เจาะประเด็น
GAMING
CDPR ยืนยันทิ้ง REDengine ไม่ใช่เพราะ Cyberpunk 2077 พัง
ตัวซีอีโอออกมาเล่าเองว่าอะไรคือจุดเปลี่ยนจริงๆ ที่ทำให้ The Witcher 4 ต้องย้ายบ้านไป Unreal Engine 5
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
บางทีการตัดสินใจครั้งใหญ่ที่สุดของสตูดิโอ อาจเริ่มจากเดโมสั้นๆ ที่ไม่มีใครคิดว่าจะเปลี่ยนเกมทั้งวงการ
นี่คือข่าวที่แฟนเกมหลายคนรอคำตอบมานาน เพราะตั้งแต่ CD Projekt Red ประกาศว่า The Witcher 4 จะย้ายจาก REDengine ที่ใช้มากับทุกเกมของค่าย ไปใช้ Unreal Engine 5 แทบทุกคนก็เดากันไปในทางเดียวกันหมดว่า "ก็ Cyberpunk 2077 เปิดตัวพังขนาดนั้น จะไม่เปลี่ยนก็บ้าแล้ว" แต่ล่าสุด Michał Nowakowski ซีอีโอร่วมของสตูดิโอ ออกมาเล่าเองว่าความจริงมันไม่ใช่อย่างที่ทุกคนคิด
Nowakowski พูดในพอดแคสต์ Deconstructor of Fun ตรงๆ เลยว่าไอเดียที่ว่า REDengine คือต้นเหตุของปัญหาทั้งหมดใน Cyberpunk 2077 น่ะ มันเป็น "สมมติฐานที่ผิด" — คำพูดแรงใช้ได้เลย เพราะเท่ากับเขาแก้ต่างให้เครื่องมือเก่าของบริษัทตัวเอง และบอกกลายๆ ว่าคนนอกมองปัญหาผิดจุดมาตลอด
แล้วอะไรคือตัวจุดชนวนจริงๆ? คำตอบคือเดโมเทคนิค The Matrix Awakens ที่ Epic Games ปล่อยออกมาให้คนโหลดไปลองกันตอนงาน The Game Awards ปี 2021 นั่นแหละ Nowakowski เล่าว่าตอนที่ทีมได้เห็นเดโมตัวนี้ก่อนใคร เขาถึงกับต้องกลับมาถามกันในทีมว่า "UE5 มันพร้อมจะทำเกมแบบที่เราทำหรือยัง?" และนั่นคือจุดที่พวกเขานั่งลงคุยกับทีม Epic จนกลายเป็นความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในที่สุด
ถ้าคิดดูดีๆ การเลือกใช้ Engine มันไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค แต่เป็นเรื่องการเมืองในวงการเกมด้วย การที่สตูดิโอใหญ่ระดับ CDPR ตัดสินใจทิ้ง Engine ที่ตัวเองพัฒนามาหลายสิบปี ไปพึ่งเครื่องมือของบริษัทอื่นอย่าง Epic มันคือการยอมแลก autonomy บางส่วน เพื่อแลกกับเทคโนโลยีที่พร้อมกว่า และที่สำคัญคือการได้ทีมซัพพอร์ตจาก Epic มาช่วยแบกปัญหาเวลาบั๊กโผล่ ซึ่งตรงนี้แหละที่ REDengine อาจจะไม่เคยมีให้
มุมที่น่าสนใจคือ คำอธิบายของ Nowakowski สวนทางกับ narrative ที่คนเล่นเกมส่วนใหญ่ยึดถือมานาน คือเรื่องที่ว่า Cyberpunk 2077 พังเพราะ Engine เก่า ในเมื่อซีอีโอเองบอกว่าไม่ใช่ คำถามต่อไปคือ แล้วปัญหาจริงๆ มันอยู่ตรงไหน? การบริหารโปรเจกต์? deadline? การ crunch? หรือการตลาดที่โหมโฆษณาเกินจริง? อันนี้ CDPR ยังไม่เคยตอบตรงๆ สักที
สำหรับ The Witcher 4 ที่ตอนนี้กลายเป็นโปรเจกต์เรือธงที่ทุกคนจับตามอง การย้ายมา Unreal Engine 5 ก็ไม่ใช่ยาวิเศษที่จะการันตีว่าทุกอย่างจะราบรื่น เพราะเราก็เห็นเกม AAA หลายตัวที่ใช้ UE5 แล้วเจอปัญหา performance หนักๆ เหมือนกัน แต่อย่างน้อยการที่ CDPR เริ่มต้นใหม่บนเครื่องมือที่ทีมอื่นใช้กันทั่ววงการ ก็ทำให้มีคนช่วยแก้ปัญหาเวลาติดขัด ไม่ต้องแบกเองหมดแบบเมื่อก่อน
การเปลี่ยน Engine ไม่ใช่คำสารภาพว่าของเก่ามันห่วย แต่มันคือการยอมรับว่าบางทีการเดินคนเดียวก็ไม่ทันโลกอีกต่อไป — และการที่ CDPR กล้าออกมาบอกว่าตำนานที่ทุกคนเชื่อกันมานานมันผิด ก็คือสัญญาณว่าพวกเขาอยากเริ่มใหม่ให้ถูกจุดจริงๆ
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 6
กำลังโหลดความคิดเห็น...