เจาะประเด็น
AI
เปิดหน้าคุยตรงไปตรงมา เมื่อ OpenAI ยอมถอยเลิกใช้สัญญาปิดปากสร้างดาต้าเซ็นเตอร์
แรงกระเพื่อมจากสนามเลือกตั้งกลางเทอม บีบให้ยักษ์ใหญ่เอไอต้องยอมเปิดโต๊ะคุยกับชาวบ้านแบบไม่มีเงื่อนไขลับหลัง
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
ความโปร่งใสไม่ได้เกิดขึ้นเพราะใจบุญ แต่มาจากการที่ชาวบ้านลุกขึ้นมาส่งเสียงสะท้อนผ่านคูหาเลือกตั้งจนบริษัทยักษ์ใหญ่ต้องยอมฟัง
พอพูดถึงเรื่องการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ยักษ์ใหญ่เพื่อรองรับพลังประมวลผลของ AI คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงเรื่องชิปและการใช้พลังงานมหาศาล แต่ปัญหาจริงๆ ที่คนท้องถิ่นเขาปวดหัวกันคือเรื่อง "ลับลมคมใน" ระหว่างบริษัทเทคกับนักการเมืองท้องถิ่นนี่แหละครับ
สัปดาห์นี้เพิ่งผ่านพ้นการเลือกตั้งกลางเทอมในอเมริกาไปหมาดๆ ผลลัพธ์คือชาวบ้านเขาแสดงจุดยืนชัดเจนแบบเสียงแข็งเลยว่า ไม่เอาด้วยกับการขยายตัวของดาต้าเซ็นเตอร์ที่ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด แรงต้านนี้มันดังจนบริษัทที่เกี่ยวข้องไม่ได้ยินไม่ได้แล้ว
ล่าสุดทาง OpenAI เลยต้องรีบออกมาประกาศมาตรการใหม่เพื่อเยียวยาความรู้สึกของชุมชนรอบพื้นที่ก่อสร้าง หนึ่งในข้อที่น่าสนใจสุดๆ คือพวกเขาตกลงว่าจะไม่ใช้สัญญาไม่เปิดเผยข้อมูล หรือที่เรียกกันติดปากว่า NDA กับเจ้าหน้าที่รัฐท้องถิ่นอีกต่อไปแล้ว
ที่ผ่านมา โครงการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์หลายแห่งมักโดนเพ่งเล็งมาตลอด เพราะชอบแอบไปคุยกันหลังไมค์กับคนมีอำนาจแล้วใช้สัญญา NDA มาอุดปาก ปิดบังไม่ให้ประชาชนในพื้นที่รู้ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นหลังบ้านตัวเอง ชาวบ้านเขาก็เลยรู้สึกเหมือนโดนแทงข้างหลังจากคนในท้องถิ่นที่ตัวเองเลือกมา
การที่ OpenAI ยอมถอยเรื่องนี้ถือว่าพลิกเกมพอสมควร เพราะแปลว่าต่อไปนี้การเจรจาทุกอย่างเกี่ยวกับโปรเจกต์ดาต้าเซ็นเตอร์จะต้องวางอยู่บนโต๊ะแบบโปร่งใส เจ้าหน้าที่รัฐจะเอาข้อมูลไปซุกใต้พรมไม่ได้อีกแล้ว ประชาชนมีสิทธิ์ที่จะรู้ว่าทรัพยากรในบ้านเกิดตัวเองกำลังจะถูกใช้ทำอะไรบ้าง
เอาจริงๆ เรื่องนี้มันสะท้อนให้เห็นว่าต่อให้บริษัทเทคโนโลยีจะมีเงินถุงเงินถังหรือเทคโนโลยีล้ำฟ้าแค่ไหน แต่ถ้าเจอพลังของคอมมูนิตี้ที่ไม่เอาด้วยจริงๆ ก็ไปต่อยากเหมือนกัน การยอมถอยก้าวหนึ่งของ OpenAI รอบนี้ น่าจะทำให้วงการดาต้าเซ็นเตอร์หลังจากนี้ต้องเปลี่ยนวิธีคุยกับชาวบ้านใหม่หมดแบบเลี่ยงไม่ได้
การยอมเลิกใช้สัญญา NDA ของ OpenAI คือบทเรียนราคาแพงว่า เสียงของประชาชนในพื้นที่ยังเป็นอำนาจต่อรองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่บริษัทเทคระดับโลกจะมองข้ามไม่ได้
ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 0
กำลังโหลดความคิดเห็น...