ข่าวเกม
Gaming
แม่มดอบขนมปังสู้โรคร้าย: เมื่อเกมแอ็กชันผจญภัยไม่ได้มีแค่ดาบเวท แต่มีกลิ่นอบเชยด้วย
สตูดิโอผู้ทำ Dungeons กลับมาพร้อมไอเดียแปลกใหม่สุดครีเอทีฟ ที่เอาความอบอุ่นของเบเกอรีมาผสมกับโลกแฟนตาซีอันมืดหม่น
ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 3 นาที
เคยสงสัยไหมว่าทำไมเกมแนวแฟนตาซีส่วนใหญ่ต้องเอาจริงเอาจังกับดาบและเวทมนตร์? เกมนี้กำลังจะพิสูจน์ว่าการอบขนมก็เป็นอาวุธได้เหมือนกัน
ผมว่าวงการเกมอินดี้กับเกมระดับกลางกำลังมาแรงในธีมที่แปลกใหม่ขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุด Kalypso Media กับ Realmforge Studios (ทีมเดียวกับที่ทำ Dungeons ภาคต่างๆ) เพิ่งประกาศเกมใหม่ชื่อ Rise of the Spellbaker ซึ่งเป็นเกมแอ็กชันผจญภัยในโลกแฟนตาซีที่เต็มไปด้วยเวทมนตร์ นิทานพื้นบ้าน และ... กลิ่นหอมของขนมอบสดใหม่ อันนี้คือคอนเซปต์ที่ผมว่ามันโคตรจะน่าสนใจ เพราะไม่ค่อยมีใครกล้าจับสองสิ่งที่ไม่น่าจะไปด้วยกันมารวมแบบนี้
เรื่องราวเริ่มต้นจากแม่มดคนหนึ่งที่กลายเป็นผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวจากโรคระบาดปริศนา เธอต้องออกเดินทางพร้อมกับแมวคู่หูสุดซื่อ (น่ารักมาก) เพื่อต่อสู้กับ "ความเน่าเปื่อย" (Rot) ที่กำลังแพร่กระจายไปทั่วดินแดน อาวุธหลักของเธอไม่ใช่ไม้กวาดหรือคาถาสายฟ้า แต่เป็นการปลุกพลังเวทผ่าน "การอบขนมตามสูตรโบราณที่ถูกลืม" ซึ่งเป็นกลไกการเล่นที่ฟังดูสดใหม่ดี
จริงๆ แล้วผมว่าจุดขายสำคัญของเกมนี้ไม่ได้อยู่ที่กราฟิกหรือระบบคอมแบตที่อาจจะไม่ได้แปลกใหม่สุดขั้ว แต่อยู่ที่ "โทน" ของเกมที่ผสมความมืดหม่นของโลกที่กำลังจะล่มสลายเข้ากับความอบอุ่นนุ่มฟูของเบเกอรี มันคือการสร้าง contrast ที่น่าจดจำ และน่าจะเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้เกมนี้เป็นที่จับตามองตั้งแต่ยังไม่เปิดตัว
เกมนี้มีแผนลง PC, Xbox Series X|S, Xbox on PC และ PlayStation 5 ในปี 2027 ซึ่งนั่นคืออีกไกลพอสมควร แต่การประกาศล่วงหน้าแบบนี้ทำให้เห็นว่าสตูดิโอตั้งใจจะปั้นเกมนี้อย่างจริงจัง ไม่ใช่โปรเจกต์รีบๆ ขายดาบขายด้าม แฟนๆ ที่ชอบงานของ Realmforge Studios น่าจะคุ้นเคยกับอารมณ์เกมแนววางแผนอย่าง Dungeons อยู่แล้ว แต่การมาเปลี่ยนแนวเป็นแอ็กชันผจญภัยแบบนี้ถือเป็นการท้าทายตัวเองครั้งใหญ่ที่น่าจับตามอง
ส่วนตัวผมรู้สึกว่าเกมนี้มีโอกาสไปได้สวยถ้าทำระบบ "สเปลเบกกิ้ง" ออกมาได้สนุกจริงๆ เพราะการคราฟต์ไอเทมในเกมแอ็กชันส่วนใหญ่มักเป็นแค่ระบบประกอบรอง แต่ถ้าเอาขนมมาเป็นแกนหลักของการต่อสู้และแก้ปริศนา มันจะกลายเป็นจุดขายที่ไม่มีเกมไหนเหมือน และด้วยความที่โลกเกมตอนนี้กำลังเบื่อสูตรสำเร็จเดิมๆ การมีเกมแบบนี้ออกมาเติมสีสันก็เป็นเรื่องดี
โลกที่เต็มไปด้วยเวทมนตร์และเบเกอรี
ฉากหลังเป็นโลกที่ได้รับแรงบันดาลใจจากนิทานพื้นบ้าน แต่ถูกบิดเบือนด้วยโรคระบาดลึกลับที่กวาดล้างผู้คนจนเหลือเพียงแม่มดคนสุดท้าย
ระบบพลังเวทจากสูตรขนมโบราณ
การปลุกพลังเวทต้องอาศัยการค้นหาสูตรขนมที่ถูกลืมและอบออกมาให้ถูกต้อง ซึ่งเป็นกลไกหลักในการต่อสู้กับความเน่าเปื่อย
แมวคู่หูผู้ซื่อสัตย์
Familiar แมวผู้ภักดีเป็นเพื่อนร่วมทางเพียงคนเดียวของแม่มดในดินแดนที่เต็มไปด้วยอันตราย
อีกอย่างที่ผมชอบคือการที่ทีมพัฒนาเลือกให้ตัวเอกเป็น "แม่มด" ซึ่งปกติในนิทานพื้นบ้านมักถูกมองเป็นตัวร้ายเสมอ แต่เกมนี้พลิกให้เธอเป็นผู้กอบกู้โลก มันเป็นมุมมองที่ท้าทายคติเดิมๆ และน่าจะสร้างสรรค์เนื้อเรื่องได้น่าสนใจ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องจับตาดูคือการดำเนินเรื่องและ pacing ของเกม เพราะคอนเซปต์ดีแต่เนื้อเรื่องยืดเยื้อก็พังได้เหมือนกัน
ผมว่าปี 2027 ยังอีกไกล แต่การที่ Kalypso ประกาศล่วงหน้าแบบนี้แสดงถึงความมั่นใจในโปรเจกต์ ระหว่างรอ เราก็ได้แต่หวังว่าเกมนี้จะไม่จบแค่คอนเซปต์น่ารักๆ แต่ทำออกมาเป็นระบบเกมเพลย์ที่ลึกและสนุกจริงๆ เพราะถ้าทำได้สำเร็จ มันจะกลายเป็นเกมที่คนจดจำไปอีกนาน และอาจเปิดทางให้เกมแนวนี้กลับมาเป็นกระแสอีกครั้ง
โดยรวมแล้ว Rise of the Spellbaker เป็นเกมที่ผมอยากให้มันสำเร็จมากๆ เพราะวงการเกมต้องการความคิดสร้างสรรค์แบบนี้ ไม่ใช่แค่เกมยิงปืนหรือเกมฟาร์มซ้ำๆ ซากๆ แม่มดอบขนมสู้โรคร้ายอาจฟังดูเพี้ยน แต่บางทีความเพี้ยนนี่แหละที่จะเป็นตัวเปลี่ยนเกม ขอแค่อย่าทำระบบต่อสู้ห่วยก็พอ
ที่มา: TechPowerUp — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 5
กำลังโหลดความคิดเห็น...