ข่าวเด่น
Audio / Gadgets
Sony หวนคืนตำนาน หูฟัง XM4 รุ่นอัปเกรด มาพร้อม EQ 10 แบนด์ แต่ทำไมผมถึงรู้สึกเดจาวู?
การกลับมาของดีไซน์คลาสสิกที่หลายคนคิดถึง พร้อมลูกเล่นใหม่ที่คนฟังเรียกร้อง แต่จะคุ้มไหมถ้าคุณมีรุ่นเดิมอยู่แล้ว?
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
วงการหูฟังมันถึงจุดอิ่มตัวแล้วหรือยังนะ? เพราะการ "รีเฟรช" รุ่นเดิมด้วยการจูนเสียงใหม่ ดูเหมือนจะกลายเป็นกลยุทธ์หลักของค่ายยักษ์ใหญ่ในยุคนี้
ถ้าพูดถึงหูฟังตัดเสียงรบกวนที่ประสบความสำเร็จที่สุดในประวัติศาสตร์ หนึ่งในชื่อที่ผุดขึ้นมาในหัวเสมอคือ Sony WH-1000XM4 นี่คือรุ่นที่ทำให้คอเพลงและสายเทคฯ หลายคนยอมทิ้งเงินในกระเป๋าเพื่อความเป็นที่สุดของระบบตัดเสียงรบกวน และตอนนี้ Sony ก็เพิ่งประกาศเปิดตัวรุ่นอัปเกรดอย่างเป็นทางการในชื่อ WH-1000XM4C หรือที่เรียกกันติดปากว่า "M4 เจเนอเรชัน 2"
ฟังดูแล้วอาจจะงง ๆ หน่อย เพราะปกติการเปลี่ยนเจเนอเรชันของ Sony จะมาพร้อมเลขรุ่นใหม่ที่กระโดดไปไกลๆ แบบ XM4 ไป XM5 แต่ครั้งนี้พวกเขาเลือกที่จะ "รีเฟรช" รุ่นที่คนคลั่งไคล้มากที่สุด ด้วยการคงดีไซน์สุดคลาสสิกที่หลายคนหลงใหลไว้ทั้งหมด แล้วไปปรับเปลี่ยนในจุดที่มองไม่เห็นด้วยตานั่นคือ "การจูนเสียง" ใหม่ทั้งหมดให้เข้ากับยุคสมัย รวมถึงเพิ่มอีควอไลเซอร์ 10 แบนด์เข้าไปให้คนที่ชอบปรับแต่งเสียงได้สนุกกันมากขึ้น
ต้องยอมรับว่าการตัดสินใจครั้งนี้ของ Sony มันทั้งฉลาดและเซฟสุดๆ ในเวลาเดียวกัน เพราะแทนที่จะเสี่ยงพัฒนาอะไรใหม่ทั้งหมดที่อาจจะพลาดท่าให้คู่แข่งอย่าง Bose หรือ Apple เก็บไปกินขาด พวกเขากลับเลือกที่จะปัดฝุ่นสูตรสำเร็จที่การันตีด้วยยอดขายมาแล้ว มาเพิ่มความสามารถให้เท่าทันคู่แข่งในยุคปัจจุบัน ซึ่งผมว่ามันคือการเดินหมากที่ "ไม่ผิด" ที่สุดในสถานการณ์ที่ตลาดหูฟังกำลังแข่งขันกันดุเดือด
หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไม Sony ไม่เลือกที่จะอัปเกรด XM5 ที่เป็นรุ่นล่าสุด? คำตอบง่ายๆ คือ XM4 ยังคงเป็นรุ่นที่ได้รับการยกย่องจากแฟนๆ ว่าให้ประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดในแง่ของขนาดที่กะทัดรัด พับเก็บง่าย และน้ำหนักเบากว่า ในขณะที่ XM5 แม้จะตัดเสียงได้ดีกว่า แต่ดีไซน์ที่ไม่สามารถพับได้กลายเป็นจุดที่หลายคนบ่นตลอดมา การกลับมาครั้งนี้จึงเหมือน Sony กำลังบอกว่า "เราฟังเสียงวิจารณ์ของพวกคุณอยู่นะ"
นอกจากการคัมแบ็กของตำนานรุ่นโปรดแล้ว Sony ยังไม่ลืมที่จะเก็บกวาดตลาดระดับกลางด้วยการรีเฟรชไลน์อัปหูฟังใหม่ 2 รุ่นด้วยกัน นั่นคือ WH-CH730N ที่มาพร้อมระบบตัดเสียงรบกวนในราคาที่เอื้อมถึงกว่า และ WH-CH530 ในดีไซน์น้ำหนักเบา สำหรับคนที่ไม่ได้ซีเรียสกับรายละเอียดเสียงมากนัก แค่อยากได้หูฟังไร้สายไว้ฟังเพลงระหว่างเดินทางหรือออกกำลังกาย
การยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวแบบนี้ แสดงให้เห็นว่า Sony กำลังตอกย้ำกลยุทธ์ "ครอบจักรวาล" ของพวกเขาอย่างแท้จริง ตั้งแต่ระดับพรีเมียมที่จับกลุ่มคนที่ยอมจ่ายเพื่อสิ่งที่ดีที่สุด ไปจนถึงระดับกลางที่คนทั่วไปเข้าถึงได้ มันคือการสร้างกำแพงที่หนามากๆ ให้คู่แข่งรายอื่นบุกเข้ามาแย่งส่วนแบ่งการตลาดได้ยากขึ้นเรื่อยๆ
ส่วนใครที่กำลังคิดอยู่ว่าจะซื้อดีไหม? ผมขอพูดแบบตรงๆ เลยว่า ถ้าคุณยังไม่มีหูฟังตระกูล XM4 ในครอบครอง นี่คือโอกาสทองที่คุณจะได้หูฟังระดับตำนานในเวอร์ชันที่ปรับปรุงใหม่แล้ว ในราคาที่น่าจะใกล้เคียงกับตอนเปิดตัวครั้งแรก แต่ถ้าคุณมี XM4 เดิมอยู่แล้วและไม่ได้รู้สึกว่ามัน "พัง" หรือ "ขาด" อะไร การอัปเกรดครั้งนี้อาจจะไม่ทำให้คุณรู้สึกตื่นเต้นเท่าไหร่ เพราะการเพิ่ม EQ 10 แบนด์ อาจจะไม่คุ้มค่ากับการจ่ายเงินเพิ่มเพื่อเปลี่ยนรุ่นใหม่
และนี่คือสิ่งที่ Sony ทำได้ดีเสมอมา นั่นคือการหยิบเอาสิ่งที่ดีอยู่แล้วมาทำให้ดีขึ้นโดยไม่ต้องโละทิ้งของเดิมทั้งหมด แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่า นวัตกรรมที่ "ก้าวกระโดด" จริงๆ ของวงการหูฟังในตอนนี้มันไปอยู่ที่ไหนกันแน่? หรือว่าทุกค่ายกำลังอิ่มตัวและเลือกที่จะเล่นเกมปลอดภัยกันหมดแล้ว?
การกลับมาของ XM4C คือหมากที่เซฟและชาญฉลาดของ Sony ในการประคองยอดขายด้วยสูตรสำเร็จ แต่ถ้าถามหาความตื่นเต้นแบบยุคที่ XM4 เปิดตัวครั้งแรก ผมว่ามันช่างห่างไกลเหลือเกิน — ใครที่ยังไม่มีรุ่นนี้ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดี แต่ใครที่รอ "อะไรใหม่จริงๆ" อาจจะต้องอดใจรอไปอีกสักพักใหญ่ๆ
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 3
กำลังโหลดความคิดเห็น...