เจาะประเด็น
Apple / Leadership
จอห์น เทอร์นัส ขึ้นแท่นซีอีโอแอปเปิลคนใหม่: ถึงคราวทายาทสายฮาร์ดแวร์นำทัพ
ทิม คุก วางมืออย่างเป็นทางการแล้ว หลังคุมบังเหียนมา 14 ปี คำถามคือคนที่เคยดูแลชิป M-series จะพาแอปเปิลไปต่อยังไงในยุคที่ AI ครองเมือง
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที
ยุคของ "ราชาแห่งซัพพลายเชน" จบลงแล้ว และนี่คือบททดสอบว่าแอปเปิลจะอยู่รอดได้หรือไม่ เมื่อคนเก่งด้านชิปต้องมาบริหารบริษัทที่โตเต็มที่แล้ว
นี่ไม่ใช่ข่าวลือ ไม่ใช่ข่าวเม้าท์จากวงใน แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดของแอปเปิลในรอบเกือบสองทศวรรษ จอห์น เทอร์นัส อดีตหัวหน้าฝ่ายฮาร์ดแวร์ ขึ้นเป็นซีอีโอคนใหม่ของบริษัทมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์อย่างเป็นทางการแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา แทนที่ทิม คุก ที่ประกาศวางมือ
ฟังดูเหมือนการเปลี่ยนตัวผู้บริหารธรรมดา แต่สำหรับแอปเปิลแล้ว นี่คือการเปลี่ยนยุคสมัยครั้งสำคัญ ใครที่ตามข่าวเทคโนโลยีมานานจะรู้ดีว่า คุกไม่ใช่แค่คนถือกุญแจห้องทำงานของสตีฟ จ็อบส์ แต่เขาคือคนที่พาแอปเปิลจากบริษัทที่ใกล้ล้มละลายในปี 1997 กลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก มูลค่าแตะ 3 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2022
ถ้าจะพูดถึงมรดกของทิม คุก ต้องบอกว่าเขาเป็นซีอีโอที่ถูกมองข้ามความสามารถมาโดยตลอด ผู้คนมักเทียบเขากับจ็อบส์ในฐานะนักนวัตกรรม แต่ลืมไปว่าคุกคือคนที่สร้างเครื่องจักรทำเงินที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดในประวัติศาสตร์เทคโนโลยี เขาไม่ใช่คนคิด iPhone แต่เขาเป็นคนที่ทำให้ iPhone ขายได้เป็นแสนล้านเครื่องทั่วโลก เขาเป็นคนที่จัดการซัพพลายเชนจนแอปเปิลมีกำไรต่อหน่วยสูงที่สุดในอุตสาหกรรม
แต่ยุคของเขาก็มีจุดอ่อนชัดเจนเหมือนกัน นั่นคือการที่แอปเปิลแทบไม่มีนวัตกรรมใหม่ที่ "พลิกเกม" เลยสักครั้งในช่วง 14 ปีที่ผ่านมา ทุกอย่างคือการอัปเกรดจากของเดิมให้ดีขึ้น เร็วขึ้น แต่ไม่เคยมีอะไรที่ทำให้คนตกใจแบบตอนเปิดตัว iPhone รุ่นแรก หรือแม้แต่ iPad ในปี 2010
จอห์น เทอร์นัส ไม่ใช่คนนอกวงการ เขาคือคนที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของชิป M-series ซึ่งหลายคนยกให้เป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของแอปเปิลในรอบทศวรรษ ชิป M1, M2, M3 ที่ใช้ใน Mac และ iPad คือการพิสูจน์ว่าแอปเปิลยังมีดีกรีความสามารถด้านวิศวกรรมที่เหนือใคร เขาไม่ได้เก่งแค่การบริหาร แต่เก่งเรื่องเทคนิคด้วย นี่คือความต่างจากคุกอย่างสิ้นเชิง
คุกคือนักบริหารและนักจัดการ เก่งเรื่องตัวเลข การเจรจา และการบริหารคน ส่วนเทอร์นัสคือวิศวกรหัวทิ่ม เข้าใจเรื่องซิลิคอน เรื่องการผลิต เรื่องดีไซน์ภายในของอุปกรณ์ทุกชิ้น คำถามคือเขาจะบริหารบริษัทใหญ่แบบนี้ได้หรือไม่ เพราะการเป็นซีอีโอไม่ใช่แค่การเข้าใจผลิตภัณฑ์ แต่มันคือการจัดการคนนับแสน จัดการนักลงทุน จัดการรัฐบาลทั่วโลก และจัดการวิกฤตต่างๆ ที่ไม่เกี่ยวกับเทคโนโลยีเลยสักนิด
โจทย์หินที่รออยู่
AI คือสนามรบที่แอปเปิลตามหลังมาโดยตลอด ทั้งที่ Siri เปิดตัวก่อน ChatGPT เป็นสิบปี แต่ปัจจุบันถูกมองข้ามไปแล้ว เทอร์นัสต้องพิสูจน์ว่าเขาพาแอปเปิลกลับมาทันเกมนี้ได้
การพึ่งพา iPhone มากเกินไป
รายได้หลักของแอปเปิลยังพึ่งพา iPhone เป็นเสาหลัก แต่ตลาดสมาร์ตโฟนอิ่มตัวแล้ว ทุกปีที่ผ่านไป ยอดขายไม่ได้โตแบบก้าวกระโดดอีกต่อไป
Vision Pro ที่ยังไปไม่ถึงฝัน
แว่นตา AR/VR ที่เปิดตัวด้วยราคา 3,499 ดอลลาร์ ยังห่างไกลจากการเป็นสินค้ามวลชน เทอร์นัสต้องตัดสินใจว่าจะเดินหน้าหรือถอย
ผมมองว่าจุดที่น่าสนใจที่สุดไม่ใช่ตัวเทอร์นัส แต่เป็นวัฒนธรรมองค์กรของแอปเปิลที่ถูกหล่อหลอมมาอย่างยาวนาน แอปเปิลไม่เคยเป็นบริษัทที่กล้าเสี่ยงอีกต่อไปแล้ว นับตั้งแต่ยุคของคุกเป็นต้นมา พวกเขาเลือกทางปลอดภัย เลือกทำสิ่งที่ "พอดี" กับตลาด ไม่ใช่สิ่งที่ "ล้ำหน้า" เกินความต้องการ ปัญหาคือในยุคที่ AI เปลี่ยนทุกอย่างเร็วขนาดนี้ การเล่นปลอดภัยอาจหมายถึงการตายช้า
เทอร์นัสมีโอกาสทองที่จะลบภาพนั้น เขาเป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรง เข้าใจเทคโนโลยีลึกซึ้ง และไม่ติดกรอบความคิดแบบเดิม ถ้าเขากล้าที่จะเขย่าโครงสร้างเดิมๆ ของแอปเปิล เช่น การตั้งราคาที่เอื้อมถึงได้มากขึ้น หรือการเปิดกว้างสู่ระบบนิเวศที่ผูกขาดน้อยลง เราอาจได้เห็นแอปเปิลที่น่าตื่นเต้นอีกครั้ง แต่ถ้าเขาแค่ทำหน้าที่เป็น "ทิม คุก 2.0" ก็เตรียมใจได้เลยว่าแอปเปิลจะค่อยๆ เลือนหายไปจากความทรงจำของคนรุ่นใหม่
นี่คือจุดเปลี่ยนที่แท้จริงของแอปเปิล ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนซีอีโอ แต่คือการตัดสินว่าบริษัทจะยังเป็นผู้นำหรือเป็นเพียงผู้ตาม เทอร์นัสมีของดีอยู่ในมือ ขอแค่เขากล้าพอที่จะใช้มัน
ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 3
กำลังโหลดความคิดเห็น...