ทด nghiệmฟีเจอร์
Tools
แอปทำอาหารชื่อดังกำลังลองของใหม่ เอา AI มาช่วยแก้สูตรตามใจคนใช้
เมื่อสื่อสิ่งพิมพ์ระดับตำนานขยับตัวมาใส่ปัญญาประดิษฐ์ลงในครัว จนเกิดเสียงวิจารณ์แซ่ดจากกลุ่มผู้ใช้งานจริง
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
เมื่อสูตรอาหารที่ผ่านการกลั่นกรองมาอย่างดี ต้องมาเจอกับความยืดหยุ่นแบบสั่งได้ดั่งใจของ AI
แอปพลิเคชันสายกินตัวดังอย่าง NYT Cooking กำลังลองของใหม่ด้วยการยัดเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้าไปช่วยปรับแต่งสูตรอาหารให้เข้ากับความต้องการเฉพาะหน้าของผู้ใช้งาน งานนี้เลยกลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาทันทีในหมู่คนที่รักการเข้าครัว เพราะมันแตะเส้นแบ่งระหว่างความดั้งเดิมกับความสะดวกสบายแบบพอดิบพอดี
เรื่องนี้ถูกเปิดเผยออกมาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาโดย Genevieve Ko บรรณาธิการอาวุโสของสำนักพิมพ์ โดยเธอบอกเล่าถึงฟีเจอร์ตัวใหม่ที่ถูกออกแบบมาให้ช่วยชีวิตคนทำอาหารโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นการแนะนำวัตถุดิบอื่นมาทดแทนของเดิมที่หาไม่ได้ หรือแม้แต่การเลือกใช้อุปกรณ์ทำครัวที่มีอยู่จริงในบ้านมาปรับใช้แทนของที่ไม่มี
ความน่าสนใจคือระบบนี้ไม่ได้แค่อ่านสูตรแล้วเดาสุ่ม แต่มันถูกออกแบบมาให้เข้าใจบริบทของการทำอาหารมากขึ้น เช่น การคำนวณสัดส่วนวัตถุดิบใหม่หมดจดเมื่อเราอยากทำกินเองคนเดียวหรือทำเลี้ยงคนทั้งงานปาร์ตี้ ซึ่งปกติแล้วถ้าคำนวณมือเองอาจจะมีพลาดกันบ้าง แต่เจ้า AI ตัวนี้จะเข้ามาจัดการตัวเลขยุ่งยากพวกนี้ให้ทั้งหมด
แต่พอพูดถึงการเอา AI มาแก้สูตรอาหารระดับตำนานที่ผ่านการทดสอบมานับครั้งไม่ถ้วน มันก็หนีไม่พ้นที่จะเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ กลุ่มผู้ใช้งานประจำหลายคนเริ่มแสดงความกังวลว่าการปล่อยให้ AI มาแก้สูตรตามใจชอบ อาจจะทำลายเอกลักษณ์และรสชาติที่แท้จริงที่ผู้พัฒนาตั้งใจคิดค้นมาตั้งแต่แรก
ในมุมมองของคนทำครัว อาหารไม่ใช่แค่เรื่องของสัดส่วนทางเคมี แต่มันคือเรื่องราว วัฒนธรรม และความแม่นยำที่ผ่านการลองผิดลองถูกมานาน การปล่อยให้อัลกอริทึมเข้ามาปรับโน่นนิดนี่หน่อยตามคำสั่งแชท อาจทำให้เสน่ห์ของการทำอาหารตามสูตรเป๊ะๆ หายไปกลายเป็นการทำอะไรก็ได้ที่หน้าตาคล้ายกันแทน
อย่างไรก็ตาม ฝั่งคนที่ชอบความยืดหยุ่นกลับมองว่านี่คือเครื่องมือช่วยชีวิตในวันที่เปิดตู้เย็นมาแล้วเจอแต่วัตถุดิบเหลือๆ การมีผู้ช่วยอัจฉริยะคอยบอกว่าใช้อะไรแทนกันได้บ้างโดยที่รสชาติไม่พัง น่าจะเป็นประโยชน์กับชีวิตประจำวันมากกว่าการต้องวิ่งออกไปซื้อของเพิ่มที่ซูเปอร์มาร์เก็ต
นี่คือบททดสอบครั้งสำคัญของสื่อดั้งเดิมในการบาลานซ์ระหว่างความศักดิ์สิทธิ์ของสูตรอาหารกับความต้องการความสะดวกแบบเรียลไทม์ของผู้บริโภคยุคใหม่ ที่สุดท้ายแล้วตลาดจะเป็นคนตัดสินเองว่าฟีเจอร์นี้คือผู้ช่วยอัจฉริยะหรือแค่ตัวทำลายรสชาติ
ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 1
กำลังโหลดความคิดเห็น...