The Verge 46 วันที่แล้ว general AI Generated

Content creators drop the ball

The Verge 05 Sep 2026
55
0
100
รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบกระทู้
1 12m



เจาะประเด็น
Culture / Tech


อินฟลูเอนเซอร์ทำเกมเสียหาย ยิงหลุดระหว่างแมตช์โอซาก้า งานนี้ใครกันแน่ที่ดรอปบอล?



เมื่อ "คอนเทนต์ครีเอเตอร์" กลายเป็นตัวถ่วงในสนามเทนนิสระดับแกรนด์สแลม คำถามคือเส้นแบ่งระหว่างการโปรโมตกับการทำลายประสบการณ์มันอยู่ตรงไหน




ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที



ยุคนี้ใครๆ ก็เป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ได้ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะรู้จัก "กาลเทศะ" — และนี่คือบทเรียนราคาแพงที่วงการกีฬากำลังเรียนรู้




เรื่องมันเกิดที่ยูเอสโอเพนปีนี้ ในแมตช์ที่นาโอมิ โอซาก้า เจอกับ อนาสตาเซีย ซาคาโรวา โอเค ปกติแมตช์เทนนิสก็ต้องมีเสียงเชียร์กันบ้างแหละ แต่รอบนี้มันเกินงามไปไกล เพราะเสียงดังไม่ได้มาจากแฟนเทนนิสตัวจริง แต่มาจากเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ที่จับกลุ่มนั่งอยู่ในสวีทสุดหรู พร้อมอาวุธครบมือทั้งไฟวงแหวน กล้อง และความตั้งใจที่จะหามุมตัวเองให้สวยที่สุด มากกว่าจะดูเกมการแข่งขัน



มันดังขนาดไหน? ถึงขั้นที่กรรมการต้องสั่งหยุดเกมกลางคันแล้วขอร้องให้พวกเขาหุบปากหลายรอบ แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ผลเท่าไหร่ เพราะกล้องยังคงถูกยกขึ้นส่องหน้า ไฟยังเปิด แถมเสียงคุยกันก็ยังก้องไปทั่วอัฒจันทร์ เรียกได้ว่าทำตัวเป็น "ไฮไลต์" ของงานแทนที่จะเป็นผู้ชมที่ดี



ที่มา / ปัญหา


เรื่องนี้มันไม่ได้จบแค่ที่เสียงดังรบกวนสมาธินักกีฬาหรอก มันสะท้อนอะไรได้มากกว่านั้นเยอะ วงการเทนนิสกำลังพยายามอย่างหนักที่จะทำให้เกมนี้ดู "อิน" กับคนรุ่นใหม่มากขึ้น พวกเขาเชิญอินฟลูเอนเซอร์มาเพื่อสร้างกระแส ให้แบรนด์สปอนเซอร์เห็นว่างานนี้มีคนดูเยอะ มีวัฒนธรรมป๊อปเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่พอถึงเวลาจริง กลับกลายเป็นว่ากลุ่มคนที่ถูกเชิญมาเองนี่แหละ ที่ไม่เข้าใจกฎกติกามารยาทพื้นฐานที่สุดของกีฬา



ลองคิดดูเล่นๆ นะ ถ้าคุณไปดูคอนเสิร์ตวงโปรด แล้วมีคนกลุ่มหนึ่งยืนคุยกันเสียงดังตลอดทั้งโชว์ แถมยังเปิดแฟลชถ่ายรูปตัวเองไม่หยุด คุณจะรู้สึกยังไง? กีฬาก็เหมือนกัน มันคือการแสดงสดที่มีสมาธิของนักกีฬาเป็นเดิมพัน ไม่ใช่แบ็คดรอปสำหรับถ่ายรูปลงสตอรี่



“
การมีอินฟลูเอนเซอร์ในสนามไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหาคือพวกเขาไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่


ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่ว่า "อินฟลูเอนเซอร์ไม่ควรมาดูเทนนิส" เพราะจริงๆ แล้วการดึงคนกลุ่มนี้เข้ามาก็เป็นกลยุทธ์ที่สมเหตุสมผลสำหรับการโปรโมตทัวร์นาเมนต์ แต่มันอยู่ที่ว่าใครก็ตามที่เข้ามาในพื้นที่แบบนี้ ควรได้รับการ "เตรียมพร้อม" หรืออย่างน้อยก็ต้องมีกติกาที่ชัดเจนพอจะทำให้พวกเขารู้ว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ



บางคนอาจเถียงว่า "ก็แค่เสียงดังหน่อย จะเป็นไรไป" แต่สำหรับนักเทนนิสอาชีพแล้ว สมาธิคือทุกสิ่ง เสียงแอร์ดังเกินไปยังทำให้บางคนโมโหได้เลย แล้วนี่เสียงคุยกันทั้งกลุ่มจะขนาดไหน? มันคือการแสดงความไม่เคารพต่อนักกีฬาที่ทุ่มเททั้งชีวิตเพื่ออยู่บนจุดนั้น



ที่น่าเป็นห่วงไปกว่านั้นคือ เทรนด์แบบนี้กำลังจะกลายเป็นเรื่องปกติ ถ้าเราเริ่มชินชากับการที่ทุกพื้นที่มีแต่คนถือกล้องถ่ายตัวเอง โดยไม่สนใจบริบทหรือความรู้สึกของคนรอบข้าง นี่มันคือวัฒนธรรมที่ผิดเพี้ยน ซึ่งไม่ใช่แค่ในสนามเทนนิส แต่กำลังกระจายไปทุกที่ ทั้งในร้านอาหาร คอนเสิร์ต หรือแม้แต่ในงานศพ




บทเรียนที่วงการกีฬาได้

การเชิญคอนเทนต์ครีเอเตอร์มาไม่ใช่แค่ให้มานั่งเฉยๆ แต่ต้องมีกฎและพื้นที่เฉพาะให้พวกเขาทำงาน โดยไม่รบกวนประสบการณ์ของแฟนกีฬาตัวจริง



บทเรียนที่อินฟลูเอนเซอร์ควรได้

การมีผู้ติดตามเยอะไม่ได้แปลว่าคุณจะทำอะไรตามใจได้ทุกที่ พื้นที่บางแห่งมีกฎของมัน และการรู้จักวางตัวคือทักษะที่จำเป็นกว่าการจัดแสงให้สวยอีก


ผมไม่ได้บอกว่าอินฟลูเอนเซอร์ทุกคนแย่นะ มีหลายคนที่ทำงานแบบมืออาชีพ เข้าใจบริบท และช่วยโปรโมตได้อย่างมีคุณภาพจริงๆ แต่กรณีนี้มันคือตัวอย่างคลาสสิกของ "คนไม่รู้กาลเทศะ" ที่ทำให้ภาพรวมของอาชีพนี้ดูแย่ลงไปด้วย และมันจะยิ่งแย่ลงไปอีก ถ้าเรายังปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่มีมาตรการอะไรจริงจัง



💡

ท้ายที่สุดแล้ว วงการกีฬาอยากได้เรตติ้งและกระแสในโลกโซเชียล แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความเคารพต่อนักกีฬาและแฟนๆ ที่ซื่อสัตย์ ใครกันแน่ที่ "ดรอปบอล" ในเกมนี้? บอกได้เลยว่าไม่ใช่นักเทนนิสบนคอร์ตแน่นอน



ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ


#influencers #sports #culture

🔗 อ่านต่อ · สินค้าและคำถามที่เกี่ยวข้อง

สินค้ามาแรงตอนนี้

คนขายของถามบ่อย

ความคิดเห็น 3

กำลังโหลดความคิดเห็น...