เจาะประเด็น
Android / Developers
Google ประกาศสงครามแอปกินแรม เกินลิมิตเมื่อไหร่ เตรียมเจอลงโทษใน Play Store
นี่ไม่ใช่คำขอร้องแบบสุภาพอีกต่อไป แต่เป็นคำสั่งจากบนลงล่างที่นักพัฒนาทุกคนต้องฟังให้ดี
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
จำได้ไหมว่าครั้งสุดท้ายที่เปิดแอปทีไรต้องไปไล่ปิดแอปอื่นทิ้งก่อน เพราะเครื่องค้างจนแทบจะโยนโทรศัพท์ทิ้ง? นี่แหละ ตัวต้นเหตุกำลังจะโดนจัดการแล้ว
เอาล่ะ ถึงเวลาแล้วที่นักพัฒนาแอป Android จะต้องเลิกทำตัวเป็น "หมู" กินจุแบบไม่มีขีดจำกัด เพราะตอนนี้ Google เริ่มจับตาดูจริงจังแล้ว มันไม่ใช่แค่การแนะนำแบบขอพูดขอจา แต่เป็นการประกาศนโยบายที่จะมีผลบังคับใช้จริง ใครไม่ปฏิบัติตามก็เตรียมรับผลกรรมใน Play Store ได้เลย
เรื่องนี้ The Verge รายงานว่า Google ออกบันทึกข้อความถึงนักพัฒนาโดยตรง ว่าด้วยเรื่องของ "ข้อจำกัดการใช้หน่วยความจำ" (memory-usage restrictions) ซึ่งเป็นนโยบายใหม่ที่ Play Store จะเริ่มเข้ามามีบทบาทในการตรวจสอบและลงโทษแอปที่ใช้แรมเกินพิกัด
ฟังดูแล้วอาจจะเหมือนเรื่องไกลตัว แต่ขอพูดตรงๆ ว่า นี่คือสัญญาณเตือนที่ดังมากสำหรับวงการแอป Android โดยเฉพาะเกมและแอปโซเชียลยักษ์ใหญ่ที่เดี๋ยวนี้กินแรมกันเป็นว่าเล่น แทบจะไม่เหลือเนื้อที่ให้ระบบปฏิบัติการได้หายใจเลยด้วยซ้ำ
สาเหตุที่ Google ต้องออกโรงแบบนี้ ก็เพราะสถานการณ์มันเริ่มลุกลามจนควบคุมไม่อยู่แล้ว ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ๆ แม้จะติดตั้งแรมมาให้เยอะขึ้นเรื่อยๆ แต่แอปก็เหมือนจะยิ่งพัฒนาให้กินแรมมากขึ้นเท่าตัว บางแอปเปิดทิ้งไว้เฉยๆ แต่แบ็กกราวนด์โพรเซสยังทำงานหนักจนทำให้เครื่องร้อนและแบตเตอรี่หมดไว
และที่สำคัญกว่านั้นคือปัญหาเรื่อง "ความเหลื่อมล้ำ" ของผู้ใช้เครื่องระดับล่าง-กลาง ซึ่งมีแรมจำกัด แอปที่ถูกออกแบบมาบนเครื่องเรือธงแรม 12GB อาจทำงานได้อย่างลื่นไหล แต่พอไปรันบนเครื่องราคาหมื่นต้นๆ ที่แรม 4-6GB กลับกลายเป็นฝันร้าย กระตุก หลุด หรือเด้งออกจากแอปบ่อยครั้ง ซึ่งนั่นคือประสบการณ์ผู้ใช้ที่ย่ำแย่ที่สุด
จากบันทึกที่ Google ส่งถึงนักพัฒนา ใจความสำคัญคือต้องการ "ช่วยนักพัฒนาให้ปรับตัวกับข้อกำหนดฮาร์ดแวร์ในอุตสาหกรรม" ซึ่งฟังดูเป็นทางการ แต่ถ้าแปลเป็นภาษาคนก็คือ "ช่วยกันประหยัดแรมหน่อยได้แล้วไอ้พวกแอปตะกละทั้งหลาย"
คำถามคือ ถ้าไม่ปฏิบัติตามแล้วจะเกิดอะไรขึ้น? ตรงนี้ The Verge ระบุว่า Google จะเริ่มใช้ Play Store เป็นเครื่องมือบังคับใช้มาตรการ ซึ่งหมายถึงแอปที่ไม่ผ่านข้อกำหนดเรื่องการใช้หน่วยความจำอาจไม่ได้รับการอัปเดต หรือที่หนักกว่านั้นคืออาจถูกถอดออกจากร้านค้า
แน่นอนว่าข่าวนี้สร้างความสั่นสะเทือนให้กับวงการนักพัฒนาไม่น้อย เพราะการปรับแต่งแอปให้ใช้แรมน้อยลงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ โดยเฉพาะเกม 3D หรือแอปที่ต้องโหลดข้อมูลจำนวนมาก มันต้องแลกด้วยเวลาและทรัพยากรในการพัฒนาเพิ่มขึ้น ซึ่งบางค่ายอาจไม่พร้อมรับมือ
แต่มองอีกมุมหนึ่ง นี่คือสิ่งที่ควรทำมานานแล้ว แทนที่จะแข่งกันเพิ่มฟีเจอร์อลังการโดยไม่สนใจทรัพยากรเครื่องผู้ใช้ มันถึงเวลาแล้วที่นักพัฒนาต้องหันมาใส่ใจเรื่องประสิทธิภาพและความรับผิดชอบต่อผู้ใช้มากขึ้น
แอปกลุ่มเสี่ยงโดนลงโทษ
เกมมือถือที่กราฟิกจัดเต็ม แอปโซเชียลที่รันหลายบริการพร้อมกัน และแอปที่เปิดแบ็กกราวนด์ทิ้งไว้โดยไม่จำเป็น
แนวทางที่นักพัฒนาควรทำ
ปรับปรุงการจัดการหน่วยความจำในโค้ด ลดการทำงานเบื้องหลังที่ไม่จำเป็น และทดสอบบนอุปกรณ์ที่แรมน้อยเพื่อดูพฤติกรรมจริง
สำหรับผู้ใช้ทั่วไปอย่างเราๆ ข่าวนี้ถือเป็นข่าวดี เพราะหมายความว่าเราอาจได้เห็นแอปที่ "เบา" และ "ลื่น" มากขึ้นในอนาคต ไม่ต้องทนกับอาการเครื่องค้างเพราะแอปไหนสักตัวแอบกินแรมอยู่เบื้องหลังอีกต่อไป
นี่คือการคุมกำเนิดครั้งใหญ่ของวงการแอป Android และมันสายไปแล้วด้วยซ้ำ นักพัฒนาที่ปรับตัวไม่ได้ ก็ต้องเตรียมโดนคัดออกจากสนามแข่งไปตามระเบียบ เพราะยุคของแอปอ้วนฉุที่กินทรัพยากรแบบไม่รู้จักพอ กำลังจะจบลงแล้ว
ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 4
กำลังโหลดความคิดเห็น...