เจาะประเด็น
POLICY
เวอร์จิเนียออกคำสั่งผู้ว่าฯ ตั้งทีมงาน AI พร้อมสกัดดีลปิดปากเรื่องดาต้าเซ็นเตอร์
รัฐที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงดาต้าเซ็นเตอร์ของโลก กำลังหันมาถามว่า ใครกันแน่ที่ได้ประโยชน์จากสิ่งนี้
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
ถ้าดาต้าเซ็นเตอร์คือสมองของ AI งั้นคำถามคือ ใครควรมีสิทธิ์ตัดสินใจว่าสมองนั้นจะถูกสร้างตรงไหน
วเวอร์จิเนียคือรัฐที่คนในวงการดาต้าเซ็นเตอร์รู้กันดีว่าเป็นเบอร์หนึ่งของโลก ไม่ใช่เพราะมีภูเขาสวยหรืออาหารอร่อย แต่เพราะมีดาต้าเซ็นเตอร์กระจุกตัวหนาแน่นที่สุดในสหรัฐฯ จนได้ฉายาว่าเป็นเมืองหลวงดาต้าเซ็นเตอร์ของโลกไปแล้ว ทีนี้ผู้ว่าการรัฐอย่าง Abigail Spanberger ก็เพิ่งออกคำสั่งฝ่ายบริหารที่ชื่อ Executive Order 22 ซึ่งถ้าแปลเป็นภาษาคนทั่วไปก็คือ "ทางการต้องเริ่มจริงจังกับเรื่องนี้แล้วนะ"
คำสั่งนี้มีสองแกนหลักที่ควรจับตา แกนแรกคือการตั้งทีมงานเฉพาะด้าน AI ของรัฐ แกนที่สองคือการสั่งให้หน่วยงานในฝ่ายบริหารรัฐหยุดเซ็นข้อตกลงไม่เปิดเผยข้อมูล หรือ NDA กับบริษัทที่มาลงทุน ซึ่งฟังดูเป็นเรื่องเทคนิค แต่จริงๆ แล้วนี่คือการเปลี่ยนวิธีที่รัฐคุยกับเอกชนทั้งวิธี
ปกติเวลาเทศบาลหรือหน่วยงานรัฐจะอนุมัติโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ บริษัทมักขอคุยแบบปิดประตู ใช้ข้อตกลงไม่เปิดเผยข้อมูลปิดปากเจ้าหน้าที่ไว้ ประชาชนเลยไม่มีทางรู้ว่าโครงการนี้จะกินไฟเท่าไหร่ ใช้น้ำไปเท่าไหร่ เสียงรบกวนแค่ไหน หรือรัฐให้สัมปทานอะไรไปบ้าง พอคำสั่งห้ามเซ็น NDA แปลว่ากระบวนการจะถูกบังคับให้โปร่งใสขึ้นโดยปริยาย ซึ่งนี่คือสิ่งที่ชุมชนท้องถิ่นเรียกร้องมานาน
อีกด้านหนึ่ง คำสั่งนี้ยังบอกเป็นนัยว่า รัฐจะให้ชุมชนท้องถิ่นมีเสียงมากขึ้นในการตัดสินใจว่าดาต้าเซ็นเตอร์จะสร้างตรงไหนได้บ้าง และจะชะลอการอนุมัติลงด้วย ไม่ใช่ไฟเขียวรัวๆ แบบที่ผ่านมา นี่คือการส่งสัญญาณชัดเจนว่าเวอร์จิเนียไม่พร้อมเป็นดินแดนที่ใครจะมาปักเสาไฟแล้วสร้างอะไรก็ได้อีกต่อไป
สำหรับบริษัทเทคยักษ์ใหญ่ที่วางแผนขยายดาต้าเซ็นเตอร์ในเวอร์จิเนีย นี่คือสัญญาณเตือนว่ากระบวนการอนุมัติจะไม่ง่ายเหมือนเดิม ทั้งเรื่องความโปร่งใส เรื่องการรับฟังชุมชน และเรื่องภาระด้านโครงสร้างพื้นฐานอย่างไฟฟ้าและน้ำ ที่เป็นปัญหาสะสมมานานในหลายเขตของรัฐนี้
ส่วนทีมงาน AI ของรัฐที่เพิ่งตั้งขึ้นใหม่ ก็เป็นสัญญาณว่ารัฐบาลท้องถิ่นเริ่มมองว่า AI ไม่ใช่แค่เรื่องของบริษัทเทคในซิลิคอนแวลลีย์อีกต่อไป แต่มันเกี่ยวกับการจ้างงาน การศึกษา นโยบายสาธารณะ และโครงสร้างพื้นฐานของรัฐโดยตรง ซึ่งการตั้งทีมมารองรับเรื่องนี้ถือว่าช้ากว่าที่ควร แต่ก็ยังดีกว่าไม่ทำเลย
พูดตรงๆ นะ ผมมองว่านี่เป็นหนึ่งในตัวอย่างแรกๆ ที่รัฐบาลท้องถิ่นในสหรัฐฯ กล้าออกมาบอกว่า "เดี๋ยวก่อน" กับคลื่นการขยายดาต้าเซ็นเตอร์ที่กำลังซัดเข้ามาแบบไม่หยุด หลังจากหลายรัฐปล่อยให้บริษัทเทคเข้ามาสร้างกันแบบแทบไม่มีเงื่อนไข จนชุมชนต้องออกมา protest กันเอง
คำสั่งนี้ไม่ได้หยุดการเติบโตของดาต้าเซ็นเตอร์ แต่เปลี่ยนกติกาว่าใครมีสิทธิ์นั่งโต๊ะตัดสินใจ ซึ่งถ้าทำได้จริงตามที่เขียนไว้ เวอร์จิเนียอาจกลายเป็นต้นแบบให้รัฐอื่นลุกขึ้นมาถามคำถามเดียวกันบ้าง — ว่า AI ที่ทุกคนพูดถึงกันนักหนา ใครกันแน่ที่ต้องแบกรับต้นทุนที่แท้จริง
ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 3
กำลังโหลดความคิดเห็น...