อัปเดต
Meta / Security
Meta เอา AI มาเฝ้าหน้าจอให้แก๊งมิจฉาชีพตีสนิทคุณใน WhatsApp ไม่มีทางรอดอีกต่อไป
ระบบใหม่จะเด้งเตือนแบบเรียลไทม์เมื่อบทสนทนาดูพิรุธ แต่มันจะทันเกมพวกหลอกลวงที่ฉลาดขึ้นทุกวันไหม?
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
เริ่มต้นด้วยการยอมรับก่อนว่า ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์และมิจฉาชีพออนไลน์มันหนักหนาสาหัสขนาดที่ว่า แอปแชทที่คนไทยใช้มากที่สุดอย่าง WhatsApp ต้องเอา AI มาเป็นบอดี้การ์ดให้แล้ว Meta เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ชื่อว่า Scam Alert เป็นระบบตรวจจับข้อความหลอกลวงที่ทำงานบนเครื่องโดยตรง (on-device machine learning) ไม่ต้องส่งข้อมูลไปวิเคราะห์ที่เซิร์ฟเวอร์ ซึ่งหมายความว่าข้อความของคุณจะไม่ถูกสอดแนมเพิ่ม แต่ AI จะคอยดูว่าบทสนทนาไหนกำลังมีกลิ่นอายของการหลอกลวง
ฟีเจอร์นี้ตอนนี้กำลังทยอยเปิดให้ผู้ใช้บางกลุ่มทดสอบในเวอร์ชันเบต้าเท่านั้น หลักการทำงานคือ ถ้าคุณคุยกับใครสักคนแล้วบทสนทนานั้นดูเข้าข่าย "พิรุธ" เช่น มีการเร่งรัดให้โอนเงิน มีลิงก์แปลกๆ หรือมีรูปแบบการพิมพ์ที่เข้าข่ายแพตเทิร์นของแก๊งมิจฉาชีพ ระบบจะเด้งวาร์นิงขึ้นมาให้คุณรู้ตัวก่อนที่จะเผลอกดส่งเงินให้พ่อม่ายแม่ม่ายที่เพิ่งรู้จักเมื่อวานซืน
ที่สำคัญคือ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Meta ทำอะไรแบบนี้ ก่อนหน้านี้ในปีนี้พวกเขาเพิ่งเปิดตัวระบบตรวจจับสแกมสำหรับการร้องขอเชื่อมต่ออุปกรณ์ (device linking requests) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางยอดฮิตที่มิจฉาชีพใช้หลอกให้คนเผลอกดลิงก์เพื่อให้แฮกเกอร์เข้าควบคุมเครื่องได้ เรียกได้ว่า Meta กำลังปูพรมกวาดล้างสแกมใน WhatsApp อย่างจริงจัง
ย้อนกลับไปสักหน่อย ปัญหาสแกมใน WhatsApp มันไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ระบาดหนักจนกลายเป็นวิกฤตความเชื่อมั่นไปแล้ว ทั้งข่าวคนแก่ถูกหลอกโอนเงินเป็นล้าน หรือคนรุ่นใหม่เผลอกดลิงก์แล้วโดนแฮกบัญชี ทางออกเดิมๆ ที่ WhatsApp เคยทำคือให้ผู้ใช้กดบล็อกหรือรีพอร์ตเอง แต่ปัญหาคือ คนส่วนใหญ่ไม่ทันได้รู้ตัวว่ากำลังโดนหลอกจนกว่าจะสายเกินไป
ระบบ Scam Alert นี้จึงเป็นเกราะป้องกันชั้นแรกที่ทำงานอัตโนมัติ ไม่ต้องให้ผู้ใช้ตั้งค่าอะไรยุ่งยาก แค่คุยไปเรื่อยๆ ถ้าผิดปกติ AI ก็จะฟ้องขึ้นมาเอง เป็นการทำงานเชิงรุกแทนที่จะรอให้เหยื่อสังเกตเอง
ต้องบอกว่าจุดที่ผมชอบที่สุดของฟีเจอร์นี้คือการประมวลผลบนเครื่อง (on-device) เพราะมันตอบโจทย์เรื่องความเป็นส่วนตัวได้ดี ใครที่กลัวว่า Meta จะแอบอ่านแชทเพื่อโฆษณาก็สบายใจได้ ข้อมูลไม่ได้หลุดไปไหน แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่า AI ที่ประมวลผลบนเครื่องมันจะฉลาดพอที่จะจับแก๊งมิจฉาชีพที่ใช้ภาษาไทยหรือภาษาถิ่นได้แม่นยำแค่ไหน เพราะสแกมเมอร์บ้านเราไม่ได้เขียนเป็นภาษาอังกฤษแบบฝรั่ง แต่มันต้องเริ่มจากที่ไหนสักที่ และการเทรนโมเดลกับข้อมูลจริงในแต่ละภูมิภาคก็เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา
อีกเรื่องที่ต้องจับตาคือ มิจฉาชีพก็ไม่ได้โง่ พวกเขาปรับตัวเร็วเสมอ ถ้า AI เริ่มจับแพตเทิร์นเดิมได้ พวกเขาก็จะเปลี่ยนวิธีการใหม่ เช่น ใช้การโทรหากันแทนการพิมพ์ หรือส่งข้อความเสียง ซึ่งระบบตรวจจับข้อความอาจไม่ครอบคลุมถึงจุดนั้น แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรป้องกันเลย เพราะตอนนี้มันเป็นสงครามแมวกับหนูที่ไม่มีวันจบ และอย่างน้อย Meta ก็เลือกที่จะลงสนามสู้แทนที่จะนิ่งเฉย
ท้ายที่สุดแล้ว ฟีเจอร์นี้เป็นเพียงเครื่องมือช่วยเตือน ไม่ใช่เกราะกันดาบที่ไร้เทียมทาน ตัวผู้ใช้เองก็ยังต้องใช้สติในการคุยกับคนแปลกหน้า อย่าหวังพึ่ง AI แต่เพียงอย่างเดียว เพราะเทคโนโลยีมันแค่ลดความเสี่ยง ไม่ได้กำจัดความโง่ของมนุษย์ให้หายไปจากโลกได้ทั้งหมด
สรุปคือ Meta กำลังเดินถูกทางในการใช้ AI สู้กับมิจฉาชีพ แต่การรอให้ฟีเจอร์นี้ปล่อยเต็มรูปแบบอาจช้าเกินไปสำหรับคนที่กำลังโดนหลอกอยู่ตอนนี้ สิ่งที่ดีที่สุดคืออย่าไว้ใจคนแปลกหน้าในอินเทอร์เน็ต และจำไว้ว่า "ถ้ามันดีเกินจริง มันคือสแกม" เสมอ
ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 3
กำลังโหลดความคิดเห็น...