อัปเดต
Gaming
แฟนเกมล่ารายชื่อสนั่นหลัง EA สั่งปิดตึก BioWare และลอยแพโปรเจกต์ใหม่
ยอดลงชื่อพุ่งเกือบสองแสนคนในเวลาไม่กี่วัน หลังอนาคตซีรีส์ไซไฟระดับตำนานแขวนอยู่บนเส้นด้าย
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
เมื่อบ้านหลังเก่าของตำนานถูกทุบทิ้ง แฟนๆ เลยต้องลุกขึ้นมาทวงคืนลมหายใจให้จักรวาลที่พวกเขารักด้วยเสียงที่ดังพอจะสะกิดยักษ์ใหญ่
วงการเกมช่วงนี้เรียกว่าใจหายใจคว่ำกันพอสมควร หลังจากที่ EA ตัดสินใจสับสวิตช์ปิดตายสตูดิโอ BioWare พร้อมกับพับโปรเจกต์ภาคต่อที่ทุกคนเฝ้ารออยู่แบบดื้อๆ บอกเลยว่างานนี้ไม่ได้กระทบแค่คนในองค์กร แต่แรงกระแทกมันสะเทือนไปถึงหัวใจของคอมมูนิตี้แฟนเกมทั่วโลกที่เติบโตมากับเรื่องราวนี้แบบเต็มๆ จนเกิดเป็นแคมเปญล่ารายชื่อบนโลกออนไลน์ที่ตอนนี้ตัวเลขพุ่งทะยานไปเกือบสองแสนคนแล้วในเวลาแค่ไม่กี่วัน
เรื่องมันเริ่มปะทุขึ้นมาวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา บนแพลตฟอร์ม Change.org โดยมีเป้าหมายชัดเจนว่าอยากให้ EA ทบทวนการตัดสินใจ หรือถ้าใจแข็งไม่ยอมเดินหน้าต่อจริงๆ ก็ขอให้ปล่อยลิขสิทธิ์แฟรนไชส์นี้หลุดไปอยู่ในมือสตูดิโออื่นที่พร้อมจะดูแลมันต่อดีกว่าเอาไปดองเค็มไว้ในคลังแสงอย่างไร้จุดหมาย ซึ่งก็น่าตกใจเหมือนกันที่กระแสตอบรับมันรวดเร็วและรุนแรงขนาดนี้ สะท้อนให้เห็นเลยว่าแฟนๆ ยังคงผูกพันกับจักรวาลนี้เหนียวแน่นแค่ไหนแม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม
แคมเปญนี้ไม่ได้เกิดขึ้นมาจากความว่างเปล่า แต่มันถือกำเนิดขึ้นในช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดครั้งหนึ่งของแฟนคลับ BioWare เพราะนอกจากเกมจะโดนพับโปรเจกต์แล้ว EA ยังจัดการปลดพนักงานรวดเดียวราวๆ 400 ชีวิต โดยในจำนวนนั้นมีประมาณ 50 คนที่ต้องตกงานเพราะโปรเจกต์นี้ถูกล้มกระดาน ยิ่งไปกว่านั้นยังมีข้อมูลหลุดออกมาจากเทรลเลอร์และอินฟลูเอนเซอร์สายเกมที่บอกว่าภาคใหม่นี้เกือบจะได้ใช้ชื่อว่า Mass Effect: Universe อยู่รอมร่อแล้วด้วยซ้ำ
ถ้ามองในแง่ธุรกิจ การตัดเนื้อร้ายหรือโปรเจกต์ที่ไม่ทำเงินอาจจะเป็นเรื่องที่บอร์ดบริหารมองว่าสมเหตุสมผล แต่ในมุมของคนทำครีเอทีฟและคนเสพงานศิลป์ การกระทำแบบนี้มันคือการทำลายความศรัทธาที่สั่งสมกันมาหลายสิบปี ข้อเรียกร้องเรื่องการขายลิขสิทธิ์ต่อให้สตูดิโออื่นจึงไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันซะทีเดียว เพราะอย่างน้อยอดีตผู้บริหารอย่าง Mark Darrah ก็เคยออกมาพูดทำนองว่าเมื่อไม่มีใครพัฒนาต่อ ทางเลือกของบริษัทยักษ์ใหญ่ก็มีแค่ขายทิ้งหรือเก็บเข้ากรุ ซึ่งคนนอกอย่างเราก็ได้แต่ภาวนาให้เลือกอย่างแรก
ตอนนี้ลูกบอลไปอยู่ในฝั่งของ EA เรียบร้อยแล้วว่าจะเลือกเงี่ยหูฟังเสียงของคนเกือบสองแสนคน หรือจะเลือกทำเป็นหูทวนลมแล้วปล่อยให้ตำนานนี้ตายไปตามกาลเวลา ซึ่งบอกตามตรงว่าในโลกทุนนิยมแบบนี้ เสียงของแฟนๆ อาจจะไม่ได้เปลี่ยนใจคนถือเงินได้เสมอไป แต่มันก็เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ย้ำเตือนให้รู้ว่า งานศิลปะในโลกวิดีโอเกมนั้นมีชีวิตจิตใจ และมันเป็นของคนที่รักมันมากกว่าแค่ตัวเลขผลประกอบการในกระดาษรายงานประจำปี
การปิดฉาก BioWare และการพับโปรเจกต์ครั้งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า ในโลกเกมยุคนี้ ต่อให้คุณมีฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่นแค่ไหน ก็ไม่มีอะไรการันตีความปลอดภัยได้เลยถ้าตัวเลขผลประกอบการมันไม่เข้าตาผู้บริหาร
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 0
กำลังโหลดความคิดเห็น...