เจาะประเด็น
AI Music
Universal จับมือ ElevenLabs เปิดแพลตฟอร์มให้ AI รีมิกซ์เพลงจากคลังลิขสิทธิ์จริง
ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ที่เคยฟ้องคนทำ AI กำลังหันมาเปิดประตูให้ AI เข้ามาเล่นในบ้านตัวเอง
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
แทนที่จะสู้จนถึงที่สุด ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่เลือกเป็นเจ้าของสนามเองแล้วตั้งกฎเอง
ยูUniversal Music Group ประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่ากำลังเปิดแพลตฟอร์มใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ให้ผู้ใช้ดึงเพลงจากคลังที่ได้รับลิขสิทธิ์ของค่ายไปทำรีมิกซ์ เมิชอัป หรือตีความใหม่ได้ ผ่านข้อตกลงลิขสิทธิ์ระยะหลายปีกับ ElevenLabs บริษัทที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเสียงด้วย AI
อันนี้คือหมุดหมายสำคัญของวงการเพลงเลย เพราะ Universal ไม่ใช่ค่ายเล็กๆ ที่ไหน แต่เป็นหนึ่งในค่ายเพลงที่ใหญ่ที่สุดในโลก และที่ผ่านมา ค่ายเพลงกลุ่มนี้คือฝั่งที่ออกโรงฟ้องคนทำ AI ที่เอาเพลงไปเทรนหรือสร้างงานเลียนแบบอยู่ตลอด การกลับมาลงนามกับบริษัท AI เองแบบนี้จึงไม่ใช่แค่ข่าวเปิดตัวสินค้า แต่คือการยอมรับว่าเทคโนโลยีนี้มาถึงจุดที่ปิดกั้นไม่ไหวแล้ว
โมเดลเดิมของค่ายเพลงคือปกป้องมาสเตอร์และลิขสิทธิ์ด้วยการฟ้องร้อง แต่คลื่น AI สร้างเพลงมันแรงเกินกว่าจะต้านด้วยศาลอย่างเดียว Universal เลือกเส้นทางที่ฉลาดกว่า นั่นคือเปิดแพลตฟอร์มของตัวเองที่ควบคุมได้ว่าใครใช้เพลงอะไร ยังไง และมีสัญญาณชัดว่าเจ้าของสิทธิ์จะได้ส่วนแบ่งจากตรงนี้แทนที่จะปล่อยให้คนไปปั๊มเพลง AI กันเองตามเว็บเถื่อน
สำหรับ ElevenLabs ดีลนี้คือการขยับจากบริษัทที่คนรู้จักในฐานะเครื่องมือทำเสียงพูด (voice cloning และ text-to-speech) เข้ามาสู่สนามดนตรีเต็มตัว ซึ่งเป็นสนามที่คู่แข่งอย่าง Suno และ Udio กำลังร้อนแรง แต่ทั้งคู่ก็เจอคดีความจากค่ายเพลงมาแล้ว การได้ Universal เป็นพาร์ตเนอร์จึงเป็นทั้งเกราะป้องกันและใบเบิกทางให้ ElevenLabs ต่างจากคู่แข่งที่ยังต้องสู้ในศาลอยู่
จากที่ประกาศออกมา แพลตฟอร์มนี้จะเปิดให้ผู้ใช้ทำสิ่งเหล่านี้กับเพลงในคลังของ Universal ได้
รีมิกซ์
นำเพลงต้นฉบับมาทำเวอร์ชันใหม่ ปรับจังหวะ เสียง หรือสไตล์ตามที่ต้องการ
เมิชอัป
ผสมผสานเพลงตั้งแต่สองเพลงขึ้นไปเข้าไว้ด้วยกันเป็นงานใหม่
ตีความใหม่
สร้างเวอร์ชันใหม่ของแทร็กเดิมในมุมที่ต่างออกไป
ทั้งหมดนี้อยู่บนฐานของข้อตกลงลิขสิทธิ์ระยะหลายปี หมายความว่า Universal ไม่ได้แค่ยอมให้ใช้ แต่กำลังสร้างระบบนิเวศที่ทั้งค่ายและ ElevenLabs ได้ประโยชน์ร่วมกัน
ต้องบอกตรงๆ ว่ายังมีคำถามที่ต้นฉบับยังไม่ตอบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องศิลปินแต่ละคนจะได้รับส่วนแบ่งยังไง ใครมีสิทธิ์ปฏิเสธไม่ให้เพลงตัวเองเข้าระบบ หรือแพลตฟอร์มจะเปิดให้ใช้เมื่อไหร่และคิดเงินแบบไหน แต่ทิศทางที่ Universal เลือกมันชัดแล้ว และน่าจะกลายเป็นโมเดลที่ค่ายอื่นจับตามอง เพราะถ้าเวิร์ก นี่คือวิธีเปลี่ยนศัตรูให้เป็นลูกค้าแบบตรงๆ
ดีลนี้บอกอะไรชัดเจนอย่างหนึ่ง นั่นคือสงครามระหว่างค่ายเพลงกับ AI กำลังเปลี่ยนจาก "ฟ้องกันให้ยับ" เป็น "ใครได้เป็นเจ้าของแพลตฟอร์มก่อน" Universal เลือกตั้งโต๊ะเองแทนที่จะนั่งรอให้คนอื่นมากินตลาด และนี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ค่ายเพลงอื่นต้องรีบขยับตามก่อนจะสาย
ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 3
กำลังโหลดความคิดเห็น...