เจาะประเด็น
Runtime / Dev Tools
Cloudflare ซื้อ Deno แล้ว และจะหยุดพัฒนา Runtime นี้ในอีกหนึ่งปี
ดีลนี้ไม่ใช่แค่การซื้อบริษัท แต่คือการประกาศว่าเส้นทางของ Node.js ทางเลือก กำลังจบลงตรงนี้
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 5 นาที
คนที่สร้าง Deno ขึ้นมาเองยังบอกว่า "มันไม่แก้ปัญหาอะไรใหญ่จริง" — แล้วจะเหลืออะไรให้คนอื่นเถียง
เข่าวนี้มาแรงแบบไม่ทันตั้งตัว Cloudflare ประกาศเข้าซื้อ Deno ทั้งบริษัท เป้าหมายไม่ได้อยู่ที่ตัว Runtime Deno เอง แต่อยู่ที่ celld ซึ่งเป็น implementation แบบโอเพนซอร์สของ Durable Objects pattern จาก Cloudflare Workers ที่ทีม Deno ปล่อยเวอร์ชันแรกไปเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เป้าหมายที่ Cloudflare ระบุไว้คือเอา celld ไปต่อยอดให้ workerd สามารถ self-hosting ได้เป็นวิธีมาตรฐานในการรันแอปที่ใช้โมเดลการเขียนโปรแกรมแบบ Workers
ฟังดูเหมือนข่าวดีใช่ไหม ซื้อบริษัท ซื้อเทคโนโลยี ต่อยอดของเดิม แต่ปัญหาคือ Deno ตัวจริงจะไม่ถูกดูแลโดย Cloudflare เกินหนึ่งปีนับจากนี้
สนับสนุนอีก 1 ปี
Cloudflare จะอัปเดต Deno runtime ต่อไปอีกหนึ่งปี ด้วย release รายเดือนที่มี bug fix และ security update
หลังจากนั้นคือจบ
เมื่อครบหนึ่งปี Cloudflare จะหยุดพัฒนา Deno runtime อย่างเป็นทางการ
ยังเป็นโอเพนซอร์สต่อไป
Deno จะยังคงเป็นโอเพนซอร์ส และ Cloudflare เปิดรับคนอื่นที่อยากสานต่อการพัฒนา
พูดง่ายๆ คือ Cloudflare รับซื้อบริษัท แต่ไม่ได้ซื้อ commitment ที่จะดูแล Deno ระยะยาว สิ่งที่พวกเขาต้องการจริงๆ คือ celld กับทีมที่เข้าใจโมเดล Durable Objects ดีพอจะผลักดันมันต่อ
Ryan Dahl คนที่สร้างทั้ง Node.js และ Deno ออกมาแสดงความเห็นบน Hacker News ว่าเขาสนับสนุนการตัดสินใจครั้งนี้เต็มที่ และยอมรับตรงๆ ว่า Deno ไม่ใช่ที่ที่เขาจะทำงานสำคัญที่สุดได้อีกต่อไป
ประโยคนี้เจ็บแต่จริง Deno เกิดมาพร้อมความตั้งใจจะเป็น Node.js ที่ดีกว่า ปลอดภัยกว่า ทันสมัยกว่า แต่สุดท้ายแล้ว ecosystem ทั้งหมดมันผูกกับ Node ไปแล้ว จะให้ dev ย้ายมาเขียน Deno ใหม่หมดก็ไม่คุ้ม ในเมื่อของเดิมมันทำงานได้อยู่แล้ว ประโยชน์ที่ได้จาก performance หรือ UX ที่ดีขึ้นเล็กน้อยมันไม่พอจะสู้แรงโน้มถ่วงของ Node ได้
Dahl บอกว่าสิ่งที่เขาสนใจจริงๆ ตอนนี้คือการสร้าง abstraction ใหม่ๆ ที่ทรงพลัง และ celld ก็ทำงานได้ดีอย่างน่าทึ่ง มันไม่ใช่แค่ API ที่ต่างไปเล็กน้อยสำหรับเข้าถึงไฟล์หรือ network แต่เป็นโมเดลใหม่ทั้งหมดสำหรับการพัฒนาเซิร์ฟเวอร์
ส่วนตัวผมคิดว่าเรื่องนี้สะท้อนความจริงที่เจ็บปวดของวงการ dev tools อย่างหนึ่ง คือการเป็น "ทางเลือกที่ดีกว่า" ของเทคโนโลยีที่มีคนใช้เยอะแล้ว มันไม่เคยพอ เพราะ dev ส่วนใหญ่ไม่ได้เลือกเครื่องมือจากความดีทางวิศวกรรม แต่เลือกจาก ecosystem, library, และคนในทีมที่รู้จักมันอยู่แล้ว
ฟีเจอร์ที่ Dahl บอกว่าชอบที่สุดใน Deno คือระบบ permissions ที่กำหนดได้แม่นยำว่าสคริปต์จะอ่านเขียนไฟล์โฟลเดอร์ไหนได้บ้าง และเข้าถึง network host ไหนได้บ้าง ซึ่ง Node.js ก็มีโมเดลคล้ายกันแล้ว ตั้งแต่เวอร์ชัน 20.0.0 ในเดือนเมษายน 2023 และเพิ่งประกาศ stable ในเวอร์ชัน 22.13.0 เมื่อมกราคม 2025 แต่ Node ยังไม่รองรับการ allow-list network host เจาะจง — networking จะเปิดหรือปิดเท่านั้น
ตรงนี้แหละคือจุดที่ Deno ยังนำอยู่ แต่คำถามคือ นำอยู่แล้วยังไงต่อ ในเมื่อคนส่วนใหญ่ไม่ได้ต้องการความละเอียดระดับนั้น และ Node ก็ค่อยๆ ตามมาเก็บจุดอ่อนไปทีละอย่าง
ข่าวนี้ไม่ใช่แค่การปิดฉาก Deno แต่คือสัญญาณว่าโมเดลธุรกิจของ open source runtime ทางเลือกมันยืนยากมาก เมื่อเจ้าตลาดอย่าง Node.js ยังเดินหน้าต่อได้เรื่อยๆ คนที่อยากสร้างอะไรใหม่จริงๆ อย่าง Dahl เลือกทิ้งของเดิมไปหาสนามใหม่ ปล่อยให้ Deno กลายเป็นมรดกโอเพนซอร์สที่รอคนอื่นมาสานต่อ — ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะมีใครมาจริงหรือเปล่า
ที่มา: Simon Willison's Weblog — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 6
กำลังโหลดความคิดเห็น...