Simon Willison's Weblog 40 วันที่แล้ว general AI Generated

Feeling sad about AI

Simon Willison's Weblog 12 Sep 2026
94
0
100
1 14m



เจาะประเด็น
AI / Dev


"เศร้าเรื่อง AI" ไม่ใช่จุดจบของโปรแกรมเมอร์ แต่มันคือจุดที่ต้องเลือกว่าจะไปต่อหรือหยุดอยู่ตรงนั้น



ความกลัวว่า AI จะมาแย่งงานเขียนโค้ดเป็นเรื่องจริงที่หลายคนกำลังเจอ แต่คนที่ผ่านมันมาแล้วบอกว่า อีกฝั่งของความกลัวคือพื้นที่ให้เล่นที่ใหญ่กว่าที่คิด




ทีมข่าว เอไอไทย.com
⏱ อ่าน 4 นาที



ถ้าเครื่องมือที่คุณใช้ทำงานได้เท่าคุณในหนึ่งชั่วโมง สิ่งที่เหลืออยู่ให้คุณทำจริงๆ คืออะไร?




เรื่องนี้เริ่มจากคอมเมนต์ใน Hacker News ที่มีคนตั้งหัวข้อว่า "Feeling sad about AI" แล้ว Simon Willison นักพัฒนาและบล็อกเกอร์สาย AI ชื่อดังก็เข้าไปตอบแบบตรงๆ ว่า เขาเองก็เคยผ่านช่วงวิกฤตจิตใจแบบนี้มาแล้ว เมื่อไม่กี่ปีก่อน และตอนนี้ก็ผ่านมาถึงอีกฝั่งได้แล้ว



ปฏิกิริยาแรกของคนที่เจอ coding agent ทำงานที่เคยใช้เวลาทั้งสัปดาห์เสร็จในหนึ่งชั่วโมง — และทำได้ดีด้วย — คือความท้อแท้ มันเป็นความรู้สึกที่เข้าใจได้เลย เพราะสิ่งที่คุณภูมิใจว่าคือทักษะเฉพาะตัวของคุณ ถูกทำได้โดยเครื่องจักรในเวลาไม่กี่นาที



จุดเปลี่ยนทางความคิด


แต่ Willison ชี้ว่าจุดเปลี่ยนอยู่ตรงนี้ — เมื่อคุณยอมรับได้แล้วว่าการแปลงสเปกที่ชัดเจนออกมาเป็นโค้ดที่ใช้ได้ ไม่ใช่ทักษะพิเศษเฉพาะตัวอีกต่อไป คุณจะเริ่มมองเห็นภาพใหญ่ขึ้นว่า งานของ software engineer มันมีปัญหาอีกเป็นร้อยเป็นพันอย่างที่ยังรออยู่ และทักษะกับประสบการณ์ที่คุณสะสมมาจะทำให้คุณใช้เครื่องมือใหม่ๆ เหล่านี้ได้เชี่ยวชาญกว่าคนที่เพิ่งเริ่มสร้างซอฟต์แวร์ด้วย agent โดยไม่มีพื้นฐานลึกอะไรเลย



ตรงนี้คือประเด็นที่หลายคนมองข้ามไป เวลาเรากลัวว่า AI จะมาแทนที่ เรามักโฟกัสที่งานชิ้นเดียวที่มันทำได้ แต่ลืมไปว่างานเขียนโค้ดจริงๆ ในโลกนี้ไม่ได้จบที่ "เขียนโค้ดตามสเปก" — มันมีเรื่องการตัดสินใจเชิงสถาปัตยกรรม การเข้าใจบริบทธุรกิจ การ debug ระบบที่พังแบบไม่มีใครรู้ว่าพังตรงไหน และอีกสารพัดอย่างที่ต้องอาศัยคนที่เคยเจอของจริง



“
If you don't want your profession to change at all then you're going to have a tough time with this - but that's surely been true for the history of software engineering?


Willison ตั้งคำถามที่เจ็บแต่จริงว่า ถ้าคุณไม่อยากให้อาชีพของคุณเปลี่ยนเลยแม้แต่นิดเดียว คุณจะลำบากกับเรื่องนี้แน่ — แต่ถามจริงๆ เถอะ วงการ software engineering มันเคยมีความเสถียรของเครื่องมือและภาษาที่เราใช้เกินห้าปีบ้างไหม? ภาษาโปรแกรมมิ่งที่ฮิตเมื่อสิบปีก่อน ตอนนี้ยังมีคนใช้อยู่กี่เปอร์เซ็นต์? เฟรมเวิร์กที่ทุกบริษัทใช้เมื่อห้าปีที่แล้ว หายไปไหนกันหมด?



ประเด็นคือการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มันเร็วกว่าเดิมก็จริง แต่ถ้าคุณเลือกเขียนซอฟต์แวร์เพราะมันเป็น passion คุณก็เซ็นสัญญากับการเปลี่ยนแปลงแบบหน้ามืดมาตั้งแต่ต้นแล้ว ไม่ใช่เพิ่งมาเจอตอนนี้



มุมมอง


ผมว่าสิ่งที่ Willison พูดมันไม่ได้เป็นแค่การปลอบใจตัวเองหรือ toxic positivity แต่เป็นการวางกรอบความคิดที่ใช้ได้จริง — คือแยกให้ออกระหว่าง "ทักษะที่ถูก automate" กับ "คุณค่าที่ยังต้องใช้คน" แล้วยอมรับว่าอันแรกมันหายไปแล้วจริงๆ ไม่ต้องไปเสียเวลาง้อ



ส่วนตัวผมมองว่าคนที่กำลังเศร้าเรื่อง AI อยู่ตอนนี้ ส่วนใหญ่ไม่ได้กลัวว่า AI จะเขียนโค้ดเก่งกว่าจริงๆ แต่กลัวว่าตัวเองจะไม่สามารถปรับตัวได้ทัน — ซึ่งเป็นความกลัวที่ต่างกันคนละเรื่อง และแก้คนละวิธีด้วย



💡

ความเศร้าเรื่อง AI ไม่ใช่สัญญาณว่าอาชีพโปรแกรมเมอร์กำลังตาย แต่มันคือสัญญาณว่าคำนิยามของ "เก่ง" กำลังเปลี่ยน และคนที่ผ่านช่วงเศร้านี้ไปได้จะไม่ใช่คนที่เก่งที่สุด แต่เป็นคนที่ยอมปล่อยทักษะเก่าที่เคยภูมิใจ แล้วหยิบเครื่องมือใหม่มาใช้บนพื้นฐานประสบการณ์ที่ตัวเองมี



ที่มา: Simon Willison's Weblog — อ่านต้นฉบับ


#SoftwareEngineering #AI #DeveloperCareer

🔗 อ่านต่อ · สินค้าและคำถามที่เกี่ยวข้อง

สินค้ามาแรงตอนนี้

คนขายของถามบ่อย

ความคิดเห็น 4

กำลังโหลดความคิดเห็น...