เจาะประเด็น
Display / Hardware
EIZO ทิ้งความเชื่อเดิมๆ จับ QD-OLED ทำจอมาสเตอร์ 4K ตัวแรกของตระกูล ColorEdge
ไม่ใช่แค่จอ OLED ทั่วไป แต่คือจอที่ออกแบบมาให้คนตัดต่อสีขั้นสุดยอมเปลี่ยนเทคโนโลยีครั้งใหญ่
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
ถ้า EIZO ซึ่งเป็นแบรนด์ที่หัวโบราณที่สุดในวงการจอมืออาชีพยังกล้ากระโดดมาใช้ OLED นั่นหมายความว่าเทคโนโลยีนี้พร้อมสำหรับงานระดับท็อปจริงๆ แล้ว
นี่คือข่าวที่คนทำสื่อสายวิดีโอต้องร้อง "เฮ้ย ในที่สุดก็มา" เพราะ EIZO ประกาศเปิดตัว ColorEdge CG3200X จอมอนิเตอร์ขนาด 31.5 นิ้ว ความละเอียด 4K UHD (3840 x 2160) ที่ใช้พาเนล QD-OLED เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ตระกูล ColorEdge ที่ผ่านมาใช้แต่ IPS แบบดั้งเดิมมาตลอดหลายสิบปี
ฟังเผินๆ อาจดูเหมือนแค่จอใหม่รุ่นหนึ่ง แต่ถ้าเข้าใจบริบทวงการจะรู้ว่านี่คือการตัดสินใจครั้งใหญ่ของบริษัทญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อเรื่องความอนุรักษ์นิยมสุดขั้ว การที่พวกเขายอมเปลี่ยนเทคโนโลยีหลักของไลน์ผลิตภัณฑ์เรือธง มันส่งสัญญาณชัดว่า OLED พร้อมทำงานระดับโปรแล้ว ไม่ใช่แค่จอเกมมิ่งหรือจอตัดต่อสายรองอีกต่อไป
จุดขายหลักของ CG3200X ไม่ใช่แค่ "เป็น OLED" แต่คือระบบควบคุมความสว่างและคอนทราสต์เฉพาะทางที่ออกแบบมาเพื่องาน HDR โดยเฉพาะ รองรับทั้งเวิร์กโฟลว์แบบ HLG, PQ และ SDR ครอบคลุมทุกสเปกที่วงการโพสต์โปรดักชันใช้จริงในตอนนี้ ไม่ใช่รองรับแบบผ่านๆ แต่คือจูนมาทำงานได้จริงในทุกโหมด
สเปกสำคัญที่ต้องจับตา: ความสว่างสูงสุดที่ 1000 cd/m² สำหรับไฮไลต์แบบจุด, ความสว่างเต็มจอสีขาวที่ 300 cd/m² และคอนทราสต์เรโช típico ระดับ 1,500,000:1 ตัวเลขพวกนี้บอกเราว่ามันไม่ได้แค่ "ดำได้ดำจริง" อย่างเดียว แต่สว่างได้พอสำหรับงาน HDR ที่ต้องดูไฮไลต์สว่างๆ โดยไม่เพี้ยน
ประโยคนี้คือแก่นของข่าวทั้งหมดเลยครับ วงการโพสต์โปรดักชันยุคนี้ไม่ได้แค่อยากได้จอสวยๆ แต่ต้องการความแม่นยำในการควบคุมคอนทราสต์ เพราะงานระดับสูงผิดพลาดไม่ได้แม้แต่เสี้ยวเดียว ถ้าจอแสดงเฉดสีมืดผิดเพี้ยนไปนิดเดียว ผลงานที่ออกมาจะพังทั้งโปรเจกต์
ต้องยอมรับว่า EIZO เลือกจังหวะได้ฉลาดมาก พวกเขารอจน QD-OLED สุกงอมพอ แล้วค่อยเอาความเชี่ยวชาญด้านการจัดการสีที่สั่งสมมานานหลายสิบปีมาผนวกเข้ากับเทคโนโลยีใหม่ ไม่ใช่รีบออกมาก่อนใครแล้วเจอปัญหาทีหลัง แนวทางแบบนี้มันแพงและช้า แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือความน่าเชื่อถือ ซึ่งเป็นสิ่งที่จอมอนิเตอร์ระดับ ColorEdge ขายจริงๆ ไม่ใช่แค่สเปกบนกระดาษ
การที่ ColorEdge มีสมาชิกเป็น OLED เป็นครั้งแรก หมายความว่า EIZO มั่นใจในเรื่องอายุการใช้งานและการเบิร์นอินของพาเนลระดับหนึ่งแล้ว ไม่งั้นพวกเขาไม่กล้าทำ เพราะชื่อเสียงของแบรนด์เสี่ยงหมดทั้งก้อน ถ้าจอออกมาแล้วเบิร์นอินง่ายในงานที่ต้องเปิดจอเป็น 10 ชั่วโมงต่อวัน
ความสว่างสูงสุด 1000 cd/m²
เพียงพอสำหรับการมองเห็นไฮไลต์สว่างในงาน HDR โดยไม่ต้องเดาสุ่ม
คอนทราสต์ 1,500,000:1
ดำได้ลึกจริงๆ ขณะที่ส่วนสว่างยังคงรายละเอียดครบ ไม่หม่นเหมือน OLED รุ่นถูกๆ
รองรับ HLG / PQ / SDR
ครบทุกโหมดการทำงานจริงในวงการตอนนี้ ไม่ต้องซื้อจอหลายตัวไว้เปลี่ยน
ที่สำคัญคือจอรุ่นนี้ถูกวางตำแหน่งให้เป็นเครื่องมือสำหรับ "การมาสเตอร์" จริงๆ ไม่ใช่จอสำหรับดูคร่าวๆ แล้วไปเช็คสีทีหลังที่จออื่น มันคือจอที่ใช้ตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่างานชิ้นหนึ่งจะออกอากาศหรือฉายโรงได้หรือไม่ ระดับความรับผิดชอบแบบนี้ต้องการความแม่นยำที่เหนือความต้องการของคนทั่วไป
ต้องจับตาดูต่อไปว่าราคาจะอยู่ตรงไหน เพราะถ้า EIZO ตั้งราคาไม่บ้าจนเกินไป นี่อาจเป็นจอที่ทำให้เหล่ามืออาชีพที่ลังเลระหว่าง OLED ทั่วไปกับจอ IPS ระดับไฮเอนด์ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น แต่ถ้าราคาแพงลิบลิ่วแบบที่ EIZO มักทำกับสินค้าระดับนี้ ก็คงเป็นได้แค่ของฝันสำหรับฟรีแลนซ์ทั่วไป แล้วก็เป็นเรื่องปกติของแบรนด์ที่ขายความน่าเชื่อถือ ไม่ใช่ขายความคุ้มค่า
การมาของ ColorEdge CG3200X คือหมุดหมายสำคัญที่บอกว่ายุค OLED สำหรับงานโปรระดับสูงเริ่มต้นจริงจังแล้ว แต่คำถามที่น่าสนใจกว่าคือ EIZO จะทำให้คนที่เคยเชื่อมั่นใน IPS หันมาสนใจ OLED ได้มากแค่ไหน เพราะการเปลี่ยนเทคโนโลยีครั้งนี้มันเหมือนเดิมพันทั้งชื่อเสียงกับความสามารถในการควบคุมคุณภาพของพาเนลใหม่
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 5
กำลังโหลดความคิดเห็น...