รีวิว
Gadgets
Fairphone 6 Plus ในที่สุดก็มีโทรศัพท์ "กลางๆ" ที่คนมีหัวคิดอยากได้สักที
ไม่ต้องทนกับซีพียูห่วยๆ เพื่อแลกกับความยั่งยืนอีกต่อไป นี่คือจุดเปลี่ยนของวงการ
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที
ถ้าคนทำโทรศัพท์เพื่อโลกใบนี้ ต้องให้เรายอมอดทนกับสเปกกระจอกๆ เราจะเรียกว่านวัตกรรมหรือแค่การขอให้ซื้อด้วยความรู้สึกผิด?
เราต้องพูดกันตรงๆ ณ จุดนี้เลยว่า ตลาดสมาร์ตโฟนระดับกลางมันน่าเบื่อมาหลายปีแล้ว ทุกแบรนด์สู้กันที่กล้องและความเร็วชาร์จ แต่ไม่มีใครกล้าพูดถึงที่มาของวัตถุดิบ หรืออนาคตของขยะอิเล็กทรอนิกส์ จนกระทั่ง Fairphone โผล่มาพร้อมคอนเซปต์ที่ฟังดูดีมากๆ คือทำโทรศัพท์ที่ "ยั่งยืน" ทั้งในแง่การจัดหาวัสดุและความสามารถในการซ่อม แต่ปัญหาคือโทรศัพท์รุ่นก่อนๆ ของเขาเล่นเอาซีพียูโหลๆ มาใส่จนใครใช้ก็ต้องทนกับความกระตุกเป็นระยะ มันเหมือนการถือป้ายประท้วงแต่ต้องเดินบนถนนที่พัง
ทีนี้ Fairphone 6 Plus มาถึงมือนักรีวิวจาก The Verge แล้ว และสิ่งที่เขารายงานออกมาคือความรู้สึก "โล่งอก" แบบไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะในที่สุด โทรศัพท์เครื่องนี้ก็ให้ความรู้สึกเหมือนโทรศัพท์ระดับกลางทั่วไปที่ "ปกติ" แล้วจริงๆ ไม่ใช่ของเล่นเพื่อการทดลองทางสังคมอีกต่อไป
ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่ว่า Fairphone 6 Plus มีสเปกแรงจนชนะเรือธงอะไรแบบนั้น ไม่ใช่เลย มันคือการที่ Fairphone ยอมรับกฎเกณฑ์ของตลาดแล้วว่า ถ้าอยากให้คนหันมาใช้สินค้าที่ยั่งยืนจริงๆ สินค้านั้นต้องไม่รู้สึกเหมือนเป็นการลงโทษผู้ใช้ก่อนเป็นอย่างแรก การใส่ชิปประมวลผลที่แรงขึ้นและทำงานได้ลื่นไหลขึ้น คือการบอกว่า "เราไม่ได้ขอให้เธอทน เราขอให้เธอเลือก" ซึ่งเป็นภาษาที่คนทั่วไปเข้าใจง่ายกว่าการอธิบายเรื่องซัพพลายเชนเยอะมาก
สิ่งที่ The Verge เรียกว่า "สุดโต่งในความธรรมดา" มันคือคำชมที่แทบจะดูถูก แต่สำหรับคนที่ตามดู Fairphone มานาน คำพูดนี้คือชัยชนะครั้งใหญ่ เพราะแปลว่าแบรนด์นี้เริ่มเป็นผู้ใหญ่พอที่จะแข่งขันในสนามจริงได้ โดยไม่ต้องอ้างความดีงามเป็นเกราะกำบังความล้าหลังอีกต่อไป
สเปกที่ "พอใช้ได้" จริงๆ
ขยับจากรุ่นก่อนที่ซีพียูเป็นจุดอ่อน มาเป็นชิปที่ใช้งานจริงได้ลื่นไหล ไม่ได้แรงที่สุด แต่ไม่น่าหงุดหงิดอีกต่อไป
การซ่อมที่ยังเป็นจุดขาย
โครงสร้างยังออกแบบมาให้แกะเปลี่ยนชิ้นส่วนได้ง่าย ซึ่งเป็น DNA ของแบรนด์ที่ไม่ควรทิ้ง และตอนนี้มันไม่ได้แลกมากับความทนทานในการใช้งานประจำวัน
ความรู้สึกโดยรวม
เหมือนถือโทรศัพท์ทั่วๆ ไป ไม่มีความรู้สึกว่าต้อง "ให้อภัย" มันเวลาเครื่องค้างอีกต่อไป นี่คือสิ่งที่ผู้ใช้ทั่วไปต้องการจาก Fairphone มานาน
ผมมองว่านี่คือบทเรียนให้แบรนด์อื่นๆ ด้วยเหมือนกัน คุณจะขายความยั่งยืนได้ก็ต่อเมื่อสินค้าคุณไม่ได้ด้อยกว่าคู่แข่งในขั้นพื้นฐานที่สุดก่อน ถ้าคุณยังทำโทรศัพท์ที่ใช้แล้วหงุดหงิด คุณกำลังบอกลูกค้าว่า "โลกนี้สำคัญกว่าความสุขส่วนตัวคุณ" ซึ่งมันฟังดูดีบนเวทีแต่ไม่มีใครอยากใช้ชีวิตแบบนั้นจริงๆ หรอก
Fairphone 6 Plus อาจไม่ใช่โทรศัพท์ที่ดีที่สุดในโลก แต่มันคือโทรศัพท์ที่ "ดีพอ" ที่จะทำให้คนทั่วไปหันมาสนใจแนวคิดของแบรนด์ได้โดยไม่ต้องฝืนใจ นี่คือก้าวที่สำคัญกว่าการเพิ่มสเปคแรงๆ เสียอีก เพราะมันคือการทำให้อุดมการณ์กลายเป็นสินค้าที่จับต้องได้จริง
ฟังนะ ทุกแบรนด์ที่อ้างว่าทำโทรศัพท์เพื่อโลก ต้องเอาอย่างนี้เป็นมาตรฐานขั้นต่ำ อย่ามาขายความดีงามโดยให้เราจ่ายด้วยประสบการณ์การใช้ที่แย่ลง Fairphone 6 Plus พิสูจน์แล้วว่าความดีกับความฉลาดในการใช้งานมันไปด้วยกันได้ และถ้าใครยังทำไม่ได้ ก็อย่ามาเรียกร้องให้ใครเสียสละเพื่ออนาคตเลย
ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 3
กำลังโหลดความคิดเห็น...