ลองของจริง
Gadgets
HomePod Mini 2 เคาะราคาแพงขึ้นห้าสิบเหรียญแต่ได้แค่อัปเกรดชิปกับไฟเรืองแสง
ลำโพงจิ๋วรุ่นอัปเกรดที่ใช้เวลารอคอยถึงหกปีเต็ม แต่การกลับมาครั้งนี้กลับทำให้คนรอดูแอบถอนหายใจยาวๆ
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
การรอคอยหกปีคุ้มค่าจริงไหม เมื่อของใหม่ที่ได้มาคือการจ่ายแพงขึ้นแต่แทบไม่เห็นฟีเจอร์เปลี่ยนเกม
ตอนที่ได้ยินข่าวเรื่อง HomePod Mini 2 ราคาหนึ่งร้อยสี่สิบเก้าเหรียญในงานอีเวนต์ของ Apple เมื่อเดือนก่อน ความรู้สึกแรกบอกเลยว่าแอบเซ็งนิดๆ เพราะนี่มันปาเข้าไปตั้งหกปีแล้วนะนับตั้งแต่ลำโพงอัจฉริยะรุ่นเริ่มต้นตัวแรกคลอดออกมา แต่พอมันเดินทางมาถึงรุ่นที่สอง สิ่งที่เราได้กลับเป็นแค่การอัปเกรดชิป เพิ่มลูกเล่นไฟเรืองแสงนิดหน่อย และระบบ AirPlay ที่ดีขึ้น
เรื่องราคาอันนี้คือประเด็นหลักที่ทำให้หลายคนขมวดคิ้ว จากเดิมที่เคยเป็นลำโพงราคาน่ารักจับต้องง่าย ตอนนี้มันโดบบวกเพิ่มไปอีกห50 เหรียญ ซึ่งพอมันขยับราคาขึ้นมาแบบนี้ ความคาดหวังของคนใช้ก็ย่อมพุ่งสูงตามไปด้วยเป็นธรรมดา แต่พอมาดูสิ่งที่ใส่เพิ่มเข้ามาจริงๆ มันกลับให้ความรู้สึกเหมือนเป็นการอัปเดตสเปกตามรอบปีมากกว่าจะเป็นการปฏิวัติตัวเองครั้งใหญ่
อันที่จริงการปรับปรุงไส้ในอย่างการเปลี่ยนชิปประมวลผลให้สดใหม่ขึ้น มันก็ช่วยให้การทำงานทั่วไปลื่นไหลขึ้นแหละ แถมระบบการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง AirPlay ที่ทำได้เสถียรขึ้นก็เป็นเรื่องที่ดีงามในแง่การใช้งานจริง ไม่ต้องมาคอยหงุดหงิดกับอาการสะดุดเวลาสตรีมเพลงเพลินๆ แต่พอมองภาพรวมแล้วมันก็ยังอดคิดไม่ได้ว่า แค่นี้มันยังไม่ค่อยสมกับเวลาหกปีที่หายไปเท่าไหร่
ลูกเล่นเรื่องไฟเรืองแสงแบบใหม่ที่เพิ่มเข้ามา อันนี้ก็แล้วแต่คนชอบ บางคนอาจจะมองว่ามันช่วยสร้างบรรยากาศเวลาเปิดเพลงในห้องมืดๆ ได้ดี แต่สำหรับสายใช้งานจริงจัง มันก็เป็นแค่ลูกเล่นกิมมิคสวยงามตามท้องเรื่องที่ไม่ได้ช่วยให้คุณภาพเสียงหรือฟังก์ชันการใช้งานหลักมันก้าวกระโดดไปไหนไกลกว่าเดิมสักเท่าไหร่
ท้ายที่สุดแล้ว การที่ Apple เลือกเดินเกมด้วยการปรับปรุงสเปกภายในเล็กๆ น้อยๆ แล้วอัปราคาขึ้น อาจจะตอบโจทย์เรื่องต้นทุนของพวกเขา แต่ในมุมของคนซื้อที่รอคอยการกลับมาของสมาร์ทสปีกเกอร์รุ่นนี้ มันแอบมีความรู้สึกเหมือนของดรอปที่ยังไปไม่สุดทางอยู่ดี
การจ่ายแพงขึ้นห้าสิบเหรียญสำหรับ HomePod Mini 2 อาจไม่คุ้มสำหรับคนที่มีรุ่นเดิมอยู่แล้ว แต่มันคือบทพิสูจน์ว่า Apple ยังเลือกเพลย์เซฟกับการอัปเกรดฮาร์ดแวร์ชิ้นนี้
ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 1
กำลังโหลดความคิดเห็น...