เจาะประเด็น
Streaming
สตรีมมิ่งกำลังกลายเป็นเคเบิลทีวีเวอร์ชันใหม่ โดยที่เราจ่ายแพงขึ้นกว่าเดิม
จากคนที่เคย "ตัดสายเคเบิล" หนีค่าแพ็กเกจแพงๆ วันนี้เรากำลังกลับไปนั่งดูช่องที่มีโฆษณาคั่น เหมือนที่เคยหนีมา — แค่เปลี่ยนชื่อเรียก
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 5 นาที
เราหนีเคเบิลเพราะไม่อยากจ่ายแพ็กเกจรวมที่ไม่ได้ดู แต่ตอนนี้เรากำลังจ่ายหลายเจ้า รวมกันแล้วแพงกว่าเดิม แถมยังต้องดูโฆษณาอีก
ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่เคยภูมิใจว่าตัวเอง "ตัดสายเคเบิล" สำเร็จ เลิกจ่ายแพ็กเกจทีวีราคาแพง แล้วหันมาสมัคร Netflix กับ Disney+ แทน — ข่าวนี้อาจทำให้คุณรู้สึกเจ็บนิดๆ เพราะสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้คือวงการสตรีมมิ่งกำลังค่อยๆ กลายร่างกลับไปเป็นเคเบิลทีวีที่เราเคยหนีมา และดูเหมือนว่าเราจะจ่ายแพงกว่าเดิมด้วยซ้ำ
Charles Pulliam-Moore คอลัมนิสต์ของ The Verge เขียนวิเคราะห์ในจดหมายข่าว The Stepback ว่าเส้นทางของวงการบันเทิงตอนนี้กำลังวนกลับมาที่จุดเดิม โดยเฉพาะการกลับมาของช่อง FAST (Free Ad-Supported Streaming TV) หรือช่องสตรีมมิ่งฟรีที่ดูได้โดยมีโฆษณาคั่น ซึ่งกำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด และกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งใช้ดึงคนดูกลับมา
เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปก่อนที่ Netflix จะทุ่มเต็มตัวให้กับธุรกิจสตรีมมิ่ง ตอนนั้นโมเดลหลักของวงการคือเคเบิลทีวี ที่ผู้ชมต้องจ่ายเป็นแพ็กเกจรายเดือนเพื่อดูช่องหลายร้อยช่อง ทั้งที่จริงๆ ดูแค่ไม่กี่ช่อง แต่ต้องจ่ายค่าช่องที่ไม่ได้เปิดเลยก็มี
Netflix เข้ามาพร้อมสัญญาใหม่: จ่ายค่าสมาชิกรายเดือน ไม่มีโฆษณา ดูได้ทุกอย่างในแคตตาล็อก ดูเมื่อไหร่ก็ได้ นี่คือจุดที่ทำให้คนแห่ยกเลิกเคเบิลกันเป็นแถว เรียกว่าเป็นยุคทองของ "cord-cutting" ที่คนรุ่นใหม่รู้สึกว่าตัวเองฉลาดกว่าคนรุ่นก่อนที่ยอมจ่ายเงินให้เคเบิล
แต่แล้วทุกสตูดิโอก็อยากมีแพลตฟอร์มของตัวเอง Disney, Warner, NBCUniversal, Paramount ต่างถอนคอนเทนต์ออกจาก Netflix แล้วเปิดบริการของตัวเองหมด ผลลัพธ์คือคนดูต้องจ่ายหลายเจ้าแทนที่จะจ่ายเจ้าเดียว ราคารวมพุ่งขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อแพลตฟอร์มเริ่มขาดทุนจากการผลิตคอนเทนต์มหาศาล พวกเขาก็เริ่มทำสิ่งที่พวกเขาสัญญาว่าจะไม่ทำ นั่นคือใส่โฆษณา
จุดที่น่าสนใจที่สุดในบทวิเคราะห์ของ The Verge คือการชี้ว่า FAST channels กำลังกลายเป็นสมรภูมิใหม่ที่ทุกเจ้ากำลังวิ่งเข้าใส่ เพราะมันแก้ปัญหาสองอย่างพร้อมกัน คือดึงคนดูที่ไม่อยากจ่ายเพิ่ม และสร้างรายได้จากโฆษณาให้แพลตฟอร์ม
ฟังดูดีใช่ไหม? แต่มันคือการย้อนกลับไปหาสิ่งที่เราเคยหนีมา นั่นคือ "การดูทีวีแบบมีโฆษณาคั่น" ที่เราเคยบ่นว่ามันน่ารำคาญ และเป็นเหตุผลหลักที่เรายอมจ่ายเงินให้ Netflix ตั้งแต่แรก
เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องของคนดูที่ต้องจ่ายแพงขึ้น แต่เป็นสัญญาณว่าวงการบันเทิงกำลังเข้าสู่ยุคที่ไม่มีโมเดลไหน "ชนะ" จริงๆ สตรีมมิ่งแบบไม่มีโฆษณาแพงเกินไปสำหรับแพลตฟอร์มที่จะทำกำไร sustainably แต่สตรีมมิ่งแบบมีโฆษณาก็พาคนดูกลับไปที่จุดเริ่มต้น
คนดูจ่ายแพงขึ้น
จากที่เคยจ่ายเจ้าเดียว ตอนนี้ต้องจ่าย 4-5 เจ้าเพื่อดูคอนเทนต์ที่อยากดูครบ แถมยังมีโฆษณาคั่นในแพ็กเกจถูก
แพลตฟอร์มกลับมาหาโฆษณา
ทุกรายใหญ่หันมาทำแพ็กเกจมีโฆษณา และผลักดันคนดูไปทางนั้นด้วยการตั้งราคาแบบไร้โฆษณาให้แพงขึ้น
FAST คือสนามใหม่
ช่องฟรีที่มีโฆษณากำลังเติบโต และกลายเป็นกลยุทธ์หลักของแพลตฟอร์มในการดึงคนดูที่ไม่อยากจ่ายเพิ่ม
Pulliam-Moore เขียนไว้อย่างตรงไปตรงมาว่าไม่ว่าคุณจะเลือกทางไหน สุดท้ายทุกเส้นทางก็พากลับมาที่ "เคเบิล" อยู่ดี เพียงแต่คราวนี้มันมาในชื่อใหม่ที่ฟังดูทันสมัยกว่าเดิม และมาพร้อมกับราคาที่แพงขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า
สิ่งที่เรียกว่า "การปฏิวัติวงการบันเทิง" ของสตรีมมิ่ง กำลังวนกลับมาที่จุดเดิมอย่างช้าๆ เราไม่ได้หนีจากเคเบิลได้จริง — แค่เปลี่ยนชื่อเรียก แล้วจ่ายแพงขึ้นกว่าเดิม ใครที่ยังคิดว่าการจ่ายค่าสมาชิก 5 เจ้าเป็นเรื่องคุ้มค่า ลองบวกเลขดูดีๆ แล้วจะรู้ว่าตอนนี้เราจ่ายมากกว่ายุคเคเบิลอีก
ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 3
กำลังโหลดความคิดเห็น...