โปรเจกต์ DIY
Hardware
Slurptop เครื่องนี้ไม่ใช่โน้ตบุ๊กธรรมดา แต่มันคือคอมพิวเตอร์ที่ใช้แบตสว่านไฟฟ้า
เมื่อสายโมดิฟายเอาบอร์ดมินิพีซีมาประกอบร่างใหม่จนกลายเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์พกพาที่โคตรเท่และใช้งานได้จริง
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
นิยามของคำว่า Cyberdeck คือการประกอบฮาร์ดแวร์ให้ตอบโจทย์เราที่สุด ไม่ใช่แค่เดินไปซื้อโน้ตบุ๊กสำเร็จรูปจากห้างแล้วจบๆ ไป
อย่าเพิ่งคิดว่านี่คือโปรเจกต์ Raspberry Pi กิ๊กก๊อกทั่วไป เพราะเจ้า Slurptop ที่โมดิฟายโดยยูสเซอร์ที่ชื่อ Slurp Burgers คนนี้ เขาเล่นใหญ่ด้วยการยัดไส้ในของ GMKtec M5 Ultra มินิพีซีตัวแรงที่ใช้ชิป AMD Ryzen 7 7730U มาใส่ไว้ในเคสที่พิมพ์จากเครื่อง 3D Printer แบบคัสตอมล้วนๆ
ถ้าถามว่าทำไมต้องลำบากขนาดนี้? คำตอบคือความสะใจและฟังก์ชันที่หาไม่ได้จากโน้ตบุ๊กตลาดทั่วไปครับ เจ้าเครื่องนี้มาพร้อมคีย์บอร์ดแบบ Columnar-stagger ที่ออกแบบมาเพื่อสรีระนิ้วมือ ใช้สวิตช์แบบ MX แถมยังมี Trackball ติดมาให้ที่ด้านล่าง เรียกได้ว่าวางมือปุ๊บก็พิมพ์งานได้แบบโปรๆ ไม่ต้องพกเมาส์แยกให้เกะกะ
พลังงานจากแบตสว่าน
ออกแบบวงจรให้ใช้กับแบตเตอรี่เครื่องมือช่าง Kobalt 24V ได้โดยตรง หมดก็แค่ถอดเปลี่ยนใหม่ ไม่ต้องง้อปลั๊กไฟ
ฮาร์ดแวร์ระดับพีซี
ใช้เมนบอร์ดจากมินิพีซี GMKtec M5 Ultra ซึ่งแรงกว่าบอร์ดคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กทั่วไปที่คนชอบเอามาทำโปรเจกต์กัน
ทีเด็ดที่สุดที่ผมว่ามันเจ๋งคือการใช้แบตเตอรี่สว่านไฟฟ้า 24V ของ Kobalt นี่แหละครับ คือถ้าแบตหมดกลางคัน คุณก็แค่เดินไปหยิบแบตจากสว่านในโรงรถมาเสียบแทนได้เลย มันเป็นแนวคิดการออกแบบที่เรียกว่า "Right to Repair" แบบสุดโต่ง คือพังก็ซ่อมเอง แบตหมดก็หาเปลี่ยนเองได้ง่ายๆ ไม่ต้องรอส่งศูนย์ให้เสียเวลา
จากการใช้งานจริงของผู้สร้าง เขาบอกว่าถ้าเอามาพิมพ์งานทั่วไปก็อยู่ได้ประมาณ 5 ชั่วโมง แต่ถ้าใครรู้สึกว่ายังไม่สะใจพอ ก็สามารถอัปเกรดไปใช้แบตเตอรี่ก้อนใหญ่ขนาด 8 Ah เพื่อยืดเวลาการใช้งานออกไปได้อีก อันนี้คือเสน่ห์ของงาน DIY ที่เราสามารถเลือกสเปกได้ตามความพอใจของตัวเองจริงๆ
ส่วนเรื่องการเชื่อมต่อ ถึงแม้ตัวมินิพีซีจะมีพอร์ต USB Type-C มาให้ แต่มันก็ถูกใช้เชื่อมต่อหน้าจอและอุปกรณ์ภายในไปหมดแล้ว ซึ่งก็เข้าใจได้เพราะนี่คือเครื่องที่สร้างขึ้นมาด้วยมือ ไม่ใช่สินค้าที่ผลิตจากโรงงานเน้นความสวยงามระดับ Mass Production
ในมุมมองของผม Slurptop ไม่ใช่แค่ของเล่นสำหรับคนว่างงาน แต่มันคือการพิสูจน์ว่าถ้าเรามีความรู้เรื่องฮาร์ดแวร์และการออกแบบ เราก็สามารถสร้างคอมพิวเตอร์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ตัวเองได้ดีกว่าโน้ตบุ๊กราคาแพงที่วางขายอยู่ทั่วไปเสียอีก
งานนี้บอกเลยว่าโคตรคูล เพราะมันเปลี่ยนนิยามคำว่าคอมพิวเตอร์พกพาให้เป็นเรื่องของความสนุกและการใช้งานที่ปรับแต่งได้ตามใจสั่งจริงๆ
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 0
กำลังโหลดความคิดเห็น...