เจาะประเด็น
Memory
พนักงาน YMTC หลุดปาก คาดวิกฤตแรมขาดตลาดยืดไปอีก 3 ปี
ถ้าคำพูดนี้จริง คนที่รอซื้อ SSD ราคาถูกอาจต้องรอนานกว่าที่คิด
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
ข่าวนี้ไม่ได้บอกว่าแรมจะแพงขึ้นแค่ปีสองปี แต่มันบอกว่าคนที่ยังไม่รีบอัปเกรดเครื่อง อาจต้องรอถึงปลายทศวรรษนี้เลย
ถ้าคุณกำลังเลื่อนดูราคา SSD แล้วคิดว่า "เดี๋ยวรอสักพักน่าจะถูกลง" ข่าวนี้อาจทำให้คุณต้องคิดใหม่ เพราะมีสัญญาณจากคนในวงการผลิตชิปหน่วยความจำออกมาว่า สถานการณ์ขาดตลาดครั้งใหญ่นี้อาจไม่จบง่ายๆ อย่างที่ใครหลายคนหวัง
เรื่องนี้มาจากบทความโปรไฟล์บริษัทที่ตีพิมพ์โดย The Wire China โดยมีพนักงานของ YMTC คนหนึ่ง (ไม่เปิดเผยชื่อ) ให้ข้อมูลว่า บริษัทคาดการณ์ว่าการขาดแคลนหน่วยความจำทั่วโลกจะยืดเยื้อต่อไปอีกประมาณ 3 ปี นับจากนี้ ซึ่งถ้าเอาตัวเลขนี้ไปคิดคร่าวๆ จุดสิ้นสุดของวิกฤตก็จะตกอยู่ราวปลายปี 2029 เลยทีเดียว
ข้อมูลชุดนี้ถูกแชร์ต่อบนแพลตฟอร์ม X โดยบัญชี @jukan05 ซึ่งตีความว่าเป็นคำพยากรณ์สำหรับตลาด NAND โดยเฉพาะ แต่จริงๆ แล้วถ้าอ่านถ้อยคำของพนักงานคนนั้นให้ดี มันพูดถึง "หน่วยความจำ" (memory) แบบกว้างๆ ไม่ได้เจาะจงแค่ NAND อย่างเดียว ซึ่งจุดนี้เองที่ทำให้การตีความของแต่ละฝ่ายอาจไม่ตรงกันเสียทีเดียว
และก็ต้องบอกตรงๆ ว่าทั้งหมดนี้คือคำพูดของพนักงานนิรนามแค่คนเดียว ไม่ใช่ guidance อย่างเป็นทางการที่ YMTC ประกาศออกมาสู่สาธารณะ เพราะฉะนั้นน้ำหนักของข้อมูลจึงไม่เท่ากับการแถลงการณ์จากบริษัทโดยตรง แต่ในวงการที่ข้อมูลภายในมักรั่วไหลออกมาแบบนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนจะให้ความสนใจ
ถ้าเอาตัวเลข 2029 นี้ไปวางเทียบกับค่ายวิเคราะห์อย่าง TrendForce จะเห็นความต่างชัดเจน เพราะ TrendForce ประเมินว่าซัพพลาย NAND flash จะเริ่มคลายตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2027 เมื่อกำลังการผลิตใหม่ทยอยเข้าสู่ตลาด แต่คำพูดของ YMTC กลับใกล้เคียงกับมุมมองของ Micron มากกว่า หลังจากที่ Sanjay Mehrotra ซีอีโอของ Micron เพิ่งออกมาให้ความเห็นเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า ซัพพลายจะตึงตัวหนักขึ้นอีกในปี 2027 และ 2028
อีกจุดที่น่าสนใจคือเรื่องการปรับโครงสร้างกำลังการผลิต เพราะพนักงานคนเดิมยังบอกด้วยว่า YMTC ได้ขึ้นราคาชิปของตัวเองแล้ว และกำลังโยกกำลังการผลิตไปให้ผลิตภัณฑ์ที่มาร์จิ้นสูงขึ้น ซึ่งสำหรับคนที่ประกอบคอมเอง เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะจากข้อมูลของ Counterpoint Research นั้น YMTC อยู่อันดับ 4 ของโลกในแง่ปริมาณบิตที่ส่งมอบในไตรมาส 2 ด้วยส่วนแบ่ง 14% แต่กลับอยู่อันดับ 5 ในแง่รายได้ เพราะโครงสร้างสินค้าของบริษัทเน้นไปทางฝั่งผู้บริโภคเป็นหลัก
พอเป็นแบบนี้ การที่ YMTC โยกกำลังการผลิตไปหาชิปที่มาร์จิ้นสูงกว่า ก็ย่อมหมายความว่าอาจเหลือกำลังการผลิตให้ SSD สำหรับผู้บริโภคน้อยลงไปอีก แม้ว่าบริษัทจะพยายามเพิ่มผลผลิตเวเฟอร์เป็นสองเท่าด้วยโรงงานใหม่ก็ตาม
YMTC ขึ้นราคาชิปแล้ว
พนักงานระบุว่าบริษัทได้ปรับราคาชิปขึ้นแล้ว ซึ่งสะท้อนว่าสถานการณ์ตึงตัวเริ่มส่งผลต่อราคาจริง ไม่ใช่แค่การคาดการณ์ล่วงหน้า
โยกกำลังผลิตไปสินค้ามาร์จิ้นสูง
บริษัทหันไปเน้นผลิตภัณฑ์ที่ทำกำไรต่อหน่วยได้มากกว่า ซึ่งอาจทำให้ซัพพลายสำหรับ SSD ผู้บริโภคเหลือน้อยลง
โรงงานใหม่ยังไม่ช่วยทันที
YMTC พยายามเพิ่มผลผลิตเวเฟอร์เป็นสองเท่าด้วยโรงงานใหม่ แต่ผลลัพธ์คงไม่เห็นเร็วๆ นี้
สรุปคือต่อให้ YMTC จะพยายามขยายกำลังการผลิตแค่ไหน แต่ทิศทางที่บริษัทเลือกเดินกลับสวนทางกับความต้องการของตลาดผู้บริโภคโดยตรง นี่คือสัญญาณที่คนรอซื้อของควรจับตามองให้ดี
ต่อให้ตัวเลข 3 ปีนี้เป็นแค่คำพูดของพนักงานนิรนามคนเดียว ไม่ใช่ประกาศทางการ แต่ทิศทางที่ทั้ง YMTC และ Micron พูดตรงกันก็ชัดพอแล้วว่า ช่วงนี้ไม่ใช่เวลารอราคา SSD ลด — ถ้าจำเป็นต้องอัปเกรดจริง รอไปก็มีแต่จะเจอราคาที่สูงขึ้น
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 5
กำลังโหลดความคิดเห็น...