เจาะประเด็น
AI
ทรัมป์จะเปลี่ยนชื่อ AI เป็น "Super Intelligence" แล้วซิลิคอนวัลเลย์ก็เริ่มพยักหน้าตาม
เรื่องแบบนี้มันไม่ได้จบที่ชื่อ แต่มันคือการเมืองที่กำลังเขียนนิยามใหม่ของทั้งอุตสาหกรรม
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที
ถ้าคนที่สร้าง AI เองยังยอมเรียกมันตามชื่อที่ประธานาธิบดีตั้งให้ คำถามคือชื่อมันสำคัญ หรืออำนาจที่อยู่เบื้องหลังชื่อต่างหากที่สำคัญ
ตอนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศว่าจะรีแบรนด์คำว่า artificial intelligence ให้กลายเป็น "super intelligence" ใครจะหัวเราะเยาะก็ไม่ผิดนะ เพราะฟังแรกๆ มันก็ดูเหมือนการเล่นคำของคนที่อยากได้ชื่อใหม่ที่ฟังดูยิ่งใหญ่กว่าเดิม แต่เรื่องนี้มันไม่ตลกแล้วครับ เพราะคนบางกลุ่มในซิลิคอนวัลเลย์ — คนที่มีอำนาจจริงในอุตสาหกรรมนี้ — เริ่มออกมาพยักหน้าและพยายามทำให้การรีแบรนด์ครั้งนี้เกิดขึ้นจริง
ประชาชนทั่วไปส่วนใหญ่ยังเรียก AI ว่า AI อยู่ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่ต้องจับตา ประเด็นคือทำไมคนที่สร้างเทคโนโลยีนี้ด้วยมือตัวเองถึงยอมเล่นตามเกมการเมืองเรื่องชื่อ
การเปลี่ยนชื่อไม่เคยเป็นแค่เรื่องความสวยงามของภาษา มันคือการกำหนดกรอบความคิดของคนทั้งสังคม ถ้าคุณเรียกมันว่า artificial intelligence คนจะนึกถึงเครื่องจักรที่เลียนแบบมนุษย์ แต่วันที่คุณเรียกมันว่า super intelligence ภาพในหัวคนจะเปลี่ยนทันที — มันไม่ใช่แค่เลียนแบบ แต่มันเหนือกว่า และเมื่อมันเหนือกว่า กฎเกณฑ์ที่ใช้กับมันก็ต้องเปลี่ยนตาม
นี่คือเหตุผลที่การรีแบรนด์ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องขำๆ อย่างที่หลายคนคิด มันคือการตั้งสมมติฐานใหม่ให้ทั้งวงการว่า เราไม่ได้กำลังสร้างเครื่องมือ แต่เรากำลังสร้างสิ่งที่มีศักยภาพเหนือมนุษย์ ซึ่งฟังดูเท่ดีใช่ไหม แต่ลองคิดต่อว่าถ้ามัน "เหนือกว่า" จริง การควบคุม การกำกับดูแล และความรับผิดชอบทางกฎหมายจะอยู่ตรงไหน
การที่คนทรงอิทธิพลในซิลิคอนวัลเลย์เลือกจะตามน้ำเรื่องนี้ มันบอกอะไรบางอย่างที่ตรงไปตรงมา — ในยุคนี้ การอยู่ข้างเดียวกับอำนาจรัฐอาจมีค่ามากกว่าการยืนยันคำศัพท์ที่ถูกต้องทางเทคนิค
ก็ไม่แปลกหรอกครับ อุตสาหกรรม AI กำลังอยู่ในช่วงที่กฎเกณฑ์ งบประมาณภาครัฐ และการสนับสนุนเชิงนโยบายมีผลต่อทิศทางธุรกิจอย่างมหาศาล ใครที่ได้เปรียบในการเข้าถึงทำเนียบขาวก็ได้เปรียบในสนามแข่งทั้งสนาม การพยักหน้ารับชื่อใหม่ที่ทำเนียบขาวตั้งให้ จึงไม่ใช่การยอมแพ้ทางปัญญา แต่มันคือการลงทุนทางการเมืองที่คำนวณมาแล้ว
แต่ที่ผมรู้สึกไม่สบายใจคือ เมื่อชื่อถูกเปลี่ยนโดยเหตุผลทางการเมือง ไม่ใช่เพราะฉันทามติทางวิทยาศาสตร์หรือความเห็นพ้องในวงการ แล้ววันหนึ่งที่คำนี้ถูกใช้ในกฎหมาย ในสัญญา หรือในนโยบายสาธารณะ มันจะหมายถึงอะไรกันแน่
ลองจินตนาการว่าวันหนึ่งมีกฎหมายที่เขียนว่า "ระบบ super intelligence ต้องผ่านการรับรองจาก..." แล้วนิยามของคำนี้ถูกกำหนดโดยคนที่ต้องการให้มันหมายถึงสิ่งที่เอื้อต่อธุรกิจตัวเองมากที่สุด นั่นคือจุดที่การเล่นคำกลายเป็นเครื่องมือกีดกันคู่แข่งและควบคุมตลาดไปโดยปริยาย
ประชาชนทั่วไปที่ยังเรียก AI ว่า AI อยู่นั้นอาจจะไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกตัดขาดจากบทสนทนาที่สำคัญที่สุดของทศวรรษนี้ เพราะวันที่คำศัพท์เปลี่ยน ภาษาที่ใช้ถกเถียงเรื่องสิทธิ เสรีภาพ และการกำกับดูแลก็เปลี่ยนตาม
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ทรัมป์อยากได้ชื่อใหม่เท่ๆ แต่มันคือการที่อุตสาหกรรม tech ยอมให้การเมืองนิยามสิ่งที่ตัวเองสร้างขึ้นมา และนั่นอันตรายกว่าที่หลายคนคิด เพราะวันที่ชื่อถูกเปลี่ยนโดยอำนาจ คำถามที่ตามมาคือ ใครกันแน่ที่ได้อำนาจในการนิยามสิ่งที่เราเรียกว่า AI
ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 0
กำลังโหลดความคิดเห็น...