OpenAI News 64 วันที่แล้ว general AI Generated

Asana cleared 5 years of engineering work in 2 weeks with Codex

เกี่ยวกับ OpenAI
OpenAI News 18 Aug 2026
61
0
100
16 11m



เจาะประเด็น
AI / Enterprise


Asana ใช้ AI เคลียร์งาน 5 ปีจบใน 2 สัปดาห์ ด้วยงบแค่ 4 แสนบาท



เรื่องจริงที่วงการซอฟต์แวร์ต้องสั่นสะเทือน งานที่วิศวกรต้องใช้เวลาเป็นปีๆ ตอนนี้ AI ทำเสร็จในเวลาแค่หลักวัน




ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที



คำถามที่ทุกคนต้องถามตัวเองต่อจากนี้คือ ถ้า AI ทำแบบนี้ได้กับ Asana แล้วบริษัทเราจะรอดไหม?




บริษัทซอฟต์แวร์ชื่อดังอย่าง Asana เพิ่งประกาศเรื่องที่ฟังแล้วขนลุก พวกเขาใช้ OpenAI Codex เคลียร์งานด้านวิศวกรรมที่คาดว่าต้องใช้เวลาถึง 5 ปี ให้เสร็จภายใน 2 สัปดาห์ ด้วยงบประมาณเพียง 12,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 4 แสนบาทเท่านั้น



ฟังเผินๆ อาจดูเหมือนข่าวประชาสัมพันธ์ของ OpenAI ที่อยากโชว์ของ แต่ถ้าลองแกะรายละเอียดดูจริงๆ มันคือสัญญาณที่ชัดเจนว่าเกมการเขียนโค้ดได้เปลี่ยนไปตลอดกาลแล้ว ไม่ใช่แค่เรื่องของการ "เขียนโค้ดให้เร็วขึ้น" แต่คือการ "เคลียร์หนี้เทคนิค" (technical debt) ที่ทุกบริษัทสะสมมานานหลายปี



เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับ Asana หรือ OpenAI เท่านั้น แต่คือบทพิสูจน์ว่า AI ไม่ได้เก่งแค่ช่วยเขียนโค้ดใหม่ๆ แต่ยังเก่งพอที่จะจัดการกับโค้ดเก่าที่รกๆ รุงรัง ซึ่งปกติแล้วเป็นงานที่วิศวกรทุกคนเกลียดที่สุด และเป็นงานที่บริษัทมักจะผลัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อยๆ



ที่มา


ปัญหาที่ Asana เจอคือพวกเขามีระบบทดสอบโค้ด (testing system) เก่าที่ล้าสมัย ใช้งานยาก และเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาซอฟต์แวร์ในทุกๆ วัน งานนี้คือการย้ายระบบทั้งหมดไปสู่แพลตฟอร์มใหม่ที่ทันสมัยกว่า ซึ่งในโลกของการพัฒนาซอฟต์แวร์จริงๆ งานแบบนี้คือ "เหมืองถ่านหิน" ที่ไม่มีวิศวกรคนไหนอยากลงไปขุด



ทีมวิศวกรของ Asana ประเมินว่างานนี้ต้องใช้เวลารวมกันถึง 5 ปี เพราะมันมีโค้ดเก่าๆ ที่ต้องไล่แก้ทีละบรรทัด มีฟังก์ชันที่ต้องทดสอบใหม่หมด มีดาต้าที่ต้องย้ายข้ามระบบ งานแบบนี้ไม่ใช่งานที่ต้องใช้ "มันสมอง" แต่เป็นงานที่ต้องใช้ "แรงงาน" เยอะๆ ลองนึกภาพการย้ายบ้านที่มีของสะสมมา 20 ปี คุณไม่ได้แค่ย้ายของ แต่ต้องตัดสินใจว่าจะเก็บอะไร ทิ้งอะไร แก้ไขอะไร



“
งานที่ต้องใช้เวลาห้าปี เสร็จในสองสัปดาห์ด้วยงบประมาณเพียง 12,000 เหรียญ


ผลกระทบ


สิ่งที่ Asana ทำคือการให้ Codex ลงไปจัดการกับงานที่น่าเบื่อเหล่านี้ โดยมีวิศวกรคอยตรวจสอบและควบคุมคุณภาพอีกชั้นหนึ่ง ผลลัพธ์ที่ออกมาคือความเร็วที่แทบจะน่าตกใจ เพราะ Codex สามารถไล่จัดการกับงานย่อยๆ ที่เป็นระบบๆ ได้พร้อมกันหลายอย่าง ซึ่งมนุษย์ไม่สามารถทำได้ในเวลาเท่ากัน



ประเด็นสำคัญที่ต้องพูดถึงคือเรื่องของต้นทุน 12,000 ดอลลาร์สำหรับงานที่ต้องจ้างวิศวกร 5 ปี มันคือความต่างระหว่าง "การซื้อของ" กับ "การเช่าคน" ซึ่งตัวเลขนี้ยังไม่รวมเงินเดือนวิศวกรที่ต้องจ่ายรายปีอีกด้วย ถ้าคิดคร่าวๆ งานชิ้นนี้ถ้าจ้างมนุษย์ทำอาจมีค่าใช้จ่ายหลักล้านดอลลาร์ แต่ตอนนี้จบได้ด้วยเงินไม่ถึงหมื่นดอลลาร์



แต่อย่าเพิ่งตื่นเต้นไปทั้งหมด เพราะนี่ไม่ได้หมายความว่าวิศวกรจะตกงาน ตรงกันข้าม มันคือการปลดปล่อยวิศวกรออกจากงานน่าเบื่อ เพื่อไปโฟกัสกับงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์และการออกแบบระบบที่ซับซ้อนกว่า วิศวกรที่ฉลาดจะใช้ AI เป็นเครื่องมือทุ่นแรง แต่วิศวกรที่ไม่ปรับตัวจะกลายเป็นคนที่ถูกแทนที่ด้วย AI เอง




บทเรียนที่วงการต้องจดจำ

AI ไม่ได้มาแทนที่วิศวกร แต่มาแทนที่ "งานที่วิศวกรไม่อยากทำ" ซึ่งเป็นงานที่บริษัททุกแห่งมีอยู่เต็มไปหมด



มุมมองของผม

บริษัทไหนที่ยังคิดว่า AI เป็นแค่ของเล่นหรือเทรนด์ผ่านแล้ว กำลังจะกลายเป็นไดโนเสาร์ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า


เรื่องนี้ยังสะท้อนให้เห็นว่า "หนี้เทคนิค" ที่ทุกบริษัทแบกไว้ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอีกต่อไป เพราะ AI กลายเป็นเครื่องมือที่ทำให้หนี้ก้อนนี้ชำระคืนได้ในเวลาอันสั้น คำถามต่อไปคือบริษัทไหนจะกล้าลงทุนกับ AI เพื่อ "เคลียร์หนี้" แบบนี้บ้าง และบริษัทไหนจะยังเลือกที่จะแบกหนี้ต่อไปจนวันหนึ่งระบบพัง



💡

ถ้ายังมีใครเถียงว่า AI ไม่ได้เปลี่ยนเกมการพัฒนาซอฟต์แวร์จริงจัง ขอให้ดูเคสนี้ไว้เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ งาน 5 ปีจบใน 2 สัปดาห์ด้วยเงิน 4 แสนบาท นี่ไม่ใช่เรื่องอนาคตอีกต่อไป แต่มันคือปัจจุบันที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้าเราแล้ว



ที่มา: OpenAI News — อ่านต้นฉบับ


#AI #SoftwareDevelopment #OpenAI

🔗 อ่านต่อ · สินค้าและคำถามที่เกี่ยวข้อง

สินค้ามาแรงตอนนี้

คนขายของถามบ่อย

ความคิดเห็น 4

กำลังโหลดความคิดเห็น...