The Verge 64 วันที่แล้ว general AI Generated

Elon Musk made flying even worse so Palantir could profit

The Verge 18 Aug 2026
56
0
100
รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบกระทู้
3 12m



เจาะประเด็น
Aviation / Politics


มัสก์ทำให้ระบบควบคุมจราจรทางอากาศพัง เพื่อให้พาลันเทียร์เก็บเงิน?



เรื่องราวที่ดูเหมือนความบังเอิญสุดห่วยของ FAA กำลังกลายเป็นแผนธุรกิจสุดแสบของมหาเศรษฐีสองคนที่อยากได้ระบบควบคุมการบินไปคืน




ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที



ถ้าระบบล่มเพราะล้าสมัย แล้วคนที่ได้ประโยชน์คือบริษัทที่ขายระบบใหม่ คุณจะเรียกว่าโชคช่วย หรือว่ามันคือกลไกที่ถูกออกแบบมาแล้ว?




เริ่มต้นที่วันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา ศูนย์ควบคุมจราจรทางอากาศในมินนิแอโพลิสเกิดระบบล่มแบบไม่ให้เซฟโหมด ไม่มีปี่มีขลุ่ย เรดาร์และระบบสื่อสารหายไปเกือบสองชั่วโมงเต็ม ผลลัพธ์คือเที่ยวบินกว่า 1,100 เที่ยวบินในพื้นที่ครอบคลุม 9 รัฐ พื้นที่ถึง 330,000 ตารางไมล์ต้องจอดสนิทหรือเปลี่ยนเส้นทางกันจ้าละหวั่น



ฟังผิวเผินมันก็คือเรื่องซวยของระบบเก่าแก่ที่ควรจะเกษียณไปนานแล้ว แต่ถ้าไปดูอีกสองวันก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ทรัมป์ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ Marine One ออกจากทำเนียบขาว และนี่คือจุดที่เรื่องมันไม่ได้ซวยแล้ว แต่เริ่มโคตรจะน่าสงสัย เพราะทันทีที่ประธานาธิบดีบินออกไป ฝ่ายบริหารของเขากำลังเดินเกมอะไรบางอย่างเกี่ยวกับระบบควบคุมการบินอยู่พอดี



ที่มา


รายงานจาก The Verge ระบุชัดว่า ระหว่างที่ FAA ยังงมอยู่กับระบบล่ม ฝ่ายบริหารทรัมป์ได้อนุมัติข้อตกลงเร่งด่วนมูลค่า 2.4 พันล้านดอลลาร์ให้กับ Palantir บริษัทเทคโนโลยีของปีเตอร์ ทีล มหาเศรษฐีสายขวาจัดและเพื่อนซี้ของมัสก์ ข้อตกลงนี้ว่าด้วยการยกเครื่องระบบควบคุมจราจรทางอากาศทั้งหมดของสหรัฐฯ แทนที่ระบบเดิมที่ใช้มานานหลายสิบปี



ถ้าใครไม่รู้จัก Palantir ขอเกริ่นให้ฟังสั้นๆ ว่าบริษัทนี้คือราชาแห่งการขายซอฟต์แวร์สอดแนมและวิเคราะห์ข้อมูลให้รัฐบาลและหน่วยข่าวกรอง พวกเขาทำเงินจากสัญญาภาครัฐเป็นหลัก และถ้าจะให้พูดตรงๆ ก็คือบริษัทที่รวยจากความกลัวและความวุ่นวายของโลกนี่แหละ



“
การที่ระบบล่มสองชั่วโมงก่อนจะมีการอนุมัติสัญญาเร่งด่วน มันคือจังหวะที่โคตรจะเพอร์เฟกต์สำหรับคนที่รอขายของอยู่


มุมมอง


อันนี้คือสิ่งที่ผมอยากให้ทุกคนคิดตาม ไม่มีหลักฐานใดบอกว่ามัสก์หรือทีลสั่งให้ระบบล่ม แต่คำถามที่สำคัญกว่าคือ ทำไมระบบถึงปล่อยให้มันพังได้ขนาดนี้? ทำไม FAA ถึงไม่มีงบประมาณพอจะอัปเกรดระบบมานานแล้ว? และทำไมสัญญามูลค่า 2.4 พันล้านดอลลาร์ถึงถูกอนุมัติแบบเร่งด่วนได้ภายในไม่กี่วันหลังจากเหตุการณ์?



มันคือเกมการเมืองและธุรกิจที่แนบเนียนมาก ฝ่ายบริหารทรัมป์ซึ่งมีมัสก์นั่งเป็นที่ปรึกษาสนิท กำลังใช้วิกฤตที่เกิดขึ้นจริงเป็นข้ออ้างในการเร่งรัดให้เอกชนเข้ายึดครองโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ และ Palantir ก็คือผู้รับเหมาที่ได้ประโยชน์โดยตรง ยิ่งระบบล่มบ่อยเท่าไหร่ ยิ่งมีเหตุผลให้ต้องซื้อของใหม่เท่านั้น




ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย

การให้บริษัทเอกชนที่เชี่ยวชาญด้านข้อมูลข่าวกรองเข้าควบคุมระบบการบินทั้งประเทศ หมายความว่าข้อมูลการเดินทางของทุกคนจะตกไปอยู่ในมือของบริษัทที่ไม่มีประวัติดีงามอะไรนัก



การผูกขาดที่อันตราย

เมื่อ Palantir เข้ามาแทนที่ระบบเดิมแล้ว ต่อไปการแก้ไขหรือปรับปรุงใดๆ ก็ต้องจ่ายเงินให้พวกเขาทั้งหมด กลายเป็นวงจรที่ไม่มีวันจบ


ที่แย่ไปกว่านั้นคือ มัสก์เองก็มีบริษัท Starlink ที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม ซึ่งถ้า FAA ต้องพึ่งพาระบบสื่อสารใหม่ ก็เป็นไปได้สูงว่า Starlink จะได้งานไปด้วย นี่คือการผูกขาดข้ามบริษัทในเครือของคนกลุ่มเดียวกันอย่างแท้จริง



สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่การที่ระบบล่ม แต่คือการที่เรากำลังเห็นการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพื้นฐานของรัฐไปสู่มือเอกชนอย่างเงียบๆ โดยใช้วิกฤตเป็นเครื่องมือ และคนที่เดือดร้อนคือผู้โดยสารทั่วไปที่ต้องเจอเที่ยวบินล่าช้าโดยไม่รู้ว่าเบื้องหลังคือสงครามแย่งชิงผลประโยชน์ของมหาเศรษฐี



💡

สรุปให้ฟังแบบไม่ต้องเกรงใจใคร — นี่คือการแปรรูปโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของประเทศผ่านวิกฤตที่ถูกปล่อยให้เกิดขึ้น ระบบ FAA เก่าและขาดการลงทุนมานาน แต่การแก้ไขไม่ควรเป็นการยกทั้งระบบให้บริษัทของเพื่อนสนิทประธานาธิบดีโดยไม่มีการแข่งขันอย่างโปร่งใส ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ ต่อไปเราอาจต้องจ่ายค่าโดยสารเพิ่มขึ้นเพื่อให้มหาเศรษฐีรวยขึ้นอีกนิด



ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ


#FAA #Palantir #ElonMusk

🔗 อ่านต่อ · สินค้าและคำถามที่เกี่ยวข้อง

สินค้ามาแรงตอนนี้

คนขายของถามบ่อย

ความคิดเห็น 4

กำลังโหลดความคิดเห็น...