เจาะประเด็น
EV / Startups
ฝันถึงรถติดจรวดของ Dreame จบลงแล้ว เมื่อรัฐบาลดึงเงินช่วยเหลือคืน
บริษัทดูดฝุ่นจีนที่อยากเป็นยักษ์ใหญ่เทคโนโลยี ต้องเก็บความฝันสุดขีดเข้าลิ้นชัก หลังเม็ดเงินจากรัฐบาลเหือดแห้ง
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ข่าวบริษัทเจ๊ง แต่คือบทเรียนว่าเงินทุนจากรัฐเป็นทั้งน้ำมันและไฟที่เผาเรือได้ในเวลาเดียวกัน
เรื่องนี้มันโคตรจะน่าเสียดายเลยครับ เพื่อนๆ จำ Dreame ได้ใช่ไหม? บริษัทที่ทำเครื่องดูดฝุ่นและหุ่นยนต์ดูดฝุ่นจนแซงหน้าแบรนด์ญี่ปุ่นไปเรียบร้อย แถมยังมีปณิธานอันทะเยอทะยานว่าจะเป็น "ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีระดับโลก" ให้ได้ ตอนนี้ความฝันนั้นกำลังหดหายไปกับโปรเจกต์รถยนต์ที่พวกเขาทุ่มสุดตัว แต่สุดท้ายก็ต้องจอดเฉยๆ เพราะรัฐบาลถอนตัวจากการสนับสนุน
ตามรายงานของ CarNewsChina ระบุว่า หน่วยธุรกิจรถยนต์ของ Dreame ที่ใช้ชื่อว่า "Project Starry Sky" เคยมีพนักงานมากกว่า 1,000 คน แต่ตอนนี้เหลือเพียงทีมงานด้านกฎหมายและ HR จำนวนหยิบมือที่ต้องอยู่เก็บกวาดเศษซากความฝันนี้ ซึ่งมันช่างเป็นภาพที่ชวนหดหู่ไม่น้อย
จริงๆ แล้ว Dreame ไม่ใช่แค่บริษัทดูดฝุ่นธรรมดาๆ นะครับ พวกเขาพยายามขยายพอร์ตโฟลิโอไปหลายทาง ทั้งเครื่องตัดหญ้าอัตโนมัติ, เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย, จนกระทั่งถึงรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งฟังดูเป็นเส้นทางที่สมเหตุสมผลสำหรับบริษัทเทคโนโลยีจีนที่อยากโตแบบก้าวกระโดด แต่การทำรถยนต์มันไม่เหมือนทำเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน มันคือหลุมดำที่ดูดเงินมหาศาล และถ้าไม่มีรัฐบาลหนุนหลัง โอกาสรอดแทบเป็นศูนย์
ข่าวนี้มันยิ่งน่าสนใจตรงที่ว่า Dreame เคยเปิดตัวคอนเซปต์รถยนต์ที่ติด "จรวด" จริงๆ คือมันมีระบบขับดันที่ทำให้รถเร่งความเร็วได้แบบสุดขีด แน่นอนว่ามันดูเท่และเป็นจุดขายที่ไม่เหมือนใคร แต่ในโลกความจริง การจะผลิตรถแบบนั้นออกมาขายได้ มันต้องใช้เงินมหาศาล และเงินก้อนนั้นก็มาจากรัฐบาลท้องถิ่นที่หวังผลตอบแทนทางการเมืองและเศรษฐกิจ
นี่คือบทเรียนคลาสสิกของวงการสตาร์ทอัพจีนครับ เมื่องบประมาณรัฐบาลตึงตัว สิ่งแรกที่โดนตัดคือโปรเจกต์ที่ "เสี่ยง" และ "ไม่จำเป็น" ซึ่งรถยนต์จรวดของ Dreame เข้าข่ายทั้งคู่ มันไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยีหรือวิศวกรรมอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของการเมืองเรื่องงบประมาณล้วนๆ
ถามว่าผมรู้สึกยังไงกับเรื่องนี้? มันน่าเสียดายครับ เพราะ Dreame เป็นหนึ่งในไม่กี่แบรนด์จีนที่กล้าคิดนอกกรอบจริงๆ การที่พวกเขาอยากทำรถติดจรวดมันบ้ามาก แต่มันคือความบ้าที่สร้างแรงบันดาลใจ แต่ในทางกลับกัน มันก็เป็นตัวอย่างที่ดีของการที่บริษัทควรรู้จักขีดจำกัดของตัวเองด้วยเหมือนกัน
จุดจบของความฝัน
พนักงานเหลือเพียงทีมกฎหมายและ HR เพื่อจัดการเรื่องคงค้าง ไม่มีการพัฒนารถต่ออีกต่อไป
บทเรียนสำคัญ
บริษัทเทคโนโลยีที่อยากโตต้องรู้ว่าจุดไหนคือจุดที่ควรหยุด แม้จะมีวิสัยทัศน์แค่ไหน แต่ถ้าฐานทุนไม่รองรับ ก็ต้องถอย
สิ่งที่เหลืออยู่ตอนนี้คือคำถามว่า Dreame จะกลับไปโฟกัสกับธุรกิจหลักของตัวเองอย่างเครื่องดูดฝุ่นและหุ่นยนต์ทำความสะอาดเต็มตัว หรือจะพยายามหาทางอื่นในการทำรถต่อไป? จากหลักฐานที่เห็น มันจบแล้วครับสำหรับโปรเจกต์นี้ และมันก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล เพราะการทำธุรกิจมันต้องอยู่รอดก่อน แล้วค่อยฝันไกล
ฝันถึงรถจรวดอาจตาย แต่ Dreame ยังไม่ตาย และนี่คือบทเรียนที่แพงที่สุดที่พวกเขาได้เรียนรู้: ความฝันที่ยิ่งใหญ่ต้องมีกระเป๋าหนาที่รองรับ ถ้าไม่มี ก็ถึงเวลาถอยกลับมาสร้างฐานให้แข็งแรงก่อน แล้วค่อยฝันใหม่ในวันที่ทุนพร้อม
ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 3
กำลังโหลดความคิดเห็น...