เจาะประเด็น
Gaming / Indie
Double Fine กลับมาอีกครั้งหลังแยกจาก Xbox เปิด Amnesia Fortnite ระดมทุนแถมให้แฟนๆโหวตเกมใหม่
สตูดิโอเกมชื่อดังประกาศศักดาความเป็นอิสระอีกครั้ง ด้วยการจัดเกมแจมที่แฟนๆมีสิทธิ์ตัดสินใจ หลังโดนไมโครซอฟท์ "รีเซ็ต" จนต้องแยกทาง
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที
คำถามคือ เกมอินดี้จะอยู่รอดได้จริงไหมในยุคที่ค่ายยักษ์ใหญ่ดูดกลืนสตูดิโอเล็กๆ ไปหมด แล้วการกลับมาเป็นอิสระครั้งนี้จะสร้างผลงานที่แฟนๆรอคอยได้หรือเปล่า?
ข่าวนี้มันไม่ได้เป็นแค่เรื่องของสตูดิโอเกมสตูดิโอหนึ่งตัดสินใจจัดอีเวนต์ระดมทุนธรรมดาๆ นะ มันคือหมุดหมายสำคัญของวงการเกมอินดี้เลยแหละ เมื่อ Double Fine สตูดิโอชื่อดังเจ้าของผลงานอย่าง Psychonauts และ Brutal Legend ประกาศแยกตัวออกจาก Xbox หลังโดนบริษัทแม่อย่างไมโครซอฟท์ "รีเซ็ต" ทั้งองค์กรยาวนานถึงหนึ่งปี
ฟังดูยังไงก็ชวนคิด เพราะตอนปี 2019 ที่ไมโครซอฟท์ซื้อสตูดิโอนี้ไป ใครๆก็คิดว่ามันคือการการันตีความมั่นคงทางการเงิน สตูดิโอจะได้ทำเกมใหญ่ๆ แบบไม่ต้องกลัวเรื่องเงิน แต่สุดท้ายปูทั้งตัวก็ไม่รอดเมื่อนโยบายใหญ่ของบริษัทเปลี่ยน แม้แต่สตูดิโอที่เคยเป็นดาวเด่นก็ต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่
ทีมงาน Double Fine ประกาศว่าจะจัด Amnesia Fortnite อีเวนต์เกมแจมชื่อดังที่เปิดโอกาสให้ทีมงานเสนอไอเดียเกมใหม่ๆ แล้วให้ชุมชนแฟนๆเป็นคนโหวตเลือกว่าไอเดียไหนควรถูกพัฒนาต่อ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2019 ที่โดนไมโครซอฟท์ซื้อกิจการไป ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นการกลับมาของอีเวนต์นี้ในรอบหลายปี และมาพร้อมกับแคมเปญ Kickstarter เพื่อระดมทุนสนับสนุน"ความเป็นอิสระที่เพิ่งได้กลับมาอีกครั้ง"ของสตูดิโอ
รายละเอียดคือ แฟนๆที่ร่วมบริจาคผ่าน Kickstarter จะได้สิทธิ์โหวตเลือกไอเดียทั้งหมด 4 อย่างที่จะกลายเป็นเกมต้นแบบ (Prototype) และจากนั้นหนึ่งในนั้นจะถูกพัฒนาเป็น "เกมจริง (ขนาดเล็ก)" ฟังดูเหมือนเดิมเป๊ะ แต่บริบทมันเปลี่ยนไปหมดแล้ว
ตรงนี้แหละที่ผมว่ามันน่าสนใจมาก การที่สตูดิโอขนาดกลางอย่าง Double Fine ต้องกลับมาพึ่งพาแฟนๆผ่าน Kickstarter อีกครั้ง มันคือบทพิสูจน์ว่าโครงสร้างวงการเกมปัจจุบันมันโหดร้ายแค่ไหน ต่อให้คุณมีชื่อเสียงระดับตำนาน มีผลงานคุณภาพมาแล้วตั้งหลายเกม พออยู่ใต้ชายคาบริษัทใหญ่ที่เปลี่ยนนโยบายบ่อยๆ คุณก็เป็นได้แค่เบี้ยตัวหนึ่งในเกมธุรกิจของเขา
ที่สำคัญคือ การกลับมาครั้งนี้มันไม่ใช่แค่การระดมทุน แต่คือการคืนอำนาจการตัดสินใจให้แฟนๆ ได้มีส่วนร่วมจริงๆ ตั้งแต่ต้นทาง ไม่ใช่แค่กดซื้อเกมสำเร็จรูป แต่ได้เลือกด้วยว่าเกมไหนควรเกิด มันเป็นโมเดลที่อินดี้แท้ๆ และน่าจะเป็นคำตอบของคำถามที่ว่า "แล้วเราจะอยู่รอดได้ยังไง" ในยุคที่ค่ายยักษ์ใหญ่ทุ่มเงินมหาศาลทำเกมยักษ์ใหญ่
ผมว่ามันเป็นการเคลื่อนไหวที่กล้าหาญและจริงใจมากกว่า เพราะแทนที่จะไปก้มหัวให้ยักษ์ใหญ่รายอื่นต่อ พวกเขาเลือกที่จะเดินกลับมาหาคนเล่นเกมด้วยกัน ฟังดูโรแมนติกแต่ก็เสี่ยง เพราะการพึ่งพาแฟนๆมันก็ไม่ได้การันตีเสมอไปว่าเงินจะพอ แต่อย่างน้อยมันก็เป็นพื้นที่ที่พวกเขาควบคุมได้เองทั้งหมด
สิ่งที่ต้องจับตาคือโปรเจกต์ที่ได้โหวตจะเป็นเกมแนวไหน และคุณภาพของเกมต้นแบบจะตอบโจทย์แฟนๆที่รอคอยการกลับมาครั้งนี้ได้มากน้อยแค่ไหน เพราะชื่อเสียงของ Double Fine ตั้งไว้สูงมาก และความคาดหวังจากแฟนๆ หลังเห็นพวกเขากลับมาเป็นอิสระอีกครั้งก็สูงตามไปด้วย
สิ่งที่ได้จากแคมเปญนี้
แฟนๆที่ร่วมบริจาคจะได้โหวตเลือก 4 ไอเดียที่จะกลายเป็นเกมต้นแบบ และหนึ่งในนั้นจะได้เป็นเกมจริงขนาดเล็ก อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนความเป็นอิสระของสตูดิโอโดยตรง
ความสำคัญของครั้งนี้
เป็น Amnesia Fortnite ครั้งแรกในรอบหลายปี หลังแยกตัวจาก Xbox ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นบทบาทใหม่ของสตูดิโอในฐานะบริษัทอิสระเต็มตัว
ความเสี่ยง
การพึ่งพาเงินจากแฟนๆ ไม่ได้การันตีความสำเร็จระยะยาว แต่อย่างน้อยมันคือการคืนอำนาจให้คนเล่นเกมได้มีส่วนร่วมกับกระบวนการสร้างสรรค์จริงๆ
นี่คือการกลับมาที่แฟนๆเกมอินดี้ควรตั้งตารอ เพราะมันพิสูจน์ว่าเสียงของคนเล่นเกมยังมีความหมาย และสตูดิโอที่กล้าพึ่งพาชุมชนจริงๆ ยังมีอยู่ หวังว่ามันจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของยุคใหม่ Double Fine ที่ไม่ต้องมีใครมาบงการอีกต่อไป
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 4
กำลังโหลดความคิดเห็น...