เจาะประเด็น
AI / Coding
Em Dash ไม่ได้ผิดอะไร คนเขียนต่างหากที่แม่งโคตรน่าเบื่อ
บทความนี้จะบอกให้รู้ว่า ปัญหาที่แท้จริงไม่ใช่เครื่องหมายวรรคตอน แต่เป็น AI ที่ทำให้งานเขียนทุกอย่างกลายเป็นรสชาติเดียวกันหมด
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที
ถ้าเรายังแยกไม่ออกว่างานเขียนไหนเขียนโดยคน หรือเขียนโดย AI นั่นแปลว่าเรากำลังให้ AI กำหนดสไตล์การเขียนของเราทั้งหมดแล้ว
เรื่องนี้มันเริ่มจากกระทู้ใน Hacker News ที่มีคนเอาใจใส่กับเครื่องหมาย em dash (—) มากเป็นพิเศษ จนกลายเป็น meme ในหมู่คนเขียนโค้ดและคนเขียนบทความว่า "ถ้าเห็น em dash เมื่อไหร่ นั่นแหละ AI เขียน" แล้วทุกคนก็หัวเราะกันเกรียวกราว ราวกับว่ามันคือหลักฐานชี้ขาดว่าบทความนั้นไม่ได้มาจากมนุษย์
แต่เดี๋ยวก่อน เพื่อน ผมว่าเรากำลังจะโทษผิดคนแล้วล่ะ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ em dash มันคือสัญลักษณ์วรรคตอนที่ใช้มานานนับร้อยปี มีนักเขียนชั้นดีใช้มันอย่างมีชั้นเชิงเยอะแยะไป ปัญหาที่แท้จริงคือ AI ทั้งหลายมันเรียนรู้ที่จะใช้ em dash ในแบบที่น่าเบื่อสุดๆ เหมือนกันหมดทุกเจ้า จนกลายเป็นกลิ่นอายของความสังเคราะห์ที่เราจำได้ทันที
ลองคิดตามนะ เวลาคุณอ่านบทความที่เขียนโดย ChatGPT หรือ Claude หลายๆ เรื่อง คุณจะรู้สึกได้ถึง "รสชาติ" แบบเดียวกัน คือประโยคสั้นๆ กระชับ มีจังหวะจะโคน วาง em dash ไว้กลางประโยคเพื่อขยายความ หรือทิ้งท้ายด้วยประโยคที่ฟังดูมีนัยยะ — มันดูดีในระดับหนึ่ง แต่พออ่านไปเรื่อยๆ มันเริ่มจืดชืด ไม่มีความเป็นมนุษย์ ไม่มีกลิ่นอายของคนเขียนจริงๆ
บทความต้นฉบับชี้ให้เห็นประเด็นที่น่าสนใจมาก เขาบอกว่าคนเรามักจะเกลียดสิ่งที่เราไม่เข้าใจ และการที่เราโฟกัสไปที่ "เครื่องหมาย" มันง่ายกว่าการยอมรับความจริงที่ว่า AI กำลังเปลี่ยนวิธีเขียนของเราไปแล้ว การที่เราบอกว่า "em dash คือสัญญาณของ AI" มันก็เหมือนการเหมารวมว่า "คนใส่แว่นคือคนเรียนเก่ง" ทั้งที่จริงๆ แล้วมันคือการตัดสินจากภายนอกโดยไม่ดูเนื้อแท้ข้างใน
จริงๆ แล้ว AI มันไม่ได้ "คิด" เวลามันเขียน มันแค่คำนวณหาคำถัดไปที่มีโอกาสสูงที่สุดที่จะตามมา และด้วยเหตุนี้ มันเลยเลือกใช้โครงสร้างประโยคที่ "ปลอดภัย" ที่สุด ซึ่งก็คือการใช้ em dash ในตำแหน่งที่มันเห็นบ่อยๆ จากข้อมูลเทรนนิ่งที่มีอยู่เต็มอินเทอร์เน็ต ผลลัพธ์ที่ได้คือความน่าเบื่อที่ถูกทำให้ดูฉลาด — ราวกับนักเรียนที่ท่องจำคำตอบมาแล้วตอบแบบเป๊ะๆ โดยไม่เข้าใจความหมาย
นี่แหละคือสิ่งที่ผมกังวลจริงๆ ไม่ใช่เรื่องเครื่องหมายวรรคตอน แต่เป็นเรื่องที่เรากำลังจะสูญเสีย "ตัวตน" ในการเขียนของเราไป ถ้าทุกคนเริ่มใช้ AI เขียนบล็อก เขียนบทความ เขียนโพสต์ แล้วทุกคนก็ปรับแต่งให้มัน "ดูดี" ด้วยการใส่ em dash เยอะๆ เพราะคิดว่ามันทำให้ดูเป็นมืออาชีพ สุดท้ายแล้วทุกอย่างบนอินเทอร์เน็ตก็จะกลายเป็นเสียงเดียวกันหมด ไม่มีความหลากหลาย ไม่มีเอกลักษณ์ ไม่มีเสียงหัวเราะหรือความโกรธของคนเขียนหลงเหลืออยู่เลย
แล้วเราจะแยกยังไงล่ะ ว่าอันไหนคนเขียน อันไหน AI เขียน? คำตอบคือเราอาจจะแยกไม่ออกในอนาคตอันใกล้นี้ และนั่นคือจุดที่มันน่ากลัว เพราะเมื่อทุกอย่างเหมือนกันหมด คุณค่าของ "การเขียน" ที่แท้จริง — การถ่ายทอดความคิด มุมมอง และอารมณ์ของมนุษย์ — มันจะลดลงจนเหลือแค่การจัดเรียงคำที่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์เท่านั้น
สัญญาณของ AI เขียน
ประโยคสั้นๆ กระชับ ได้ใจความ แต่ขาดอารมณ์ร่วม ไม่มีมุมมองเฉพาะตัว เหมือนรายงานข่าวที่อ่านแล้วไม่รู้สึกอะไร
สัญญาณของคนเขียน
มีจังหวะการเล่าที่เป็นธรรมชาติ มีการใช้คำที่สะท้อนบุคลิก มีอารมณ์ขันหรือความหงุดหงิดแทรกอยู่ในเนื้อหา อ่านแล้วรู้สึกว่ากำลังคุยกับคนจริงๆ
ผมไม่ได้บอกว่า em dash เป็นสิ่งที่ไม่ดี หรือ AI เป็นสิ่งที่ไม่ดีเลย ผมแค่อยากให้เราตั้งสติและมองปัญหาให้ทะลุ — ถ้าเราอยากให้งานเขียนของเรายังมีคุณค่า เราต้องเลิกพึ่งพา AI เป็น "นักเขียน" แล้วหันมาใช้มันเป็นเพียง "เครื่องมือ" ช่วยคิด ช่วยเรียบเรียง แต่ยังคงความเป็นตัวเราไว้ในทุกตัวอักษรที่เราพิมพ์ออกไป
ท้ายที่สุดแล้ว em dash ไม่ใช่ตัวร้าย แต่ความน่าเบื่อของ AI ต่างหากที่กำลังฆ่างานเขียนของเรา ถ้าคุณยังใช้ AI เขียนบล็อก แล้วกลบเกลื่อนด้วยการใส่เครื่องหมายวรรคตอนเยอะๆ เพื่อให้ดู "มีสไตล์" ขอบอกตรงๆ ว่าคุณกำลังหลอกตัวเองอยู่ เพราะคนอ่านที่ฉลาดจะจับได้ทันทีว่าเบื้องหลังมันว่างเปล่าแค่ไหน
ที่มา: Hacker News (Coding/Agent) — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 5
กำลังโหลดความคิดเห็น...