เจาะประเด็น
Chips
A20 Pro ถลุง Snapdragon ในเทสต์ Ray Tracing แต่ชัยชนะนี้บอกอะไรเรามากกว่าตัวเลข 38%
ชิปเรือธงที่แพงที่สุดของ Qualcomm กำลังแพ้ในจุดที่มันควรจะทำได้ดีที่สุด
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที
ชิปที่ชื่อมีคำว่า Extreme กลับแพ้ในเทสต์ที่ชื่อ Extreme เหมือนกัน อันนี้ตลกร้ายหรือสัญญาณเตือนกันแน่
เราคาคุยกันมานานว่าชิปเรือธงรุ่นใหม่ของ Qualcomm จะปิดช่องว่างเรื่อง Ray Tracing กับ Apple ได้ แต่ผลเทสต์ล่าสุดจาก Solar Bay Extreme บอกคนละเรื่องเลย A20 Pro ของ Apple ทิ้ง Snapdragon 8 Gen 6 Extreme ไปไกลถึง 38% ในเทสต์ที่เน้น Ray Tracing หนักๆ ซึ่งถ้าใครตามวงการชิปมือถือมาสักพัก จะรู้ว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Qualcomm แพ้ในจุดนี้
ประเด็นคือ Adreno 850 ของ Qualcomm มันไม่ได้อ่อนนะ ในเทสต์แบบ Ray Tracing เบาๆ หรือเทสต์ทั่วไปที่เน้นการเรนเดอร์ภาพปกติ มันยังวิ่งเร็วกว่าชิปของ Apple ด้วยซ้ำ แต่พอเจอเทสต์ที่โหลด Ray Tracing หนักจริงๆ อย่าง Solar Bay Extreme กลับกลายเป็นว่า Apple ดึงนำไปแบบไม่เห็นฝุ่น เพราะ GPU ของ Apple มีการเร่งความเร็ว Ray Tracing ที่แข็งแรงกว่าชัดเจน
สาเหตุที่ Qualcomm ตามหลังในเทสต์นี้ สันนิษฐานกันว่าน่าจะมาจากสองสามอย่างที่ยังไม่ได้ทำ อย่างแรกคือยังไม่ได้อัปเกรด Ray Tracing ให้เร่งความเร็ว BVH traversal ในระดับฮาร์ดแวร์ ซึ่งเป็นหัวใจของการประมวลผล Ray Tracing เลย สองคือยังไม่ได้ทำเทคนิคอย่าง Shader Execution Reordering และยังไม่มีฮาร์ดแวร์เร่งความเร็ว Micropacity Maps ที่ช่วยให้การเรนเดอร์วัสดุโปร่งแสงทำได้เร็วขึ้น
ฟังดูเป็นศัพท์เทคนิคที่ไกลตัวใช่ไหม แต่จริงๆ มันคือพื้นฐานที่ชิปเรือธงระดับนี้ควรจะมีติดตัวมาตั้งแต่ต้นแล้ว โดยเฉพาะเมื่อ Qualcomm ตั้งราคาชิปตัวนี้ไว้ในระดับเรือธงเต็มขั้น
อย่างไรก็ตาม ต้องบอกว่าชิปตัวนี้ก็มีจุดที่พัฒนาขึ้นชัดเจนเหมือนกัน นั่นคือ Matrix Accelerators ที่ถือเป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของ Qualcomm แต่มันก็ยังเป็น "ยาขม" อยู่ดี เพราะการที่ชิปขาดการเร่งความเร็ว Ray Tracing ที่เหมาะสม และไม่มีชุดคำสั่งใหม่ๆ อย่าง SME2 ทำให้ภาพรวมมันไม่สมบูรณ์แบบเท่าที่ควรจะเป็น
ตอนนี้ผลกระทบจากเรื่องนี้ยังน้อยมากในชีวิตจริง เพราะเกมมือถือที่ใช้ Ray Tracing หนักๆ ยังมีไม่เยอะ แต่ในอนาคตมันอาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ โดยเฉพาะถ้ามีการ emulate เกม PC ที่ใช้ Ray Tracing อย่าง Doom The Dark Ages บนมือถือ เมื่อถึงตอนนั้น ช่องว่างตรงนี้จะไม่ใช่แค่ตัวเลขใน benchmark อีกต่อไป
มีรายละเอียดน่าสนใจอีกอย่างที่หลายคนอาจไม่ทันสังเกต นั่นคือสำนักข่าว heise.de เป็นเจ้าที่เทสต์ Solar Bay Extreme ซึ่งเป็นเวอร์ชันที่โหลดหนักที่สุด แทนที่จะเทสต์เวอร์ชันเบากว่า ทั้งที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าเวอร์ชัน Extreme นี้ทำให้ Qualcomm เสียเปรียบอย่างมากเมื่อเทียบกับคู่แข่ง
และที่ตลกร้ายที่สุดคือ ชิปที่มีคำว่า Extreme อยู่ในชื่อ กลับแพ้ในเทสต์ที่มีคำว่า Extreme เหมือนกัน เรียกว่าไม่ Extreme อีกต่อไปแล้วจริงๆ
ปัญหาของ Qualcomm รอบนี้ไม่ใช่เรื่องของความเร็วโดยรวม แต่เป็นเรื่องของ "เทคโนโลยีที่ขาดหาย" ในจุดที่ควรจะมี ชิปที่ขายในราคาเรือธงควรมาพร้อมเทคโนโลยีล่าสุดครบถ้วน ไม่ใช่ให้ลูกค้าจ่ายเต็มแต่ได้ของที่ไม่ครบ การแข่งขันกับ Apple ในสนาม Ray Tracing ยังต้องรอดูว่า Qualcomm จะแก้เกมนี้ในรุ่นถัดไปได้หรือไม่
ที่มา: Reddit r/hardware — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 3
กำลังโหลดความคิดเห็น...