เจาะประเด็น
AI / Content Licensing
Google กำลังง้อฮอลลีวูด เพราะ AI ไม่ได้ต้องการสตูดิโอ แต่สตูดิโอต่างหากที่กำลังจะได้เปรียบ
บริษัทเทคยักษ์ใหญ่ยอมควักเงินก้อนโตเพื่อซื้อลิขสิทธิ์หนังไปฝึก AI — แต่คำถามคือ ใครกันแน่ที่กำลัง "ขอ" ใคร?
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที
ถ้าฝั่งหนึ่งกำลัง "ขอ" และอีกฝั่งกำลัง "ให้" — ต่อให้แลกกับเงินถังใหญ่ แต่อำนาจต่อรองมันไม่ได้อยู่ที่ใครมีเงินเยอะกว่าเสมอไป
เรื่องนี้มันไม่ได้ซับซ้อนอะไรมาก แค่ Google กำลังเดินหน้าหาสตูดิโอใหญ่ๆ ในฮอลลีวูด เพื่อขอเซ็นสัญญาอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์เนื้อหามาฝึกโมเดล AI ของตัวเอง โดยแลกกับเงินจำนวนมหาศาลที่พร้อมจะจ่ายจริงๆ
ฟังผิวเผินเหมือนเป็นดีลที่ "วิน-วิน" ทั้งคู่ สตูดิโอได้เงินก้อนโตไปอุดหนุนธุรกิจที่กำลังซบเซา ส่วน Google ได้ข้อมูลคุณภาพสูงไปเทรนโมเดลให้ฉลาดขึ้น แต่ถ้ามองให้ลึกกว่าพื้นผิว มันคือสัญญาณบอกว่าเกมการต่อรองในยุค AI กำลังพลิกขั้วครั้งใหญ่ — และคราวนี้ฝ่ายที่เคยถูกมองว่า "แก่" กำลังมีชัยเหนือฝ่ายที่คิดว่าตัวเอง "ใหม่" อยู่เต็มประตู
ที่ผ่านมา บริษัท AI ชอบวิ่งไปเก็บข้อมูลตามเว็บสาธารณะ แบบไม่ได้ขอใครก่อน จนโดนฟ้องร้องเป็นระลอกทั้งจากนักเขียน ศิลปิน และสำนักข่าว แต่พอเข้าสู่ยุคที่คดีความเริ่มแพงและเสียชื่อเสียงไปเรื่อยๆ กลยุทธ์ "ขอโทษที ขอเก็บก่อน" มันใช้ไม่ได้อีกแล้ว โดยเฉพาะกับคอนเทนต์พรีเมียมอย่างภาพยนตร์และซีรีส์ ที่เป็นทั้งงานศิลปะ งานครีเอทีฟ และทรัพย์สินทางปัญญามูลค่ามหาศาล
Google ไม่ใช่เจ้าแรกที่คิดเรื่องนี้ OpenAI กับ Meta เองก็พยายามหาทางเซ็นดีลกับค่ายหนังมาสักพักแล้ว แต่ประเด็นสำคัญที่ The Verge ชี้ให้เห็นคือ ท่าทีของ Google ในครั้งนี้มันดู "ร้อนรน" กว่าปกติ พวกเขาไม่ได้แค่ส่งทีมงานไปคุยแบบขอไปที แต่พร้อมจะทุ่มเงินถังใหญ่เพื่อให้ได้เนื้อหามาเทรน — และนั่นคือจุดที่ทำให้เห็นว่า ใครกำลัง "ต้องการ" ใครมากกว่ากัน
แต่เดี๋ยวก่อน — มันคือ win-win จริงหรือ? ลองคิดตามนะ สตูดิโอฮอลลีวูดไม่ได้จนขนาดต้องขายข้าวของเครื่องใช้เพื่อความอยู่รอด พวกเขายังเป็นเจ้าของคอนเทนต์ที่ผู้คนทั่วโลกบริโภคทุกวัน สิ่งที่ AI บริษัทต่างๆ ต้องการจากสตูดิโอ ไม่ใช่แค่ "ข้อมูล" แต่คือ "คุณภาพและบริบท" ของการเล่าเรื่องที่เครื่องจักรไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้โดยไม่เลียนแบบใคร
ตรงนี้แหละที่ผมอยากฟันธงว่า Google (และเพื่อนบ้านในวงการ AI ทั้งหมด) กำลังเดินมาถูกทางแล้วสำหรับการจ่ายเงินซื้อลิขสิทธิ์ แต่พวกเขากำลังทำผิดพลาดครั้งใหญ่ในเชิงกลยุทธ์ เพราะการที่คุณ "เสนอเงินก้อนโต" โดยไม่มีเงื่อนไขตอบโต้ที่แข็งกร้าวพอ มันคือการยอมรับสารภาพว่าคุณ "จนความคิดสร้างสรรค์" และต้องพึ่งพาคนอื่นเพื่อให้โมเดลของคุณฉลาดขึ้น
ลองเทียบให้เห็นภาพง่ายๆ สตูดิโอมีสิ่งที่ AI ต้องการ (เนื้อหาคุณภาพสูง) แต่ AI ไม่ได้มีสิ่งที่สตูดิโอต้องการอย่างเร่งด่วนขนาดนั้น ฟีเจอร์ Generative AI ในวิดีโออาจจะเท่ แต่สตูดิโออยู่ได้ด้วยรายได้จาก Box Office และค่าลิขสิทธิ์การฉาย ซึ่ง AI ยังไม่สามารถแทนที่ได้ในระยะเวลาอันใกล้ เพราะฉะนั้น ใครกันแน่ที่ควรจะ "ขอ" ใคร?
ถ้า Google ฉลาดพอ พวกเขาควรใช้ดีลนี้เป็นโอกาสในการสร้างความร่วมมือระยะยาวที่มากกว่าการจ่ายเงินแล้วจบ — เช่น การเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกของผู้ชม การพัฒนาเครื่องมือสร้างสรรค์ที่สตูดิโอใช้จริง หรือแม้แต่การแบ่งปันรายได้จากโมเดลที่ฝึกด้วยเนื้อหาของสตูดิโอ แต่ถ้าทำแค่ "จ่ายเงินแล้วเอาข้อมูลไป" แบบนี้ ในอีก 5 ปีข้างหน้า สตูดิโอจะรู้ทันทีว่าพวกเขาขายของแพงไป หรือขายถูกไป — และถ้าขายถูกเมื่อไหร่ พวกเขาจะไม่ยอมอีกต่อไป
สรุปสั้นๆ คือ Google ต้องการฮอลลีวูดมากกว่าที่ฮอลลีวูดต้องการ AI ในตอนนี้ และถ้าฝั่งเทคยังไม่ปรับวิธีคิดจากการ "ซื้อข้อมูล" มาเป็น "ร่วมสร้างคุณค่า" ต่อให้ได้สัญญาเซ็นไป 100 ฉบับ ต้นทุนในการฝึก AI รุ่นต่อไปก็จะแพงขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นเกมที่ไม่มีใครชนะในระยะยาว
ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 4
กำลังโหลดความคิดเห็น...