เจาะประเด็น
Semiconductors
จีนไม่โผล่หัวเล่นๆ CXMT เริ่มผลิต LPDDR6 จำนวนมากแล้ว แย่งจังหวะเกาหลีได้จริงจัง
นี่คือสัญญาณว่าวงการหน่วยความจำไม่ได้มีแค่สองเจ้าเกาหลีอีกต่อไป เมื่อจีนเดินเกมไวจน Xiaomi ต้องเป็นลูกค้ารายแรก
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
ถ้าจีนผลิต RAM รุ่นใหม่ได้ทันเวลาและส่งจริงได้ในเดือนนี้ แปลว่าเกมการค้าชิปที่อเมริกาพยายามกดไว้ มันเริ่มรั่วแล้วจริงๆ
ข่าวนี้ไม่ได้มาแบบเงียบๆ นะ เพราะ CXMT (ChangXin Memory Technologies) ผู้ผลิตหน่วยความจำรายใหญ่ของจีน เพิ่งประกาศว่าเริ่มผลิต LPDDR6 ในเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบแล้ว และที่สำคัญกว่านั้นคือ พวกเขาทำได้ทันไล่เลี่ยกับค่ายยักษ์ใหญ่จากเกาหลีใต้แบบไม่ทิ้งระยะเลยแม้แต่นิดเดียว
ฟังดูอาจเหมือนข่าวเทคนิคทั่วไป แต่ขอให้มองภาพให้ออก — นี่คือแรมรุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งมีการกำหนดสเปกกันได้ไม่นาน และการที่จีนก้าวเข้ามาถึงจุดนี้ได้เร็วขนาดนี้ มันไม่ใช่เรื่องขำๆ อีกต่อไป
รายงานจาก TechPowerUp ระบุว่า Xiaomi คือลูกค้ารายแรกของ CXMT สำหรับแรม LPDDR6 รุ่นนี้ โดยจะถูกนำไปใช้ในสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่อย่าง Xiaomi 18 Fold ที่มีกำหนดเปิดตัวในเดือนกันยายนนี้ ซึ่งนั่นหมายความว่างานนี้มีการส่งมอบสินค้าจริงให้ลูกค้าแล้ว ไม่ใช่แค่ผลิตออกมาโชว์ในงานแถลงข่าว
ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า CXMT กำลังอยู่ในช่วง "risk production" หรือการผลิตทดสอบความเสี่ยงอยู่ แต่ตอนนี้พวกเขาข้ามผ่านมาตรงสู่การผลิตปริมาณมาก (High Volume Manufacturing) แล้ว และที่สำคัญคือ yield หรืออัตราผลผลิตดีมาก นี่คือจุดที่ทำให้สถานการณ์น่าสนใจ เพราะถ้าผลิตแล้วทิ้งเยอะ ต้นทุนจะบานปลายจนแข่งใครไม่ได้ แต่ถ้า yield ดี แปลว่าต้นทุนต่ำและพร้อมสู้ราคาได้จริง
แรม LPDDR6 ของ CXMT รุ่นนี้ทำความเร็วได้สูงสุดถึง 12.8 Gbps ในขณะที่สเปกฐานของ LPDDR6 อยู่ที่ 10.7 Gbps ซึ่งเป็นตัวเลขที่ LPDDR5X ทำได้ก็ต่อเมื่อโอเวอร์คล็อกสุดกู่แล้วเท่านั้น แต่รุ่นใหม่นี้ทำได้ที่ความเร็วพื้นฐานโดยไม่ต้องฝืนอะไร
ความจุอยู่ที่ 16 Gb ต่อชิป (เทียบเท่า 2 GB) และใช้แพ็กเกจแบบ Package-on-Package (POP) ที่มีพินถึง 1,295 ขาในรูปแบบ Ball Grid Array ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับแรมในสมาร์ตโฟนเรือธงอยู่แล้ว
ตรงนี้แหละที่ผมอยากให้ทุกคนหยุดคิดสักครู่ — การที่ CXMT ผลิต LPDDR6 ได้ทันกับค่ายเกาหลีใต้ มันไม่ได้แปลว่า "จีนเก่งขึ้น" อย่างเดียว แต่มันแปลว่าโครงสร้างอำนาจในวงการหน่วยความจำโลกกำลังเปลี่ยนไป และมาตรการคว่ำบาตรที่อเมริกาวางไว้ดูเหมือนจะไม่สามารถหยุดยั้งความก้าวหน้าของพวกเขาได้จริงอย่างที่หลายฝ่ายคาดหวัง
แน่นอนว่ารุ่นแรกอาจยังไม่ชนะ Samsung หรือ SK Hynix ในแง่ประสิทธิภาพสูงสุด แต่ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่าใครแรงกว่ากันในรุ่นนี้ แต่อยู่ที่ว่า "จีนมีทางเลือกของตัวเอง" แล้ว และเมื่อมีทางเลือก ราคาก็จะถูกบีบลง และอำนาจการต่อรองของค่ายเกาหลีก็จะลดลงเรื่อยๆ ตามสัดส่วนความสามารถที่ไล่ตามทัน
ผมมองว่านี่คือหมากตัวสำคัญในเกมใหญ่ที่ไม่ได้จบแค่สมาร์ตโฟน เพราะ LPDDR6 ไม่ได้ใช้แค่ในโทรศัพท์ แต่มันคืออนาคตของอุปกรณ์ AI บนเครื่อง (On-Device AI) ที่ต้องใช้แบนด์วิธสูงๆ การที่จีนมีซัพพลายเชนของตัวเองครบวงจรแบบนี้ ย่อมส่งผลต่อการแข่งขันในตลาดโลกระยะยาวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สรุปแบบไม่ต้องเกรงใจใคร — CXMT ไม่ได้มาเป็นตัวประกอบในวงการนี้ แต่พวกเขามาเพื่อเปลี่ยนเกม และการที่ Xiaomi กล้ารับของก่อนใคร มันคือการยืนยันว่าแรมจีนใช้งานได้จริง ไม่ใช่ของทดลองอีกต่อไป วงการหน่วยความจำโลกจากนี้ไปจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแน่นอน
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 3
กำลังโหลดความคิดเห็น...