เจาะประเด็น
Tools
ChatGPT ส่องแท็บ Chrome ได้แล้วเมื่อคุณเรียกใช้
เปิดทางให้บราวเซอร์พูดคุยกับเอไอได้ลื่นกว่าเดิมหลังพับโปรเจกต์เว็บเบราว์เซอร์ของตัวเองไป
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
เมื่อเราขี้เกียจสลับหน้าจอไปมา เอไอก็เลยอาสาเข้ามาอ่านเว็บให้ดูซะเลย
หลังจากที่ OpenAI เคยลองลุยทำเบราว์เซอร์เดี่ยวๆ อย่าง Atlas แล้วพับเก็บไป ตอนนี้พวกเขากลับมาใช้วิธีฝังตัวลงในเครื่องมือที่เราใช้กันอยู่ทุกวันแทน ด้วยการอัปเดตส่วนขยายบน Google Chrome รอบใหม่ที่ทำให้เอไอตัวเก่งแอบเหลือบมองแท็บที่เราเปิดคาไว้ได้แล้ว
เรื่องนี้มันน่าสนใจตรงที่วิธีการใช้งาน เพราะทางค่ายไม่ได้บังคับให้เราต้องย้ายไปใช้แอปแปลกปลอมที่ไหน แค่ลงส่วนขยายตัวนี้ไว้ เวลาใช้งานบนเว็บหรือแอปเดสก์ท็อป แล้วเราพิมพ์เรียก Chrome เข้าไปในแชท เจ้า ChatGPT ก็พร้อมจะดึงข้อมูลจากหน้าเว็บที่เราเปิดค้างไว้มาวิเคราะห์ต่อได้ทันทีแบบไม่ต้องมานั่งก๊อปปี้ข้อความแปะให้วุ่นวาย
ถ้ามองในแง่การทำงานจริง อันนี้คือตอบโจทย์คนเปิดแท็บทิ้งไว้เป็นร้อยตอนหาข้อมูลทำโปรเจกต์ เพราะปกติเวลาเราคุยกับเอไอแล้วอยากให้มันอ้างอิงเนื้อหาจากเว็บไหนสักเว็บ เราต้องคอยก๊อป URL หรือคัดลอกข้อความมายาวเหยียด แต่การอัปเดตครั้งนี้ทำให้กระบวนการมันรวบยอดเหลือแค่การแท็กชื่อเบราว์เซอร์ลงไปในบทสนทนาเดียวจบ
แม้ว่าโปรเจกต์เบราว์เซอร์แยกเดี่ยวจะหายไปจากสารบบ แต่การเลือกปรับแต่งส่วนขยายของเบราว์เซอร์เจ้านี้แสดงให้เห็นว่าพวกเขายังคงพยายามหาทางแทรกซึมเข้าไปอยู่ในทุกจุดที่คนทำงานใช้งานอยู่เป็นประจำ โดยไม่ต้องไปบังคับให้ผู้ใช้ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมย้ายค่ายซอฟต์แวร์ครั้งใหญ่
สำหรับคนที่กังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว การที่เอไอเข้ามาอ่านหน้าจอหรือแท็บที่เราเปิดอยู่ก็คงต้องระมัดระวังเรื่องข้อมูลอ่อนไหวกันพอสมควร เพราะในวิดีโอตัวอย่างที่ทางค่ายปล่อยออกมา มันชัดเจนว่าการดึงบริบทจากหน้าเว็บมาใช้ทันทีนั้นทรงพลังแค่ไหน แต่ก็มาพร้อมกับคำถามเรื่องขอบเขตการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวเช่นกัน
ตอนนี้การอัปเดตดังกล่าวกำลังทยอยปล่อยออกมาให้ใช้งานกัน ใครที่ใช้ส่วนขยายนี้อยู่แล้วก็น่าจะได้ลองเล่นฟีเจอร์นี้กันในเร็วๆ นี้ ส่วนใครยังไม่เคยลองก็คงต้องชั่งใจดูว่าความสะดวกสบายในการดึงข้อมูลจากแท็บเบราว์เซอร์แลกมาด้วยความสบายใจระดับไหน
การดึงความสามารถมาไว้ในส่วนขยาย Chrome แทนการทำเบราว์เซอร์เอง คือการเลือกสนามรบที่ฉลาดเพราะผู้ใช้ไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรม แค่ต้องรอดูว่าเรื่องความเป็นส่วนตัวจะกลายเป็นดราม่าตามมาทีหลังหรือเปล่า
ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 1
กำลังโหลดความคิดเห็น...