The Verge 69 วันที่แล้ว general AI Generated

Joby flexes military muscle with $500 million defense acquisition

The Verge 11 Aug 2026
58
0
100
รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบกระทู้
3 12m



เจาะประเด็น
eVTOL / Defense


จ็อบบี้ทุ่ม 500 ล้านดอลลาร์ ซื้อบริษัททหาร เดินหน้าเป็น "บริษัทอาวุธ" อย่างเต็มตัว



เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การซื้อกิจการธรรมดา แต่มันคือการประกาศตัวว่าธุรกิจรถบินได้ที่ฝันจะแท็กซี่ฟ้านั้น กำลังหันไปพึ่งพากระเป๋าเงินของกองทัพเป็นหลัก




ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที


เครื่องบินไฟฟ้าอย่างจ็อบบี้ เอวิเอชั่น (Joby Aviation) ประกาศว่าพวกเขาจะซื้อบริษัทด้านการทหาร Resonant Sciences ในเมืองเดย์ตัน รัฐโอไฮโอ ด้วยมูลค่า 500 ล้านดอลลาร์ เพื่อขยายความร่วมมือกับอุตสาหกรรมการทหารของสหรัฐฯ ให้แน่นขึ้นไปอีกขั้น ฟังเผินๆ เหมือนดีลธุรกิจทั่วไป แต่มองลึกลงไป นี่คือหมากสำคัญที่บอกทุกคนว่า อนาคตของจ็อบบี้ตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่การบินแท็กซี่รับส่งคนในเมืองอีกต่อไป แต่อยู่ที่สัญญามูลค่ามหาศาลจากเพนตากอนต่างหาก



ดีลนี้จ็อบบี้จะจ่ายเป็นเงินสด 450 ล้านดอลลาร์ และหุ้นอีก 50 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถ้าดีลปิดสำเร็จ บริษัทเล็กๆ ในโอไฮโอที่เชี่ยวชาญด้านงานวิจัยและพัฒนาระบบอาวุธนำวิถีและเซนเซอร์ จะกลายเป็นลูกไล่คนสำคัญในแผนการสร้างฝูงบินทหารของจ็อบบี้ทันที



ต้องบอกก่อนว่า จ็อบบี้ไม่ได้เพิ่งเริ่มสนใจงานทหารเมื่อวานนี้ พวกเขาเป็นหนึ่งในผู้รับสัญญารายใหญ่ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ มาหลายปีแล้ว ผ่านโครงการ Agility Prime ที่ทดลองใช้ eVTOL (เครื่องบินไฟฟ้าขึ้นลงแนวตั้ง) ในภารกิจทางทหาร และเมื่อปีที่แล้วพวกเขาก็เพิ่งส่งมอบเครื่องบินจริงให้กองทัพอากาศไปแล้ว 2 ลำที่ฐานทัพอากาศเอ็ดเวิร์ดส์ แคลิฟอร์เนีย ซึ่งถือเป็นก้าวที่เร็วกว่าคู่แข่งรายอื่นๆ อย่าง Archer Aviation หรือ Wisk Aero อย่างเห็นได้ชัด



แต่การซื้อ Resonant Sciences ครั้งนี้มันต่างไปจากเดิม เพราะก่อนหน้านี้จ็อบบี้มองงานทหารเป็น "โบนัส" ที่ช่วยหล่อเลี้ยงบริษัทระหว่างรอธุรกิจแท็กซี่บินได้เชิงพาณิชย์ที่ยังไปได้ช้า แต่ตอนนี้มันดูเหมือนว่าพวกเขาจะกลับทิศทางครั้งใหญ่



มุมมอง / วิเคราะห์


ตรงนี้แหละที่ผมอยากชี้ให้เห็น จ็อบบี้กำลังเล่นเกมที่ต่างจากเดิมโดยสิ้นเชิง พวกเขากำลังวางตำแหน่งตัวเองเป็น "ผู้รับเหมาด้านการป้องกันประเทศ" อย่างเต็มตัว ไม่ใช่แค่สตาร์ทอัพด้านอากาศยานที่อยากได้งานรัฐมาประดับพอร์ตอีกต่อไป เพราะการซื้อบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านระบบอาวุธโดยเฉพาะ มันส่งสัญญาณชัดเจนว่าพวกเขาอยากเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานทางทหารในระยะยาว ไม่ใช่แค่ขายเครื่องบินให้ทหารใช้สัก 2-3 ลำแล้วจบ



และถ้าดูตัวเลขธุรกิจแท็กซี่บินได้เชิงพาณิชย์ของจ็อบบี้ที่ยังไม่เคยสร้างรายได้จริงเป็นกอบเป็นกำ แถมต้องเผชิญกับอุปสรรคด้านกฎระเบียบและโครงสร้างพื้นฐานอีกเพียบ การหันไปพึ่งงบประมาณกลาโหมที่พร้อมจ่ายเสมอจึงเป็นทางเลือกที่ "ฉลาด" มากกว่า "เพ้อฝัน" ใครบอกว่าการทำธุรกิจกับทหารไม่เท่ แต่ถ้ามันทำให้บริษัทอยู่รอดและพัฒนาเทคโนโลยีต่อไปได้ ผมว่ามันคือการเอาตัวรอดที่ชาญฉลาดที่สุดในเวลานี้



แน่นอนว่าการย้ายเข้าสู่วงการทหารเต็มตัวแบบนี้ ย่อมแลกมาด้วยภาพลักษณ์ที่เปลี่ยนไป จากที่เคยขายฝันเรื่องอากาศยานไฟฟ้าสะอาดเพื่อคนเมือง กลายเป็นผู้ผลิตยุทโธปกรณ์ ซึ่งอาจทำให้กลุ่มนักลงทุนสาย ESG หรือกลุ่มที่สนับสนุนพลังงานสะอาดรู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้าง แต่ในโลกความจริง ธุรกิจ eVTOL มันโตได้ยากมากถ้าพึ่งพาแต่ภาคพลเรือนเพียงอย่างเดียว



อีกประเด็นที่ต้องจับตาคือการที่จ็อบบี้เลือกซื้อบริษัทในโอไฮโอ ซึ่งเป็นรัฐที่มีความสำคัญทางการเมืองและการเลือกตั้งสูง สิ่งนี้จะช่วยเปิดประตูให้จ็อบบี้เข้าถึงสัญญาทางทหารและความสัมพันธ์กับรัฐสภาได้ง่ายขึ้นมาก และมันคือเกมการเมืองธุรกิจที่แยบยลไม่น้อย



สุดท้ายนี้ ผมมองว่าดีลนี้จะยิ่งเร่งให้คู่แข่งอย่าง Archer และ Wisk ต้องรีบหาพาร์ตเนอร์ทางทหารของตัวเองให้เร็วขึ้น เพราะถ้าปล่อยให้จ็อบบี้ผูกขาดความสัมพันธ์กับเพนตากอนไว้คนเดียว ตลาดทหารที่เหลือก็จะเหลือเศษอะไรให้แย่งกันน้อยลงไปอีก



💡

จ็อบบี้บอกชัดแล้วว่าใครคือคนเลี้ยงดูพวกเขาในเส้นทางนี้ อย่าไปเสียเวลาถกเถียงว่าแท็กซี่บินได้จะมาเมื่อไหร่ เพราะตอนนี้เรื่องใหญ่ที่สุดของบริษัทคือการเป็นซัพพลายเออร์รายใหญ่ให้กองทัพสหรัฐฯ และดีล 500 ล้านดอลลาร์นี้คือตั๋วชั้นธุรกิจของพวกเขา



ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ


#JobyAviation #eVTOL #DefenseTech

🔗 อ่านต่อ · สินค้าและคำถามที่เกี่ยวข้อง

สินค้ามาแรงตอนนี้

คนขายของถามบ่อย

ความคิดเห็น 3

กำลังโหลดความคิดเห็น...