบบอัตโนมัติ

เรียนรู้พฤติกรรมซ้ำๆ แล้วเสนอ automation ให้อัตโนมัติโดยไม่ต้องสั่ง


ต้องยอมรับว่า AI ที่ "เข้าใจ" บริบทการทำงานของคุณจริงๆ คือก้าวต่อไปของ productivity tools ที่ทุกบริษัทกำลังแข่งกันพัฒนา แต่การจะไปถึงจุดนั้นได้ มันต้องแลกมาด้วยข้อมูลส่วนบุคคลระดับที่หลายคนอาจไม่เคยยอมให้ใครเห็นมาก่อน แล้วคำถามสำคัญคือ เราจะเชื่อใจ OpenAI ได้ขนาดไหน? หลังผ่านดราม่าเรื่องข้อมูลผู้ใช้มาแล้วหลายรอบ



💡

ผมมองว่า Computer History คือดาบสองคมที่ OpenAI กำลังชูออกมา — ถ้าใช้ดี มันจะเปลี่ยนวิธีทำงานกับ AI ไปตลอดกาล แต่ถ้าจัดการเรื่องความโปร่งใสและความเป็นส่วนตัวไม่ได้ ผมว่านี่แหละคือจุดเริ่มต้นของหายนะครั้งใหญ่ที่สุดของ OpenAI ในเรื่องความไว้วางใจจากผู้ใช้ ข้อแนะนำคือ ใครที่ไม่ได้ใช้ macOS หรือไม่ได้อัปเดตแอปล่าสุด รอดูไปก่อนได้ครับ ปล่อยให้คนอื่นเป็นหนูทดลองก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะเปิดใจให้ AI สอดแนมเราแค่ไหน



ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ


#ChatGPT #OpenAI #Privacy

🔗 อ่านต่อ · สินค้าและคำถามที่เกี่ยวข้อง

สินค้ามาแรงตอนนี้

คนขายของถามบ่อย

ความคิดเห็น 4

กำลังโหลดความคิดเห็น...