Simon Willison's Weblog 12 วันที่แล้ว general AI Generated

A new feature for my, blog built using my voice

เกี่ยวกับ OpenAI
Simon Willison's Weblog 09 Oct 2026
109
0
100
รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบกระทู้
8 32m



เจาะประเด็น
AI / Coding Agents


ทำเว็บทั้งหน้าด้วยการ "พูด" กับแล็ปท็อปขณะทำอาหาร



นักพัฒนาส่งฟีเจอร์ใหม่ขึ้นโปรดักชัน โดยแทบไม่แตะคีย์บอร์ดเลยตลอดครึ่งชั่วโมงแรก




ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 5 นาที



ถ้าเขียนโค้ดได้ระหว่างยืนคนเดียวในครัว คำถามจริงไม่ใช่ว่ามันทำได้ไหม แต่ว่ามันจะกลายเป็นวิธีทำงานปกติได้เมื่อไหร่




ซมอน วิลลิสัน ประกาศว่าเขาเพิ่งปล่อยฟีเจอร์ใหม่ให้บล็อกของตัวเองวันนี้ นั่นคือหน้า Newsletters ซึ่งเป็นดัชนีรวมจดหมายข่าวทั้งหมดที่เขาเคยส่งออกไป ทั้งฉบับรายสัปดาห์ฟรีบน Substack และฉบับรายเดือนสำหรับสปอนเซอร์เท่านั้น แต่ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ตัวฟีเจอร์ มันอยู่ที่วิธีสร้าง



เขาสร้างมันขึ้นมาเกือบทั้งหมดด้วย "เสียง" ของตัวเอง พูดคุยกับแล็ปท็อปไปเรื่อยขณะทำอาหารเย็น ไม่ได้นั่งพิมพ์ทีละบรรทัด



วิธีที่เขาใช้


เครื่องมือที่ใช้คือแอป ChatGPT บนเดสก์ท็อป ในแท็บ Codex โหมดสนทนาด้วยเสียง โดยรันกับสภาพแวดล้อมสำหรับพัฒนาบนเครื่องตัวเอง เขาเริ่มเซสชันในโฟลเดอร์โปรเจกต์ simonwillisonblog ด้วยคำสั่งสั้นๆ ว่า "Start dev server and open in browser" เพื่อให้เห็นหน้าพรีวิวของเว็บที่จะถูกแก้ และคอยสั่งให้มันโชว์หน้าใหม่ๆ ให้ดูระหว่างทาง



จากนั้นเขาก็กดปุ่ม "Start new voice chat" ซึ่งไม่ใช่ปุ่มไมโครโฟน แต่เป็นปุ่มที่อยู่ทางขวาของมัน แล้วยกแล็ปท็อปไปตั้งไว้ในครัว เพื่อพูดคุยกับมันระหว่างทำอาหาร



สิ่งที่เขาอยากได้คือฟีเจอร์ Django ง่ายๆ ที่เขามั่นใจว่าโมเดล (ในเคสนี้คือ GPT-6 Astra High) ทำได้แน่ ไม่ว่าจะเป็นโมเดลใหม่ ไมเกรชัน โค้ดวิว เทมเพลต และฟังก์ชันนำเข้าข้อมูลสักสองสามตัวเพื่อดึงข้อมูลจากแหล่งภายนอกเข้ามาใส่ฐานข้อมูล



“
Um, they do not. Um, this is going to be a new type of content. Um, it's not going to show up... Oh, hold on. Yeah, no- I do not want this to show up in my, um, tag pages and date archive pages...


ในทรานสคริปต์เสียงที่ Codex เก็บไว้ จะเห็นว่าเขาพูดติดๆ ขัดๆ มีคำว่า "um" เต็มไปหมด แต่มันก็ชัดพอที่โมเดลจะเข้าใจว่าเขาต้องการอะไร เขาพูดถึงความต้องการว่าอยากให้จดหมายข่าวปรากฏในหน้า archive ตามวันที่ แต่ไม่เอาขึ้นหน้าแท็กหรือหน้าแรกของบล็อก และอยากให้ฉบับรายเดือนค้นหาเจอด้วย เพราะมันมีเนื้อหาเฉพาะตัว ต่างจากฉบับ Substack ที่เป็นแค่สำเนาเนื้อหาบนบล็อกอยู่แล้ว



ทั้งสองคุยกันแบบนี้ประมาณครึ่งชั่วโมง ซึ่งก็คือเวลาที่ใช้ทำอาหารเย็นพอดี โมเดลตอบบ้าง ถามเพื่อความกระจ่างบ้าง แล้วก็ลงมือแก้โค้ดไปเรื่อยๆ



สิ่งที่สร้างเสร็จด้วยเสียงล้วนๆ



โมเดลและไมเกรชัน

โมเดลใหม่และไมเกรชันสำหรับเก็บจดหมายข่าวที่นำเข้าใน Django พร้อมตั้งค่า Django Admin ให้ด้วย



ตัวนำเข้าข้อมูล 4 ทาง

รายการ Substack ล่าสุดผ่าน RSS, รายการ Substack อื่นๆ ผ่าน API ที่ไม่มีเอกสารเปิดเผย (ซึ่ง GPT-6 Astra รู้เองหรือหาเจอจากการค้น), จดหมายข่าวรายเดือนที่เผยแพร่แล้วจากรีโป GitHub และฉบับสปอนเซอร์ล่าสุดจากรีโปส่วนตัว



หน้า archive และการเชื่อมกับระบบค้นหา

หน้า /newsletters/ และ /newsletters/2026/ รวมถึงให้จดหมายข่าวโผล่ในหน้า archive รายวันและรายเดือน แต่ไม่ขึ้นหน้าแท็กหรือหน้าแรก และเชื่อมกับระบบค้นหาของเว็บ


จุดที่ยังค้างอยู่คือเรื่องการนำเข้าข้อมูล Astra เสนอให้ export ข้อมูลจากเครื่องเขาเพื่อเอาไป import ในโปรดักชัน แต่เขาอยากให้มันทำงานเหมือนสคริปต์นำเข้าตัวอื่นๆ ของเขา และเนื่องจากข้อมูลบางส่วนอยู่ในรีโป GitHub ส่วนตัว มันต้องสร้าง API key ใหม่ ซึ่งเขารู้ว่าต้องนั่งหน้าคีย์บอร์ดสักพัก



ปิดงานด้วยการรีวิวโค้ด


พอทำอาหารเสร็จและเห็นว่าฟีเจอร์เกือบครบแล้ว เขาก็ให้ Codex สร้าง branch แล้วเปิด pull request จากนั้นรีวิวโค้ดผ่านหน้า PR ของ GitHub ปรากฏว่าเกือบใช่ ยกเว้นมันเลือกใช้ Git ใน subprocess สำหรับสคริปต์นำเข้าตัวหนึ่ง เขาจึงเปลี่ยนไปพิมพ์เอง ให้ Codex เปลี่ยนไปใช้ API แทน เขาแก้กลไกนำเข้าและปรับการแสดงผลหน้า public อีกเล็กน้อย ใช้เวลาพิมพ์เพิ่มอีกราวครึ่งชั่วโมงกว่าจะพอใจและ merge ขึ้นโปรดักชัน



มุมมอง


วิลลิสันบอกชัดว่าเขาไม่คิดว่านี่จะเป็นวิธีทำงานหลักของเขาในแต่ละวัน แต่สิ่งที่ต่างจากเดิมคือการมีพรีวิวภาพให้เห็นบวกกับความสามารถในการพิมพ์หรือวางข้อความเมื่อเสียงอธิบายไม่สะดวก ทำให้มันเป็นวิธีคุยกับเอเจนต์เขียนโค้ดที่ทรงพลังกว่าที่เคย



เขายังคงกลับไปพิมพ์เมื่อลงรายละเอียด เพราะการวางตัวอย่างข้อความ error หรือไฮไลต์โค้ดที่ต้องแก้ตรงๆ ยังมีประสิทธิภาพกว่าการอธิบายด้วยคำพูด และเขาทำงานจากบ้านเป็นหลัก ซึ่งดี เพราะไม่มีทางที่เขาจะกล้าพูดกับคอมพิวเตอร์แบบนี้ในพื้นที่ทำงานรวม



แต่ฟีเจอร์ที่เขาเรียกว่า "killer feature" คือการทำงานหลายอย่างพร้อมกัน ปกติเขาทำอาหารพร้อมเปิดพอดแคสต์หรือ TikTok ตอนนี้เขาสร้างของจริงไปด้วยได้แล้ว



💡

ข่าวนี้ไม่ได้บอกว่าเรากำลังจะเลิกพิมพ์โค้ดกันพรุ่งนี้ แต่มันบอกว่าช่วงเวลาที่เรา "รอว่าง" เพื่อเขียนโค้ดกำลังหดลงเรื่อยๆ งานที่เคยต้องนั่งหน้าจอ ตอนนี้เริ่มทำได้ระหว่างมือไม่ว่าง และนั่นอาจเปลี่ยนวิธีที่นักพัฒนาจัดสรรเวลาทั้งวันไปเลย



ที่มา: Simon Willison's Weblog — อ่านต้นฉบับ


#VoiceCoding #CodingAgents #Codex

🔗 อ่านต่อ · สินค้าและคำถามที่เกี่ยวข้อง

สินค้ามาแรงตอนนี้

คนขายของถามบ่อย

ความคิดเห็น 3

กำลังโหลดความคิดเห็น...