ข่าวเด่น
Hardware / GPU
DLSS 5 ยังไม่ทันได้โชว์ของดี ก็เผาหัวจ่ายไฟ RTX 5090 ละลายเป็นที่เรียบร้อย
การ์ดจอราคาแพงระดับเรือธง อยู่ดีๆ ก็ดับวูบพร้อมกลิ่นไหม้ เพราะเทคโนโลยีใหม่อย่าง Neural Rendering ดึงไฟทะลุ 600 วัตต์
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
คำถามคือ NVIDIA รู้อยู่เต็มอกว่าการ์ดรุ่นนี้กินไฟจะตายอยู่แล้ว แต่ทำไมยังปล่อยให้ DLSS 5 ดูดไฟเพิ่มขึ้นอีกโดยไม่มีการ์ดป้องกันอะไรเลย?
เรื่องนี้มันเริ่มจากความฮอตของเทคโนโลยีใหม่ที่ชื่อ DLSS 5 กับฟีเจอร์ Neural Rendering ซึ่งตอนนี้มีเกมเดียวในโลกที่รองรับคือ NBA 2K27 แต่แค่นั้นแหละ มันก็เพียงพอที่จะทำให้การ์ดจอราคาแพงๆ อย่าง MSI GeForce RTX 5090 Gaming Trio OC ของผู้ใช้งานคนหนึ่งพังไม่เป็นท่าได้แล้ว
เรื่องราวมันเป็นแบบนี้ ผู้ใช้ที่ใช้ชื่อในเว็บบอร์ดว่า erek กำลังทดสอบ DLSS 5 ในเกม NBA 2K27 อยู่ดีๆ ค่าการดึงไฟของการ์ดมันก็พุ่งพรวดจากประมาณ 450 วัตต์ ไปทะลุเกิน 600 วัตต์ ซึ่งตัวเลขนี้สูงกว่าค่า TDP ที่ MSI กำหนดไว้ที่ 575 วัตต์อีก และที่สำคัญ มันไม่ได้พุ่งขึ้นแป๊บเดียวแล้วลง แต่ดันทรงอยู่ที่ระดับนั้นแบบยาวๆ
หลักฐานจากหน้าจอ GPU-Z ที่เขาแคปไว้ มันโชว์ค่า board power สูงสุดที่ 613.5 วัตต์ ซึ่ง erek ยืนยันว่าค่านี้มันนิ่งๆ ไม่ได้กระตุกขึ้นลงอะไร แล้วหลังจากนั้นไม่นาน การ์ดจอก็หยุดทำงาน มาพร้อมกลิ่นไหม้โชยออกมา พอถอดออกมาดูเท่านั้นแหละ หัวจ่ายไฟ 12VHPWR ตัวฉาว ละลายจนพลาสติกบิดเบี้ยวและติดแน่นกับซ็อกเก็ตบนการ์ดเป็นที่เรียบร้อย
จริงๆ แล้วเรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องใหม่ซะทีเดียว เพราะสัปดาห์ก่อนหน้าเราก็เพิ่งรายงานไปว่า DLSS 5 สามารถดันให้ RTX 5090 กินไฟสูงผิดปกติได้ และนี่ก็ดูเหมือนจะเป็นเคสแรกที่มีรายงานว่าการดึงไฟที่เพิ่มขึ้นจากเทคโนโลยีนี้ มันไปเผาหัวจ่ายไฟตัวฉาวจนละลายได้สำเร็จ เป็นการปิดตำนานความพยายามแก้ไขปัญหาของ NVIDIA ที่พยายามบอกว่าหัวจ่ายไฟรุ่นใหม่ปลอดภัยแล้ว แต่สุดท้ายก็ยังมีเคสแบบนี้หลุดออกมาให้เห็นอยู่เรื่อยๆ
แต่เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งด่วนตัดสินว่าเป็นความผิดของหัวจ่ายไฟฝ่ายเดียว เพราะต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ค่าที่ GPU-Z โชว์นั้นมันคือ total board power ซึ่งรวมไฟที่มาจากสล็อต PCIe ด้วย ไม่ได้แปลว่าหัวจ่ายไฟตัวเดียวต้องแบกรับโหลดทั้งหมด ถึงแม้ไฟส่วนใหญ่จะไหลผ่านหัวจ่ายไฟก็เถอะ แต่มันก็ยังมีช่องว่างให้เถียงกันได้เสมอว่า "จริงๆ แล้วหัวจ่ายไฟมันรับไฟแค่ส่วนเดียวเองนะ"
สิ่งที่ผมอยากจะพูดตรงนี้คือ มันไม่ใช่แค่ปัญหาที่ว่า "หัวจ่ายไฟมันไม่ดี" อีกต่อไปแล้ว แต่มันคือปัญหาที่ว่า "ตัวการ์ดจอมันถูกออกแบบให้กินไฟเกินกว่าที่หัวจ่ายไฟจะรับไหว" ต่างหาก และการที่ DLSS 5 ดันให้การ์ดกินไฟเพิ่มขึ้นอีก 150 วัตต์จากเดิมที่ 450 วัตต์ มันคือการเติมเชื้อไฟเข้าไปในกองเพลิงที่กำลังรอวันปะทุอยู่แล้ว
นี่คือเรือธงราคาแพงลิบลิ่วที่หลายคนยอมจ่ายเงินเกือบแสนบาทเพื่อเป็นเจ้าของ แต่กลับต้องมาลุ้นระทึกทุกครั้งที่เปิดฟีเจอร์ใหม่ๆ ว่าหัวจ่ายไฟจะทนไหวหรือเปล่า และที่แย่ไปกว่านั้นคือ ถ้า DLSS 5 เริ่มถูกนำไปใช้ในเกมอื่นๆ อีกหลายเกม ปัญหาแบบนี้ก็จะยิ่งพบได้บ่อยขึ้นเรื่อยๆ แน่นอน
แน่นอนว่าหลายคนอาจจะบอกว่า "ก็ไม่ต้องเปิด DLSS 5 สิ" หรือ "ใช้แต่ของเดิมมันก็ปลอดภัยแล้ว" แต่ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่ว่าผู้ใช้จะเลือกใช้หรือไม่ใช้ เพราะหัวใจหลักของมันคือ การที่ NVIDIA ปล่อยเทคโนโลยีใหม่ออกมาโดยไม่คำนึงถึงข้อจำกัดทางฮาร์ดแวร์ของตัวเองเลย มันคือการผลักภาระความเสี่ยงทั้งหมดไปให้ผู้ใช้ปลายทางที่ซื้อการ์ดแพงๆ มาแล้วต้องมาวิตกกังวลกับความปลอดภัยของอุปกรณ์ตัวเอง
จุดที่ต้องจับตา
ถ้า DLSS 5 มีเกมรองรับมากขึ้น ปัญหาการ์ดไหม้จะไม่ใช่แค่ข่าวหลุดเป็นรายกรณีอีกต่อไป แต่มันจะกลายเป็นข่าวคราวที่พบได้ทุกสัปดาห์ และนั่นคือเวลาที่ NVIDIA จะต้องออกมาขยับตัวจริงๆ
สรุปง่ายๆ คือ DLSS 5 คือเทคโนโลยีอนาคตที่อาจจะเจ๋ง แต่ถ้าอนาคตนั้นมันมาพร้อมกับความเสี่ยงที่การ์ดจอราคา 70,000 บาทของคุณจะดับวูบเพราะหัวจ่ายไฟละลาย ผมว่ามันยังไม่คุ้มที่จะเสี่ยงตอนนี้ รอให้ NVIDIA แก้ไขหรือออกมาตรฐานหัวจ่ายไฟใหม่ก่อนจะดีกว่า ไม่งั้นเรื่องแบบนี้จะเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า และคนที่เสียเงินคือคุณ ไม่ใช่บริษัทผู้ผลิต
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 3
กำลังโหลดความคิดเห็น...