ข่าวเด่น
Gaming / Hardware
Asus ใจดีปลดแอก! เปิดพรีออเดอร์ Xbox Ally X20 รุ่น OLED ราคาเริ่ม 1,300 เหรียญ ไม่ต้องซื้อแว่น AR แถมอีกแล้ว
ในที่สุดก็ฟังเสียงแฟน ๆ สักที หลังจากที่ก่อนหน้านี้บังคับขายเป็นชุดกับแว่นตา AR ราคาแพง ตอนนี้แยกขายแล้ว แต่ราคาเครื่องเปล่าก็ไม่ได้ถูกไปไหน
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
นี่มันนโยบายขายของแบบไหนกันแน่? บังคับซื้อของที่ไม่เกี่ยวข้องมาก่อน แล้วค่อยมาแกะออกทีหลัง มันคือกลยุทธ์ หรือแค่หลงทางกันแน่?
เอาล่ะ ใครที่ตามข่าวเครื่องเกมพกพาอยู่ คงจะจำได้ว่า Asus เคยสร้างความงงงวยให้วงการด้วยการประกาศขาย Xbox Ally X20 แบบเป็นชุดบังคับกับแว่นตา AR ราคาแพงลิ่ว แต่ตอนนี้เรื่องนั้นมันจบแล้ว เพราะล่าสุดพวกเขาประกาศเปิดพรีออเดอร์แบบเครื่องเดี่ยว ๆ อย่างเป็นทางการแล้ว ราคาเริ่มต้นที่ 1,300 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณสี่หมื่นหกพันบาทไทย เอ๊ะ! รอแป๊บ นี่มันยังแพงอยู่นี่หว่า?
ความจริงแล้วเรื่องนี้มันมีที่มาที่ไปที่น่าสนใจกว่าที่คิด ตอนแรก Asus ตั้งใจจะขายเจ้า Ally X20 ตัวนี้ในราคา 1,700 เหรียญ แต่ในชุดนั้นจะแถมแว่นตา AR มูลค่าประมาณ 400 เหรียญมาด้วย ทำให้ดูเหมือนว่าคุณกำลังได้ส่วนลด แต่มันคือการบังคับให้ซื้อของที่หลายคนไม่ต้องการเลยต่างหาก ใครจะอยากได้แว่นตา AR ไปทำไม ถ้าแค่จะนั่งเล่นเกมบนเครื่องพกพาสักเครื่อง? มันเหมือนไปร้านข้าวแกงแล้วเขาบังคับให้ซื้อกับข้าวทุกอย่างในร้าน ทั้งที่เราอยากได้แค่ผัดกะเพราจานเดียว
ประเด็นคือ ทำไมต้องมีแว่น AR มาพัวพันด้วยตั้งแต่แรก? คำตอบง่าย ๆ คือ Asus อยากผลักดันระบบนิเวศของตัวเอง และคิดว่าการจับคู่สินค้าแบบนี้จะช่วยให้คนรู้จักแว่น AR มากขึ้น แต่พวกเขาดูเหมือนจะลืมคิดไปว่า คนที่ซื้อเครื่องเกมพกพา ส่วนใหญ่ต้องการความอิสระในการเล่น ไม่ได้อยากเอาอะไรมาครอบหัวให้เมื่อยคอเพิ่มอีก ช่วงที่ประกาศออกมา กระแสในโลกออนไลน์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะมันดูเป็นการยัดเยียดสินค้าที่ไม่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคชัด ๆ
ถามว่าการปลดแอกครั้งนี้ดีไหม? ก็ต้องบอกว่าดีขึ้นเยอะ เพราะอย่างน้อยคนที่ไม่สนใจแว่นตาก็มีทางเลือก แต่ผมมองว่ามันสายไปหน่อย เพราะชื่อเสียงของผลิตภัณฑ์มันถูกสร้างมาแบบผิด ๆ ตั้งแต่แรกแล้ว ในเมื่อคอนเซ็ปต์แรกที่สื่อออกไปคือ "เครื่องเกมแพง ๆ ที่ต้องซื้อแว่นตาด้วย" พอเปลี่ยนใจมาขายเครื่องเดี่ยว ๆ มันก็ยังถูกตราหน้าว่าเป็นของแพงอยู่ดี ต่อให้ราคา 1,300 เหรียญจะ "ถูกกว่า" ตอนแรกก็เถอะ แต่มันก็ยังแพงกว่า Steam Deck รุ่นท็อปสุด หรือ ROG Ally รุ่นธรรมดาอยู่ดี
อีกอย่างที่ต้องพูดถึงคือสเปกภายใน เพราะราคาระดับนี้มันไม่ได้มาพร้อมกับอะไรที่ธรรมดา ๆ มันมาพร้อมกับหน้าจอ OLED ที่สวยงาม และสเปกที่จัดเต็มจนเรียกได้ว่าเป็นเรือธงของวงการเครื่องเกมพกพาในตอนนี้ แต่คำถามคือ มันคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปไหม? สำหรับสายฮาร์ดคอร์ที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุดและเล่นเกม AAA ได้ลื่น ๆ บนเครื่องเล็ก ๆ ก็อาจจะตอบได้ว่า "คุ้ม" แต่สำหรับคนทั่วไปที่เล่นเกมเบา ๆ หรืออินดี้เป็นหลัก มันอาจจะเกินความจำเป็นไปหน่อย
นี่คือการตัดสินใจที่ค่อนข้างกล้าเสี่ยงของ Asus เพราะตลาดเครื่องเกมพกพาตอนนี้มันไม่ได้มีแค่คู่แข่งรายเดียวแล้ว มันมีตัวเลือกเยอะแยะไปหมด ไม่ว่าจะเป็นจาก Lenovo, MSI หรือแม้แต่ Nintendo ที่กำลังจะมีรุ่นใหม่ออกมา การตั้งราคาแพงขนาดนี้โดยไม่มีอะไรแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ มันอาจจะทำให้ Ally X20 กลายเป็นของเล่นสำหรับคนมีเงินเท่านั้น ไม่ใช่เครื่องที่คนทั่วไปจะซื้อหากันได้ง่าย ๆ
สรุปสั้น ๆ เกี่ยวกับราคา
ราคาเริ่มต้น 1,300 เหรียญ สำหรับรุ่นเครื่องเปล่า ไม่รวมแว่นตา AR ซึ่งเป็นทางเลือกใหม่ที่ Asus เสนอให้หลังกระแสตอบรับไม่ดีนักจากแพ็กเกจบังคับขายแบบเดิม
จุดขายหลัก
หน้าจอ OLED คุณภาพสูง ให้สีดำที่ดำสนิทและสีสันที่สดกว่า พร้อมสเปกภายในที่แรงพอจะรันเกมหนัก ๆ ได้อย่างสบาย ๆ
ความเสี่ยง
ราคายังสูงเมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาด และชื่อเสียงของผลิตภัณฑ์อาจถูกกระทบจากกลยุทธ์การตลาดช่วงแรกที่ดูไม่สมเหตุสมผล
สิ่งที่ผมอยากฝากไว้คือ การที่ Asus ยอมถอยครั้งนี้เป็นสัญญาณที่ดีว่าเขาฟังเสียงผู้บริโภคอยู่บ้าง แต่มันก็เหมือนกับการทำชามที่แตกแล้วมาเชื่อมต่อใหม่ รอยร้าวมันยังเห็นอยู่ดี การเปิดตัวครั้งแรกที่ผิดพลาดมันทำให้ภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์เสียหายไปแล้ว และการแก้ไขด้วยการแยกขายมันก็เป็นแค่การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ สิ่งที่ควรทำคือการคิดให้รอบคอบก่อนจะปล่อยสินค้าออกมา ว่าสิ่งที่คุณกำลังจะขายมันคือสิ่งที่คนต้องการจริง ๆ หรือแค่สิ่งที่คุณอยากขายกันแน่
สุดท้ายนี้ ถ้าคุณเป็นคนที่รอคอยเจ้า Ally X20 ตัวนี้อยู่ เพราะอยากได้เครื่องที่แรงที่สุดเท่าที่จะหาได้ในตอนนี้ ก็จัดไปได้เลย ไม่ผิดหวังแน่นอนในเรื่องประสิทธิภาพ แต่ถ้าคุณคิดว่ามันแพงไปและรอได้ ผมว่าเดี๋ยวราคามันก็ต้องปรับลงมาเองอยู่ดี เพราะตลาดมันแข่งขันกันดุเดือดขนาดนี้ ไม่มีใครตั้งราคาสูงแล้วอยู่รอดได้นานหรอก
เรื่องนี้มันคือบทเรียนราคาแพงของ Asus ในการทำการตลาดแบบ "คิดเองเออเอง" การปลดแอกครั้งนี้มันช่วยได้ก็จริง แต่มันไม่ได้ลบความทรงจำแย่ ๆ ตอนแรกไปหรอก ใครอยากได้เครื่องแรง ๆ ก็ซื้อได้เลย แต่ถ้าเป็นผม ผมรอรีวิวจริงจากคนเล่นก่อน แล้วค่อยตัดสินใจ เพราะเงินสี่หมื่นกว่าบาทนี่มันไม่ใช่น้อย ๆ นะเพื่อน
ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 3
กำลังโหลดความคิดเห็น...