เจาะประเด็น
Gaming / Sales
โซนี่บอกดิจิทัลคืออนาคต แต่ฝรั่งเศสฟันธงกลับ: ยอดขายแผ่นเกม RE: Requiem ทะลุ 55% — ตัวเลขที่โซนี่ไม่อยากเห็น
เกมขายดีระดับ AAA ขายแผ่นได้มากกว่าครึ่งในบางประเทศ แล้วใครบอกว่าคนเลิกซื้อแผ่นแล้ว?
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที
สถานการณ์มันเริ่มน่าสนใจแล้วนะครับเพื่อนๆ จำได้ไหมที่โซนี่ไล่ยิงโฆษณาชวนเชื่อมาหลายปีว่า "โลกกำลังไปสู่ยุคดิจิทัล" "แผ่นเกมกำลังจะตาย" "ขายดิจิทัลดีกว่าฉีกค่ากลาง" — ฟังดูเข้าท่า แต่พอมีตัวเลขจริงหลุดออกมาเมื่อสัปดาห์นี้ มันกลับหักหน้าโซนี่แรงมากจนต้องเก็บไปคิด
คริสโตเฟอร์ ดริงก์ บรรณาธิการใหญ่และผู้ร่วมก่อตั้ง The Game Business เปิดเผยข้อมูลจาก Ampere เกี่ยวกับยอดขายเกม Resident Evil: Requiem ผลงานล่าสุดของแคปคอม ที่เพิ่งทำยอดขายรวมทะลุ 6 ล้านชุดไปแล้ว — ถามว่า 6 ล้านชุดนี่มันมากพอจะฟันธงเรื่องพฤติกรรมผู้เล่นได้หรือยัง? คำตอบคือ มากพอ และมันกำลังตบหน้าโซนี่จังๆ
ตัวเลขมันโหดแบบนี้: ที่สหรัฐฯ ยอดขายแผ่นจริงอยู่ที่แค่ 22% ของยอดรวม ซึ่งก็อย่างที่คาด เพราะอินเทอร์เน็ตบ้านเขาครอบคลุมและเร็วปรี๊ด แต่พอข้ามไปฝรั่งเศสปุ๊บ ยอดขายแผ่นพุ่งพรวดไปที่ 55% ของยอดขายทั้งหมด — ครึ่งหนึ่งของคนที่ซื้อเกมนี้ เลือกที่จะเดินเข้าร้านหรือสั่งแผ่นจริงๆ มาวางบนชั้น มากกว่ากดซื้อดิจิทัลจากหน้าจอ
เรื่องไม่ได้จบแค่ฝรั่งเศสนะ ญี่ปุ่นก็ซัดด้วยตัวเลข 51% ออสเตรเลีย 43% ส่วนอังกฤษ 40% — ทุกประเทศที่ไม่ได้มีอินเทอร์เน็ตเร็วระดับสหรัฐฯ ยอดขายแผ่นยังครองสัดส่วนมหาศาลทั้งนั้น ยกเว้นอเมริกาที่โดนโซนี่ป้อนคอนโซลไร้ช่องใส่แผ่นจนชินชาไปแล้ว
ตรงนี้แหละที่ผมอยากให้ทุกคนหยุดคิดตาม: โซนี่พยายามขายวาทกรรม "แผ่นเกมคืออดีต" มานาน แต่ข้อมูลจริงจากตลาดบอกว่า มันไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยีเลย มันคือเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานและพฤติกรรมที่แตกต่างกันต่อประเทศ ฝรั่งเศสอินเทอร์เน็ตไม่ได้แย่ขนาดนั้น แต่คนเขายังนิยมซื้อแผ่น เพราะมันเป็นเจ้าของจริง ขายต่อได้ ให้ยืมเพื่อนได้ และที่สำคัญ มันมี "ตัวตน"
ประเด็นที่โซนี่ไม่กล้าพูดคือ ถ้าดิจิทัลดีจริง ทำไมต้องออกคอนโซลรุ่นที่ถอดช่องใส่แผ่นออก? เพราะมันบังคับให้คนที่เคยซื้อแผ่นต้องย้ายเข้าดิจิทัลโดยไม่มีทางเลือกต่างหาก — นี่ไม่ใช่การตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค แต่คือการชี้นำให้ผู้บริโภคเดินไปในทิศทางที่บริษัทได้กำไรมากกว่า
ตัวเลขจากฝรั่งเศสและญี่ปุ่นคือหลักฐานชัดเจนว่า "คนยังอยากได้แผ่น" และถ้าโซนี่ยังดันทุรังเดินหน้าตัดช่องใส่แผ่นออกจากเครื่องทุกรุ่นในอนาคต มันจะยิ่งสร้างความไม่พอใจในตลาดที่ยอดขายแผ่นยังสูงเกินครึ่ง — อย่าลืมว่า ญี่ปุ่นคือบ้านเกิดของเกม และคนญี่ปุ่นยังซื้อแผ่นเกินครึ่งของยอดขายทั้งหมด เอาตรงๆ นะครับ ถ้าบริษัทแม่ที่ญี่ปุ่นยังเคารพวัฒนธรรมแผ่นเกม แล้วโซนี่จะมาบอกว่ามันตายแล้ว มันฟังดูไม่ต่างจากคนขายของบอกว่าสินค้าตัวเองไร้ค่า
ข้อเท็จจริงอีกอย่างที่คนมักมองข้ามคือ การซื้อแผ่นในหลายประเทศไม่ได้เกี่ยวกับความเร็วอินเทอร์เน็ตเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวกับสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของซอฟต์แวร์ด้วย เมื่อซื้อแผ่น คุณครอบครองสำเนาเกมนั้นจริงๆ ขายต่อได้ แลกเปลี่ยนได้ แต่การซื้อดิจิทัลคือการเช่าระยะยาวจากแพลตฟอร์มที่อาจปิดเซิร์ฟเวอร์เมื่อไหร่ก็ได้ แล้วเกมที่จ่ายเงินซื้อมาจะกลายเป็นแค่ไอคอนที่เปิดไม่ได้ — นี่คือเหตุผลที่คนจำนวนมากยังยึดติดกับแผ่น และมันไม่ได้ "งมงาย" แต่อย่างใด
สิ่งที่โซนี่ควรทำคือหยุดผลักดันนโยบาย "ไร้แผ่น" แบบสุดโต่ง แล้วหันมาทำความเข้าใจว่าตลาดแต่ละภูมิภาคมีเงื่อนไขไม่เหมือนกัน การดึงช่องใส่แผ่นออกจากเครื่องทุกรุ่นคือการดูถูกผู้บริโภคครึ่งโลกที่ยังเลือกซื้อแผ่นอยู่ — และถ้ายังทำแบบนี้ต่อไป ผมว่าอีกไม่นานเราจะได้เห็นแคมเปญ #NoDiscNoBuy เกิดขึ้นในฝรั่งเศสแน่นอน
สรุปให้สั้นที่สุด: ตัวเลข 55% ในฝรั่งเศสคือหลักฐานที่โซนี่ไม่สามารถโต้แย้งได้อีกต่อไปว่า "ดิจิทัลคือเสียงส่วนใหญ่" — เพราะในหลายประเทศมันไม่จริง และถ้าโซนี่ยังดื้อดึงตัดช่องแผ่นออกจากเครื่องรุ่นใหม่ทั้งหมด มันจะไม่ใช่การนำเทรนด์ แต่คือการยัดเยียดนโยบายที่หากำไรเข้าบริษัท โดยไม่ฟังเสียงผู้เล่นที่ยังรักการครอบครองแผ่นจริงๆ
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 4
กำลังโหลดความคิดเห็น...