เกมมิ่ง
Gaming / RPG
ดาบยังไม่ทันเย็น! The Blood of Dawnwalker ขายได้ล้านชุด Rebel Wolves ประกาศลุยภาคต่อทันที
เกมเปิดตัวมาไม่ทันไรก็กวาดรายได้ถล่มทลาย จนสตูดิโอต้องรีบเดินหน้า sequel ทันที แต่คำถามคือจะรักษามาตรฐานความโหดของภาคแรกไว้ได้ไหม?
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
นี่คือจังหวะที่สตูดิโอส่วนใหญ่เลือกจะรีดเงินจากแฟนๆ ด้วย DLC หรือ Remaster ก่อน แต่ Rebel Wolves เลือกกระโดดเข้าภาคต่อเลย — คำถามคือมันคือความมั่นใจหรือความใจร้อน?
เรื่องนี้มันเร็วเกินคาดจริงๆ นะเพื่อนๆ The Blood of Dawnwalker เพิ่งจะวางขายและกวาดยอดขายทะลุ 1 ล้านชุดได้ในไม่กี่วันหลังเปิดตัว แค่นั้นยังไม่พอยังมีข่าวใหญ่อีกว่าภาคต่อกำลังจะมาอยู่แล้ว ฟังดูเหมือนฝันใช่ไหม? แต่สำหรับ Rebel Wolves สตูดิโอที่เพิ่งแยกตัวออกมาจากทีมงาน Witcher 3 นี่คือจังหวะที่พวกเขาต้องการกดดันต่อเนื่อง ไม่รอช้า
ข่าวนี้ไม่ได้หลุดมาจากแหล่งข่าวลือหรือการคาดเดาของแฟนๆ นะ แต่ยืนยันโดยตรงจาก Jakub Szamalek ผู้อำนวยการฝ่ายเนื้อเรื่อง (Narrative Director) ของ Rebel Wolves เอง ผ่านโพสต์ LinkedIn ส่วนตัว ซึ่งออกมาประกาศว่าทางสตูดิโอกำลังหาหัวหน้าทีมนักเขียน (Lead Writer) สำหรับ "บทต่อไปของมหากาพย์ Dawnwalker" ฟังดูเป็นทางการมาก และนั่นหมายความว่าเกมภาค 2 ไม่ใช่แค่ไอเดียในหัว แต่กำลังจะกลายเป็นโปรเจกต์จริง
แต่เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งตื่นเต้นไปหมด เพราะการที่สตูดิโอยังประกาศรับสมัครหัวหน้าทีมนักเขียนอยู่ มันก็แปลว่าทุกอย่างยังไม่ฟิกซ์ 100% โปรเจกต์ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นจริงๆ แต่สิ่งที่ทำให้ผมสนใจคือรายละเอียดในประกาศรับสมัครงานบนเว็บบอร์ดโปแลนด์อย่าง Skillshot ที่ระบุคุณสมบัติคนที่จะมาทำตำแหน่งนี้ไว้ว่า ต้องมี "ความสามารถในการสร้างเรื่องราวและบทสนทนาแบบไม่เป็นเส้นตรง (non-linear)" และต้อง "คุ้นเคยกับประวัติศาสตร์และตำนานพื้นบ้านของยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก"
อันนี้คือสัญญาณที่ชัดเจนมากว่าเกมภาค 2 จะยังคงแนวทางการเล่าเรื่องแบบที่ผู้เล่นมีอิทธิพลต่อเนื้อเรื่องได้จริง ไม่ใช่แค่เลือกคำพูดแล้วจบ และฉากหลังของเกมจะยังคงวนเวียนอยู่ในเทือกเขา Carpathean (คาร์เพเทียน) เหมือนภาคแรก หรืออาจจะขยายลึกเข้าไปในใจกลางยุโรปมากขึ้นไปอีก นี่มันน่าจับตามาก เพราะหมายความว่าโลกของเกมกำลังจะใหญ่ขึ้น และตำนานพื้นบ้านที่เขาหยิบมาใช้ก็จะยิ่งลึกซึ้งขึ้นไปอีก
เอาจริงๆ นะ ผมมองว่านี่คือการตัดสินใจที่ทั้งกล้าและเสี่ยงในเวลาเดียวกัน การประกาศภาคต่อทันทีหลังจากเกมแรกเพิ่งวางขาย มันเหมือนการบอกว่า "เราเชื่อมั่นในฝีมือตัวเองมาก" ซึ่งก็ดูสมเหตุสมผลเมื่อเกมขายดีขนาดนี้ แต่อีกมุมหนึ่ง มันก็เป็นความกดดันมหาศาล เพราะแฟนๆ ที่เล่นภาคแรกจบจะตั้งความคาดหวังไว้สูงมาก และถ้าภาค 2 ออกมาไม่ดีพอ กระแสจะเปลี่ยนจากชื่นชมเป็นดราม่าทันที
อีกเรื่องที่ต้องจับตาคือเรื่องของทีมงาน เพราะการเปลี่ยนทีมนักเขียนหลักในภาคต่อของเกมที่เนื้อเรื่องเป็นจุดขายหลัก มันคือความเสี่ยงมหาศาลเสมอ แม้ว่า Jakub จะยังอยู่คุมทิศทาง แต่หัวหน้านักเขียนคนใหม่ที่จะเข้ามาจะเข้าใจ DNA ของเกมได้แค่ไหน จะรักษาเอกลักษณ์ของบทสนทนาที่เฉียบคมและตัวเลือกที่โหดร้ายของภาคแรกไว้ได้หรือเปล่า นี่คือสิ่งที่ต้องพิสูจน์กันต่อไป
ยอดขายถล่มทลาย
เกมทำยอดขายทะลุ 1 ล้านชุดได้ในเวลาไม่กี่วันหลังวางขาย เป็นตัวเลขที่พิสูจน์ว่ากระแสตอบรับดีแค่ไหน
ทีมเขียนบทชุดเดิม
Jakub Szamalek ผู้อำนวยการฝ่ายเนื้อเรื่องยังอยู่กับโปรเจกต์ แต่กำลังหาหัวหน้าทีมนักเขียนคนใหม่เข้ามารับช่วงต่อ
ฉากหลังยุโรปตะวันออก
ประกาศรับสมัครงานระบุชัดว่าต้องการคนที่เข้าใจตำนานพื้นบ้านยุโรปกลาง-ตะวันออก เตรียมกลับไปเทือกเขา Carpathean อีกรอบ
ฟังจากที่ออกมา ผมว่าภาค 2 จะไม่ใช่แค่ sequel ทั่วๆ ไป แต่คือการทุ่มเต็มที่เพื่อสร้างจักรวาลของตัวเองให้ยั่งยืน การที่พวกเขารีบประกาศขนาดนี้แสดงถึงความมั่นใจ แต่ผมว่าสิ่งที่น่าจับตาที่สุดไม่ใช่ยอดขาย แต่อยู่ที่ว่าทีมเขียนบทชุดใหม่จะรักษาความโหดและความหมายของตัวเลือกในเกมไว้ได้หรือไม่ ถ้าทำได้ นี่คือราชาบัลลังก์ใหม่ของวงการ RPG แน่นอน แต่ถ้าพลาด... คงน่าเสียดายที่ต้นทุนมันสูงขนาดนี้
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 6
กำลังโหลดความคิดเห็น...