เจาะประเด็น
Policy / Tech
ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กท้าโคดี วิลสันแบบไม่กลัวเกม: "บอกโคดีว่าฉันจะไปให้ถึงก่อนเขา"
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่สงคราม слова междуนักเคลื่อนไหวกับรัฐ — มันคือการทดสอบว่ากฎหมายจะไล่ทันเทคโนโลยีที่วิ่งเร็วกว่าเดิมพันเท่าไหร่
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที
ถ้ากฎหมายตามเทคโนโลยีไม่ทันจริง ๆ สิ่งที่เราจะได้เห็นไม่ใช่แค่ปืนพิมพ์ 3 มิติ แต่คือความล้มเหลวของระบบนิเวศการกำกับทั้งระบบ
เรื่องนี้มันโคตรจะน่าสนใจ เพราะมันไม่ได้เป็นแค่ข่าวเทคโนโลยีหรือข่าวการเมืองธรรมดา แต่มันคือการปะทะกันโดยตรงระหว่าง "คนที่เชื่อว่าข้อมูลต้องเป็นอิสระ" กับ "รัฐที่พยายามควบคุมความเสี่ยง" และที่เด็ดกว่านั้นคือทั้งคู่เล่นกันแบบไม่เก็บอารมณ์เลยสักนิด
เริ่มจากฝั่งหนึ่งก่อน: โคดี วิลสัน (Cody Wilson) ชายผู้สร้างปืนพิมพ์ 3 มิติตัวแรกของโลกเมื่อหลายปีก่อน เขาคือไอคอนของกลุ่ม "เสรีนิยมสุดโต่ง" ในวงการเทคโนโลยี ที่เชื่อว่าความรู้เรื่องการผลิตอาวุธไม่ควรถูกผูกขาดโดยรัฐ เขาเพิ่งเปิดตัวเครื่องมือที่ชื่อว่า "Hochulization" ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อเลี่ยงกฎหมายของรัฐนิวยอร์กที่ห้ามเครื่องพิมพ์ 3 มิติใช้ผลิตอาวุธปืน
ชื่อของเครื่องมือนี้ไม่ใช่แค่ชื่อเฉยๆ มันคือการแดกดันใส่ผู้ว่าการรัฐแคธี โฮชุล (Kathy Hochul) โดยตรง วิลสันไม่ได้แค่ทำเครื่องมือเลี่ยงกฎหมาย แต่เขาจงใจตั้งชื่อให้เป็น "หมุดหมาย" เสียมากกว่า เหมือนพูดว่า "ฉันรู้ว่าคุณออกกฎหมายมา ฉันก็จะทำเครื่องมือเลี่ยงมัน แล้วฉันจะเอาชื่อคุณไปตั้งเป็นชื่อเครื่องมือด้วยเลย" แบบนี้มันไม่ใช่แค่แหกกฎหมาย มันคือการจงใจยั่วให้รัฐเล่นด้วย
แต่ที่น่าสนใจกว่าคือการตอบกลับของฝั่งรัฐ โฮชุลไม่ได้ตอบแบบนักการเมืองทั่วไปที่มักเลี่ยงประเด็นหรือพูดแบบไว้เชิง เธอกลับตอบในพอดแคสต์ Decoder ของ The Verge ด้วยท่าทีที่แข็งกร้าวและมั่นใจแบบที่แทบไม่เห็นในวงการการเมือง
เธอบอกว่า "บอกโคดีว่าฉันจะไปให้ถึงก่อนเขา" (tell Cody I will get ahead of him) ประโยคนี้ฟังดูง่ายๆ แต่จริงๆ แล้วมันคือการประกาศสงครามแบบไม่มีการเจรจา เธอไม่ได้บอกว่าจะฟ้อง หรือจะออกกฎหมายเพิ่ม เธอบอกว่าเธอจะ "ไปให้ถึงก่อน" — แปลว่าอะไร? แปลว่าเธอจะไม่ยอมให้วิลสันเป็นฝ่ายตั้งเกมอีกต่อไป
ประเด็นที่ต้องมองให้ลึกกว่านั้นคือ นี่คือตัวอย่างคลาสสิกของ "cat-and-mouse game" ระหว่างกฎหมายกับเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในยุคดิจิทัล ฝั่งหนึ่งมีเครื่องมือที่พัฒนารวดเร็วจนกฎหมายตามไม่ทัน อีกฝั่งก็ต้องพยายามออกระเบียบใหม่เพื่อปิดช่องโหว่ แต่ปัญหาคือเทคโนโลยีมันวิ่งเร็วกว่ากฎหมายเสมอ
สิ่งที่วิลสันทำคือการโชว์ว่า "ช่องโหว่" ของกฎหมายมันมีอยู่จริง และเขาสามารถหามันเจอได้ภายในไม่กี่สัปดาห์หลังกฎหมายมีผลบังคับใช้ นี่มันคือการพิสูจน์ว่าโครงสร้างการกำกับดูแลของเรามันช้าเกินไปจริงๆ ไม่ใช่แค่เรื่องปืน แต่เป็นเรื่องของทุกเทคโนโลยีที่รัฐพยายามควบคุม
แต่สิ่งที่โฮชุลทำก็สำคัญไม่แพ้กัน เธอไม่เลือกที่จะเมินเฉยหรือปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปแบบที่นักการเมืองหลายคนทำกับเรื่องแบบนี้ เธอเลือกที่จะตอบโต้แบบตรงไปตรงมา และการที่เธอพูดแบบนี้ในพอดแคสต์เทคโนโลยี (ไม่ใช่ในงานแถลงข่าวทางการ) แสดงว่าเธอเข้าใจว่าเกมนี้ต้องเล่นในสนามของคนรุ่นใหม่ที่บริโภคคอนเทนต์แบบนี้
แน่นอนว่าเรื่องนี้ยังไม่มีบทสรุป ไม่มีใครรู้ว่า "Hochulization" จะใช้งานได้จริงมากแค่ไหน หรือกฎหมายใหม่จะตามทันหรือไม่ แต่สิ่งที่แน่นอนคือ เกมนี้เพิ่งเริ่มต้น และทั้งสองฝ่ายต่างก็ไม่ยอมถอย
สุดท้ายแล้ว เรื่องนี้มันไม่ได้เกี่ยวกับปืน 3 มิติ หรือตัวโคดี วิลสันด้วยซ้ำ มันคือบททดสอบว่าสังคมเราจะจัดการกับเทคโนโลยีที่รัฐควบคุมไม่ได้อย่างไร และถ้าฝั่งรัฐยังคิดแค่ "ไล่ตามให้ทัน" แบบนี้ตลอดไป เราก็จะเห็นเกมแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่รู้จบ
ที่มา: The Verge — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 4
กำลังโหลดความคิดเห็น...