Reddit r/hardware 58 วันที่แล้ว general AI Generated

Hot Chips 2026: SK hynix pushes hybrid bonding to HBM5 as AI memory hits 775-micron ceiling — firm extends MR-MUF through Nvidia Rubin

เกี่ยวกับ NVIDIA
Reddit r/hardware 25 Aug 2026
75
0
100
17 12m



เจาะประเด็น
Semiconductors


SK hynix เตรียมทิ้ง MR-MUF ใน HBM5 หันใช้ Hybrid Bonding รับมือเพดาน 775 ไมครอน



ปูทางสู่ HBM5 สำหรับ NVIDIA Rubin แล้ว แต่เทคโนโลยีเก่าอย่าง MR-MUF ก็ยังไม่ตายหายไปไหน




ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที



วงการหน่วยความจำกำลังเดินไปถึงเพดานทางกายภาพแล้ว ถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนวิธีต่อชิปกันครั้งใหญ่




คุยกันตรงๆ เรื่อง HBM รอบนี้มันไม่ได้เป็นแค่ข่าวอัปเกรดสเปกธรรมดา เพราะสิ่งที่ SK hynix เปิดเผยในงาน Hot Chips 2026 คือการตัดสินใจครั้งใหญ่ที่จะเปลี่ยนหน้าตาของ AI memory ไปอีกหลายปี นั่นคือการผลักดัน Hybrid Bonding เข้ามาเป็นเทคโนโลยีหลักในรุ่น HBM5 แทนที่ MR-MUF ที่ใช้มานาน



ถ้ายังจำกันได้ MR-MUF คืออะไร? มันคือเทคนิคการเรียงชั้นชิปที่ SK hynix ใช้มาตลอดและทำได้ดีมาก จนกลายเป็นซัพพลายเออร์หลักให้ NVIDIA ในยุค HBM3 และ HBM3E แต่ตอนนี้ตัวเลขมันบอกอะไรบางอย่าง — ความหนาของสแต็ก HBM กำลังชนเพดานที่ 775 ไมครอน ซึ่งเป็นข้อจำกัดทางกายภาพที่เลี่ยงไม่ได้



พอถึงจุดนี้ การเพิ่มความจุด้วยการเรียงชั้นให้มากขึ้นแบบเดิมๆ ก็ไปต่อไม่ได้แล้ว เพราะมันหนาเกินกว่าที่จะใส่ลงในแพ็คเกจของ GPU ได้ ทางออกเดียวคือต้องทำให้แต่ละชั้นบางลง หรือไม่ก็ต้องเปลี่ยนวิธีเชื่อมต่อชั้นเหล่านั้นเข้าด้วยกัน และนั่นคือจุดที่ Hybrid Bonding เข้ามามีบทบาท



จริงๆ แล้ว Hybrid Bonding ไม่ใช่ของใหม่ในวงการเซมิคอนดักเตอร์ แต่การเอามาใช้กับ HBM ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพราะมันเปลี่ยนจากการใช้ Bump (ลูกประสานเล็กๆ) มาเป็นการเชื่อมต่อแบบระนาบตรงๆ ซึ่งให้ทั้งความหนาแน่นของสัญญาณที่สูงขึ้นและความหนาที่ลดลง นี่คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้ HBM5 ไปต่อได้โดยไม่ชนเพดานความหนา



“
Hybrid bonding is expected to be applied starting from HBM5


แต่ที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ SK hynix ไม่ได้ทิ้ง MR-MUF ทันทีแบบหนีไม่พ้น พวกเขายังคงใช้เทคโนโลยีนี้ต่อไปในรุ่น HBM4 สำหรับ NVIDIA Rubin ซึ่งหมายความว่าในเจนเนอเรชั่นหน้า เราจะได้เห็นการอยู่ร่วมกันของสองเทคโนโลยีในเวลาเดียวกัน — MR-MUF ยังทำหน้าที่ของมันได้ดีใน HBM4 ส่วน Hybrid Bonding กำลังเตรียมพร้อมสำหรับ HBM5



ประเด็นนี้มันสำคัญเพราะมันสะท้อนกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงของ SK hynix — ไม่งัดทุกอย่างพร้อมกัน เปลี่ยนทีละสเต็ป ไม่ใช่เปลี่ยนปุ๊บปั๊บแล้วเจอปัญหาแล้วต้องถอยหลังทั้งขบวน ซึ่งเป็นสิ่งที่เคยเกิดขึ้นกับหลายบริษัทในอุตสาหกรรมนี้มาแล้ว



อีกมุมที่ต้องมองคือ ตัวเลข 775 ไมครอนที่ว่านี้ ไม่ใช่แค่ตัวเลขเฉยๆ มันคือข้อจำกัดร่วมของทั้งระบบ ไม่ใช่แค่ตัว HBM เอง แต่รวมถึงการออกแบบแพ็คเกจโดยรวมของ GPU ด้วย ยิ่ง AI models ใหญ่ขึ้นเท่าไหร่ ความต้องการแบนด์วิดท์ก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น และการเพิ่มความจุต่อสแต็กก็เป็นทางเลือกที่จำเป็น แต่ทุกอย่างต้องแลกมาด้วยพื้นที่และความหนาที่จำกัด



ในเชิงธุรกิจ เรื่องนี้ยิ่งน่าจับตามอง เพราะถ้า SK hynix ทำ Hybrid Bonding ใน HBM5 ได้จริงและได้ปริมาณผลิตที่มากพอ พวกเขาจะได้เปรียบเหนือคู่แข่งอย่าง Samsung และ Micron ที่ยังต้องพิสูจน์ตัวเองในเทคโนโลยีนี้เช่นกัน — แต่ถ้าทำพลาดหรือล่าช้า ตำแหน่งผู้นำก็อาจสั่นคลอนได้ เพราะคู่แข่งไม่เคยหยุดนิ่ง




Hybrid Bonding คืออะไร?

เทคนิคการเชื่อมต่อชิปโดยไม่ใช้ลูกประสาน ใช้การเชื่อมระนาบโดยตรง ทำให้บางลงและเชื่อมต่อได้หนาแน่นขึ้น — เหมาะกับ HBM ที่ต้องเรียงชั้นหลายสิบชั้น



ทำไมต้อง 775 ไมครอน?

เป็นเพดานความหนาสูงสุดที่ GPU แพ็คเกจรองรับได้ ถ้า HBM หนากว่านี้ จะใส่ร่วมกับชิปหลักในซับสเตรตเดียวกันไม่ได้



แล้ว MR-MUF จะไปไหน?

ยังใช้ต่อใน HBM4 สำหรับ Rubin ก่อน แล้วค่อยทยอยเปลี่ยนเป็น Hybrid Bonding เต็มรูปแบบใน HBM5 — ค่อยเป็นค่อยไป ไม่กระโดดข้ามขั้น


มองในภาพใหญ่ สิ่งที่ SK hynix กำลังทำคือการวางรากฐานระยะยาว ไม่ใช่แค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า และการเลือกใช้ Hybrid Bonding ใน HBM5 ครั้งนี้คือการพนันครั้งใหญ่ที่ต้องทำให้สำเร็จ เพราะถ้าสำเร็จ มันจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของวงการไปอีกทศวรรษ แต่ถ้าสะดุด คู่แข่งก็พร้อมจะแทรกขึ้นมาแทนที่ทันที



💡

การตัดสินใจครั้งนี้คือการยอมรับว่าเทคโนโลยีเดิมไปสุดทางแล้ว และการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้จะตัดสินว่าใครจะนั่งแท่นผู้นำ HBM ในยุค AI ต่อไป — SK hynix เลือกที่จะเสี่ยงก่อนเพื่อไม่ให้ตกขบวน



ที่มา: Reddit r/hardware — อ่านต้นฉบับ


#HBM #SKhynix #Semiconductors

🔗 อ่านต่อ · สินค้าและคำถามที่เกี่ยวข้อง

สินค้ามาแรงตอนนี้

คนขายของถามบ่อย

ความคิดเห็น 6

กำลังโหลดความคิดเห็น...