The Verge 16 วันที่แล้ว general AI Generated

OpenAI is adding text watermarking in ChatGPT and Codex

เกี่ยวกับ OpenAI
The Verge 06 Oct 2026
105
0
100
รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบกระทู้
9 11m



เจาะประเด็น
AI / Policy


OpenAI เริ่มฝังลายน้ำในข้อความ ChatGPT แต่รอบนี้เริ่มที่อียูก่อน



เทคโนโลยีมีแล้ว แต่จะกลายเป็นมาตรฐานจริงหรือแค่ทำตามกฎหมายให้ผ่านๆ ไป




ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที



ถ้าลายน้ำซ่อนในข้อความโดยที่คนอ่านมองไม่เห็น คำถามคือมันมีไว้จับใครกันแน่ — คนโกง หรือคนที่บังเอิญใช้ AI เขียนงานเฉยๆ




โOpenAI ประกาศเริ่มฝังลายน้ำแบบมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ลงในข้อความที่ ChatGPT และ Codex สร้างออกมา โดยตัวลายน้ำนี้เป็นข้อมูลที่เครื่องอ่านได้ ฝังซ่อนอยู่ในเนื้อหา แต่รอบแรกนี้จำกัดเฉพาะผู้ใช้ในสหภาพยุโรปเท่านั้น ยังไม่แตะตลาดอื่น



โอเค ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องเทคนิคจ๋าๆ ที่คนใช้งานทั่วไปอาจไม่รู้สึกอะไร แต่ถ้ามองดีๆ นี่คือหมุดหมายสำคัญของวงการ AI ทั้งวงการ เพราะมันคือครั้งแรกๆ ที่บริษัทระดับ OpenAI ยอมฝังกลไกตรวจสอบลงในผลลัพธ์ของตัวเองแบบเป็นระบบ ไม่ใช่ปล่อยให้คนอื่นเดาเอาว่าข้อความไหน AI เขียน



ที่มา


OpenAI เรียกเทคโนโลยีนี้ว่า textGrain และเคลมว่ามันให้ผลลัพธ์ที่ "เทียบเท่าหรือเหนือกว่า" วิธีอื่นที่เคยมีมา อย่าง SynthID for text ของ Google DeepMind ซึ่งเป็นพื้นฐานเดียวกับที่ Anthropic ใช้ตอนประกาศลายน้ำของตัวเองเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา จะเห็นว่าแกนเทคโนโลยีมันไปในทางเดียวกันหมด



“
matched or exceeded


แต่นี่แหละคือจุดที่ต้องตั้งคำถาม เพราะการที่บริษัทบอกเองว่าเทคโนโลยีตัวเองเจ๋งกว่าใคร มันไม่ใช่หลักฐานอะไรที่พิสูจน์ได้ง่ายๆ จากภายนอก เราไม่มีทางรู้ว่าลายน้ำนี้ทนทานแค่ไหนจริงๆ ถ้ามีคนเอาข้อความไปแก้คำ ตัดประโยค หรือให้ AI ตัวอื่นเรียบเรียงใหม่ มันยังอยู่ครบหรือเปล่า อันนี้ยังไม่มีคำตอบชัดเจน



ทำไมต้องอียู


การเลือกเริ่มที่อียูก่อนไม่ใช่เรื่องบังเอิญ อียูมีกฎหมาย AI Act ที่บังคับเรื่องความโปร่งใสของเนื้อหาที่สร้างโดย AI อยู่แล้ว OpenAI จึงต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อให้สอดคล้อง ซึ่งการฝังลายน้ำก็เป็นวิธีที่ดูดีพอจะอ้างอิงกับกฎหมายได้



แต่ประเด็นคือ ถ้า OpenAI คิดว่าเทคโนโลยีนี้ดีจริงและพร้อมใช้ ทำไมไม่ปล่อยให้ผู้ใช้ทั่วโลกเลยล่ะ? คำตอบที่ตรงไปตรงมาที่สุดคือ มันคงยังไม่พร้อมเต็มร้อย หรือไม่ก็ไม่อยากแบกภาระเรื่อง compliance เกินจำเป็นในตลาดที่ยังไม่มีกฎหมายบังคับ การทำแบบนี้มันคือการเลือกทำเท่าที่ต้องทำ ไม่ใช่ทำเพราะเชื่อในเรื่องนี้จริงๆ



ผลกระทบที่ตามมา


สำหรับคนทำงานสายคอนเทนต์ ครูอาจารย์ หรือบรรณาธิการที่ต้องตรวจงานว่าใครใช้ AI เขียน นี่คือสัญญาณว่าอีกไม่นานเครื่องมือตรวจจับอาจกลายเป็นมาตรฐาน แต่ก็ต้องระวัง — ลายน้ำแบบนี้มันไม่ได้บอกว่า "ข้อความนี้แย่" หรือ "ข้อความนี้โกหก" มันแค่บอกว่า "ข้อความนี้ผ่าน AI มา" ซึ่งคนที่ใช้ AI เป็นผู้ช่วยร่างงานแล้วเขียนแก้เอง ก็อาจโดนตีตราไปด้วยแบบไม่ยุติธรรม




เริ่มที่อียูก่อน

ผู้ใช้ในสหภาพยุโรปจะได้ลายน้ำก่อนใคร ส่วนตลาดอื่นยังไม่มีกำหนด



ใช้เทคโนโลยี textGrain

OpenAI อ้างว่าเทียบเท่าหรือเหนือกว่า SynthID ของ Google DeepMind



คู่แข่งก็เดินทางเดียวกัน

Anthropic ประกาศลายน้ำของตัวเองไปแล้วเมื่อเดือนสิงหาคม โดยอิงพื้นฐานเดียวกับ DeepMind


อีกเรื่องที่ต้องจับตาคือเรื่องความเป็นส่วนตัว การฝังลายน้ำลงในข้อความที่ผู้ใช้พิมพ์คุยกับ AI มันหมายความว่าทุกข้อความที่ AI สร้างจะมีร่องรอยที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ในระดับหนึ่ง คำถามคือร่องรอยนี้จะถูกใช้เพื่ออะไรต่อไป แค่ตรวจสอบที่มา หรือลึกไปถึงขั้นระบุตัวผู้ใช้ในบางกรณี อันนี้ยังไม่มีรายละเอียดชัดเจน และ OpenAI ก็ไม่ได้พูดถึง



💡

ลายน้ำข้อความของ OpenAI ฟังดูเป็นก้าวที่ถูกทาง แต่การเริ่มแค่ในอียูเพราะโดนกฎหมายบีบ ไม่ใช่เพราะเชื่อในหลักการ บอกอะไรได้เยอะเกี่ยวกับลำดับความสำคัญจริงๆ ของบริษัท ต่อให้เทคโนโลยีดีแค่ไหน ถ้าไม่ปล่อยให้ทุกคนใช้อย่างเท่าเทียม มันก็เป็นแค่การทำตามข้อกำหนด ไม่ใช่มาตรฐานใหม่ของวงการ



ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ


#OpenAI #AIWatermark #EUAIAct

🔗 อ่านต่อ · สินค้าและคำถามที่เกี่ยวข้อง

สินค้ามาแรงตอนนี้

คนขายของถามบ่อย

ความคิดเห็น 6

กำลังโหลดความคิดเห็น...